Reading
  ๒๓ พ.ย. ๔๓
    "Read not to contradict and confute; nor to believe and take for granted; nor to find talk and discourse; but to weigh and consider."

สวัสดีค่ะ น้องๆ คอลัมน์เพลินภาษาน่ารู้โฉมใหม่ของเราในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา ให้ความสำคัญกับการอ่านมากนะคะ จะเห็นได้ว่าพี่แนทได้ยกเอาคำกล่าวที่น่าสนใจ หรือเป็นที่รู้จักกันในวงการนักอ่าน และวรรณคดีตะวันตกมากล่าวให้น้องๆ ฟัง

ทำไมคนเราต้องอ่านหน่ะหรือ Francis Bacon นักเขียนร้อยแก้วคนดังของเราเขากล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการอ่านไว้ดังนี้ค่ะ

"Read not to contradict and confute; nor to believe and take for granted; nor to find talk and discourse; but to weigh and consider."

ก่อนที่เราจะตีความคำกล่าวนี้ เรามาเรียนคำศัพท์ใหม่กันก่อนดีกว่า

contradict และ confute เป็นคำกริยา มีความหมายเหมือนกันคือ พยายามหาข้อขัดแย้ง โต้เถียง หรือพูดในทางตรงกันข้าม

discourse มีความหมายเหมือน talk นั่นคือ พูดสนทนา คำว่า discourse เป็นได้ทั้งคำนาม และกริยาค่ะ แต่ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นคำกริยา

take for granted ตรงข้ามกับ take into account ค่ะ "take for granted"แปลว่า ไม่ใส่ใจ ส่วน "take into account" จึงแปลว่า ให้ความสนใจค่ะ นำไปคิดตรึกตรอง

nor เป็นคำเชื่อมค่ะ แปลว่าไม่ทั้งสองอย่าง มีความหมายเหมือนกับ and not

เอาหล่ะทีนี้เราก็ตอบคำถามได้แล้วว่าเราจะอ่านอย่างไร หรืออ่านทำไม Bacon กล่าวว่าเราไม่ควรอ่าน เพื่อที่จะจับผิดคนเขียน ไม่ควรอ่านเพื่อหาว่าเราไม่เห็นด้วยตรงไหน หรือคนเขียนเขียนไม่ตรงกับข้อเท็จจริงตรงไหน นั่นคืออ่านไปวิจารณ์ไปนั่นเอง ในทางตรงกันข้ามเราไม่ควรอ่านแล้วเชื่อทุกอย่างที่เราเห็น คนเขียนว่าอย่างไรเห็นดีเห็นงามไปด้วยหมด ไม่ควรคิดว่าถ้างานเขียนนี้ได้รับการตีพิมพ์ หรือเผยแพร่ นับว่างานเขียนชิ้นนั้นได้รับการไตร่ตรองดีแล้ว และถูกต้องทุกประการ คำว่า "take for granted" เข้ามาตรงนี้เอง คือหมายถึง เหมาเชื่อไปหมด ไม่ใส่ใจนำไปคิด เขาว่าอย่างไรก็เชื่อ และเราไม่ควรอ่านเพื่อหาหัวข้อไปสนทนาพูดคุยกับเพื่อน เพื่อไปอวดว่าเรารู้ แต่เราควรอ่านเพื่อวิเคราะห์ และคิดพิจารณา แล้วจึงตัดสินใจว่าจะเชื่อหรือไม่ กล่าวโดยสรุปคือ ให้อ่านเพื่อฝึกวิจารณญานของเราเองค่ะ

นอกจากนี้ Bacon ยังกล่าวถึงประโยชน์ของการอ่านว่า

"Reading maketh a full man; conference a ready man; and writing an exact man. And therefore, if a man write little, he had need have a great memory; if he confer little, he had need have much a present wit; and if he read little, he had need have much cunning, to seem to know that he doth not."

