วันนี้พี่แนทมีงานเขียนร่วมสมัยหรือที่เรียกว่า Contemporary literature มาฝากค่ะ สดๆ ร้อนๆ จากแหล่งใกล้มือ คอลัมน์ Night Owl ของ Bernard Trink
ซึ่งลงประจำทุกวันศุกร์ ใน Real Time section ของ the Bangkok Post ค่ะ พี่แนทคงต้องประกาศตัวว่าเป็นแฟนค่ะ ส่วนใหญ่คุณ Trink จะตอบจดหมายแฟนๆ
คอลัมน์ เขียนเรื่องบาร์ต่างๆ ในประเทศไทย ว่าที่ไหนมีอะไร เจ้าของบาร์ไหนเกิดเมื่อไหร่ จะมี happy hours (หรือคนไทยเรียกว่านาทีทอง)
ตอนกี่โมง แล้วเขายังไม่ลืมเก็บเล็กเก็บน้อยมาฝาก
พี่แนทก็ขอเอามาฝากน้องๆ อีกที คุณ Trink เขาไม่ได้บอกว่าข้อความนี้มากจากไหน
รู้แต่ว่ามันเป็นการเล่นคำ (play on word) แบบที่เรียกว่า pun ค่ะ
pun แปลว่าคำที่มีความหมายหลายอย่างค่ะ อาจเป็นเพียงคำพ้องเสียงก็ได้ ในภาษาไทยก็อย่างเช่นคำว่า "อย่า" กับ "หย่า" หรือ "ขัน" ที่เป็นกริยาของไก่
หรือเป็นพาชนะตักน้ำก็ได้ เขามีการเล่นคำดังที่ยกมานี้ค่ะ
Why I failed in the work place:
My first job was working in an orange juice factory, but I got canned
because I couldn't concentrate.
Then I worked in the woods as a lumberjack, but I just couldn't hack it, so
they gave me the axe.
After that I tried to be tailor, but I just wasn't suited for it.
Next was a job in a shoe factory but I just didn't fit in.
I found being an electrician interesting, but the work was shocking.
Thought about becoming a witch, so I tried that for a spell.
I became a professional fisherman, but I couldn't live on the net income.
I attempted to be a deli worker, but any way I sliced it, I couldn't cut the
mustard.
เราลองมาแปลแบบตรงตัวก่อนดีกว่า ที่บอกว่าตรงตัวหมายถึงความหมายนัยหนึ่งที่เกี่ยวกับการทำงานค่ะ
เขาบอกเหตุผลที่เขาไม่ค่อยประสบความสำเร็จด้านการงานว่า เมื่อครั้งที่เริ่มทำงานครั้งแรก เขาทำงานในโรงงานผลิตน้ำส้มคั้นกระป๋อง
แต่เขาถูกไล่ออกเพราะว่าไม่ค่อยตั้งใจ แล้วเขาก็ไปทำงานในป่าเป็นคนตัดฟืน แต่ก็ couldn't hack it. เลยโดนไล่ออกอีกแล้ว
หลังจากนั้นเขาพยายามจะเป็นช่างตัดเสื้อ แต่เขาก็ไม่เหมาะกับงาน อีกงานที่เคยทำคือทำงานในโรงงานรองท้า
แต่ก็ไม่เหมาะอีกนั่นแหละ เขาคิดว่าการเป็นช่างไฟฟ้าอาจน่าสนใจ แต่งานมันก็มีอะไรน่าหนักใจเกิดขึ้นบ่อยๆ เขาคิดว่าจะลองไปเป็นแม่มดดู
เลยลองดูพอเป็นกระสัยสักพัก เขาได้ทำงานเป็นชาวประมง แต่รายได้ไม่พอใช้ เขาพยายามที่จะขายของชำ แต่เลิกมัสตาร์ดไม่ได้
พอมาดูอีกที เราสามารถแปลข้อความนี้อีกอย่างได้ว่า ตอนที่เขาทำงานอยู่โรงงานน้ำส้ม เขาถูกจับอัดกระป๋อง (canned)
เพราะว่ามัวแต่เหม่ออยู่ ตอนทำงานเป็นคนตัดไม้ก็ตัดไม่ได้ เขาเลยให้ขวานมาหนึ่งด้าม หลังจากนั้นก็ไปเป็นช่างเสื้อ
แต่ไม่ได้แต่งกายเหมาะสมเพราะไม่ได้ใส่สูทไป ตอนทำโรงงานรองเท้าก็ใส่ได้ไม่พอดี เป็นช่างไฟฟ้าก็อาจโดนไฟช็อตได้บ่อยๆ
เลยลองไปเป็นแม่มดลองเสกคาถาดู เป็นชาวประมงก็ได้รายได้จากปลายเน็ตไม่พอยังชีพ ไปขายของชำก็ตัดขนมปังได้
แต่ตัดมัสตาร์ดไม่ได้ ว้า แย่จริง
ขอชี้ให้เห็นคำที่เป็น pun ได้ พร้อมทั้งให้ความหมายที่พอจะเข้ากับบริบทไว้ดังนี้ค่ะ
to get canned เป็นสำนวน แปลว่า โดนไล่ออก หรือ to be fired หรือแปลตรงตัวได้ว่าโดนจับใส่กระป๋อง
hack it แปลตรงตัวว่าผ่า หรือ ฟันค่ะ give someone an axe แปลตรงตัวว่าให้ขวานกับใครสักคนหนึ่งค่ะ
be suited แปลว่า เหมาะสมค่ะ แต่ดูอีกที จะแปลว่าใส่เสื้อคลุมก็ได้นะคะ to fit in แปลว่าเข้ากันได้ เหมาะสม เหมือนกับคำว่า get along
หรือ blend in ค่ะ แต่ก็แปลว่าใส่ได้พอดีเหมือนกัน shocking แปลว่าน่าตกใจ หรือแปลว่าทำไฟช็อตได้
spell แปลว่าคาถาค่ะ หรือแปลว่าช่วงเวลาหนึ่งก็ได้ ดังนั้น "for a spell" จึงอาจแปลได้อีกนัยหนึ่งว่า for a period of time
net income แปลว่ารายได้สุทธิ หลังจากหักเงินทุกออกแล้ว แต่อาจหมายความว่า income from the net ก็ได้ค่ะ นั่นคือรายได้จากตาข่ายจับปลา
slice it แปลตรงตัวว่าหั่นเป็นชิ้นบางๆ cut the mustard แปลซื่อๆ ว่า ตัดมัสตาร์ดค่ะ แต่ cut มีความหมายเหมือนคำว่า stop
ได้ขออธิบายเพิ่มเติมอีกหน่อยว่า deli worker นี่จะแปลว่าคนขายของชำก็ไม่ถูกนัก ที่จริงเขาขายเครื่องในการดำรงชีพประจำวัน
หรือผลิตผลจากนมวัว ซึ่งได้แก่ นม เนย ไข่ และขนมปัง ของพวกนี้เรียกว่า deli products ค่ะ
หลายคนกล่าวว่า หากเราเข้าใจตลกในอีกภาษาหนึ่งแล้ว เป็นเครื่องแสดงว่าเราได้เข้าใจภาษานั้นอย่างถ่องแท้แล้ว ถ้าน้องๆ "get"
คำที่แปลได้หลายอย่างในภาษาอังกฤษก็แสดงว่าเข้าใจภาษาพอสมควร แต่ใช่ว่าเจ้าของภาษาจะอ่านตลกแล้วขำหมด
มันเป็นเรื่องของรสนิยมส่วนตัวด้วยค่ะ จะให้แน่ พี่แนทว่าถ้าน้องๆ ฝันเป็นภาษาอังกฤษเมื่อไหร่หล่ะก็
แสดงได้ว่าเก่งถึงขึ้นเซียนแล้ว พี่แนทขอลาไปเข้าฌานก่อนนะคะ เจอกันสัปดาห์หน้าค่ะ |