มีคำยากอีกแล้วค่ะ ที่ยากเพราะว่า ความหมายของคำเปลี่ยนไป Bacon เขียนบทความ 'Of Studies' นี้ในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 ค่ะ เป็นธรรมดาที่ความหมายของคำจะเปลี่ยนไป และน้องๆ อาจสังเกตว่า คำกริยาที่ใช้กับประธานเอกพจน์บุรุษที่สาม (third person singular) ไม่เติม -s ตามหลักไวยกรณ์ที่เราเคยเรียนมา คำกริยากับลงท้ายด้วย th หรือทิ้งไว้เฉยๆ เช่น Reading maketh และ he doth ส่วน a man write little และ he confer little ไม่มี -s ที่คำกริยาค่ะ

    คำว่า Conference หมายถึง consultation คือการสนทนา หรือปรึกษากัน Confer มีความหมายเหมือนกับ consult เป็นคำกริยาของ consultation ค่ะ Present wit หมายถึง quick alert mind นั่นคือต้องตื่นตัว ต้องรู้จักแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าค่ะ

Bacon กล่าวว่า การอ่านทำให้เราเป็นคนที่สมบูรณ์ จะสมบูรณ์อย่างไร ต้องลองอ่านเองแล้วจะรู้ ส่วนการสนทนาทำให้เราเป็นคนพร้อม พร้อมอย่างไรนั้น พี่แนทบอกให้ก็ได้ เวลาที่เราอ่านอะไร เรารู้อยู่คนเดียว เราอ่านของเราอยู่เงียบๆ เราก็คิดว่าเราเข้าใจ แต่ถ้าหากมีคนมาถามเราว่าอ่านอะไร ใจความสำคัญมีว่าอย่างไร เรามีความเห็นอย่างไรต่อสิ่งที่อ่าน เราคงต้องเงียบต่อไป การที่เราได้คุยกับคนอื่นถึงในสิ่งที่เราอ่าน ให้โอกาสเราได้คิดทบทวน และประมวลความคิดของเรา เราพร้อมที่จะแสดงความคิดเห็น เป็นคนตื่นตัว ในอีกแง่หนึ่ง เมื่อเราอ่านแล้วเรามีข้อมูล มีความรู้ที่จะไปคุยกับคนอื่นได้ พร้อมที่จะตอบคำถามต่างๆ ค่ะ แต่อย่าลืมนะคะว่าเราไม่ควรอ่านเพื่อนำไปอวดอ้างค่ะ นอกจากนี้การเขียนทำให้เราเป็น exact man เป็นคนที่ใช่เลยนี้เป็นอย่างไร exact ในที่นี้หมายถึงคนที่สามารถพูดหรือเขียนถึงอะไรได้อย่างตรงจุด เหมาะเหม็ง ดังนั้นอ่านแล้วเราจึงควรคุยกับคนอื่น และควรเขียนด้วย

แต่หากเราอ่านแล้วไม่เขียน เราต้องมีความจำดี ถ้าเราไม่จดบันทึก เราต้องจำทุกอย่างไว้ในหัว ไม่ไหวแน่ค่ะ หากเราไม่อภิปรายกับใคร เราควรเป็นคนที่ตื่นตัว กล่าวคือ การที่เราได้ถกอะไรกับใครเป็นเหมือนการซ้อมแสดงความคิดเห็น หากเราไม่เคยซ้อม เราคงต้องพร้อมอยู่เสมอเวลาที่ใครมาถามอะไร แต่คนที่อ่านน้อยนี่คงงานหนักที่สุด ถ้าเราอ่านน้อยเราต้องเสแสร้งเก่ง นั่นคือ เราต้องแสดงว่าเรารู้ทั้ง ๆ ที่เราไม่รู้

น้องๆ พอจะเห็นความสำคัญของการอ่านขึ้นมาบ้างหรือยัง อย่าลืมนะคะ ถ้าเราไม่อ่าน เราต้องแสดงเสแสร้งเก่งนะคะ สำนวนไทยที่ส่งเสริมให้เราอ่านคงเป็น "รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม" หรือคำที่ฤาษีสอนสุดสาครว่า "รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา" นะคะ ถ้าน้องๆ อ่านอะไร แล้วอยากจะ confer ก็เขียนมาหาพี่แนทที่ bkkonline ได้นะคะ
ห้องสนทนา เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home
เกมส์ Photo Hunt : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
BKK Mobile Picture Message : Logo : Mini Logo : Screen Saver : Text SMS : Color Picture Message : Wallpaper
รักและคิดถึง พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง : ซอกแซกผ่านจอ : มุมฟุตบอล : เสี่ยงเซียมซี : ดวงดาวโคจร ออนไลน์ : Wallpaper : บันเทิง-เริงใจ : ซุบซิบดารา
สารพัดความรู้ เสวนาธุรกิจ : บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน Everyday English : Did you know? : E-Dialog : รู้จักญี่ปุ่น
ห้องสมุด BKK Business Letter : Song of the Week : พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ : เพลินภาษาน่ารู้ :E-Diary :
ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก :
ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone :
เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York!
BKK Center Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline