- Whatever goes upon two legs is an enemy.
- Whatever goes upon four legs, or has wings is a friend.
- No animal shall wear clothes.
- No animal shall sleep in a bed.
- No animal shall drink alcohol.
- No animal shall kill any other animal.
- All animals are equal.
กฎทั้งเจ็ดข้อข้างบนนี้เป็นกฎของ บรรดาสัตว์ในหนังสือเสียดสีการปกครองของคอมมิวนิสต์ของ George Orwell เรื่อง Animal Farm.
ก่อนที่เราจะกล่าวถึงข้อความข้างต้นเรามาทราบเรื่องคล่าวๆ กันก่อนดีกว่า
มีสัตว์ในฟาร์มแห่งหนึ่งซึ่งประกอบไปด้วย หมู หมา ม้า วัว และพวกเป็ดไก่ เกิดรวมหัวกันยึดอำนาจจากครอบครัวชาวนาที่เอารัดเอาเปรียบ
ข่มเหงสัตว์ในโรงนา ซึ่งทำงานผลิตพืชผล ทำกำไรให้แก่ชาวนา แต่ชาวนาไม่รู้บุญคุณของสัตว์และไม่ได้ให้สิ่งตอบแทนสัตว์เหล่านี้เลย
มิหนำซ้ำยังไม่ใส่ใจความเป็นอยู่และสภาพความเป็นอยู่ของสัตว์ต่างๆ สัตว์ในฟาร์มซึ่งนำทีมโดยพวกหมู ซึ่งเป็นพวกที่ฉลาด
จึงทำการ Take over ตามศัพท์สมัยใหม่ แล้วขับไล่มนุษย์ออกไปจากฟาร์ม หลังจากนั้นพวกสัตว์ได้ ตกลงว่าจะมีการปกครองตนเอง
โดยเน้นความเสมอภาคกันในหมู่สัตว์ พวกเขาได้เขียนกฎทั้งเจ็ดข้อที่ไว้ข้างกำแพงโรงนา
ข้อที่ 1. "Whatever goes upon two legs is an enemy." อะไรก็ตามที่เดินสองขาเป็นศัตรู สัตว์ที่เดินสองขาคงจะหมายถึงคนนี่เอง
มันอยู่คู่กับกฎข้อที่ 2 คือ "Whatever goes upon four legs, or has wings is a friend." อะไรก็ตามที่เดินสี่ขาหรือมีปีก
ถือว่าเป็นมิตร ซึ่งหมายรวมถึงสัตว์ต่างๆ ในโรงนา ได้แก่ หมู หมา ม้า วัว แพะ แกะ ส่วนพวกไก่ เป็ด ห่าน นก ที่เดินสองขาแต่มีปีก
ก็นับว่าเป็นมิตรเช่นกัน ข้างบนกฎทั้งเจ็ดประการนี้มีข้อความสรุป ว่า "Four legs good, two legs bad." เอาเป็นว่าสัตว์ดีกว่ามนุษย์ก็แล้วกัน
กฎข้อที่ 3 ถึง 5 ห้ามไม่ให้สัตว์ปฏิบัติเยี่ยงมนุษย์ กล่าวคือ ห้ามใส่เสื้อผ้า ห้ามนอนบนเตียง และห้ามดื่มสุราของมึนเมา
(No animal shall wear clothes; No animal shall sleep in a bed; No animal shall drink alcohol.)
กฎข้อที่ 6 ห้ามให้สัตว์ต่างๆ ฆ่ากันเอง (No animal shall kill any other animal.) และข้อสุดท้ายซึ่งสำคัญที่สุดคือ
สัตว์ทุกตัวมีความเท่าเทียมกันหมด (All animals are equal.)
ตอนแรกสัตว์ต่างๆ ก็มีความสุขกันดีและพอใจในอิสระภาพที่ตนได้มา แต่นับวันหมูก็ยิ่งทำตัวแปลกไปทุกที
เริ่มเก็บลูกหมาไปเลี้ยงเพื่อเป็นทหารประจำตัว เก็บเอานมวัวไว้เลี้ยงหมาเท่านั้น ที่ร้ายไปกว่านั้น สัตว์ต่างๆ
เริ่มสงสัยว่าชีวิตความเป็นอยู่ของตนดีขึ้น หรือแย่ลงจากสมัยที่มีคนปกครองโรงนา หมูหัดเดินสองขา ใส่เหรียญตราเกียรติยศ
เปิดการติดต่อค้าขายกับเจ้าของฟาร์มเพื่อนบ้านที่เป็นมนุษย์ ดื่มเหล้า นอนบนเตียง สัตว์ทั้งหลายเริ่มงงในการเปลี่ยนแปลงแต่ก็จำไม่ได้ว่ากฎที่แท้จริงเป็นเช่นไร
สัตว์ที่อ่านหนังสือออกก็มีน้อย พอเงยหน้าขึ้นไปมองกำแพงโรงหน้าก็พบว่าตัวเองอ่านกฎไม่ละเอียดตั้งแต่ทีแรก ที่จริงแล้วกฎเขียนไว้ว่า
Four legs good, two legs better. (สัตว์สี่ขาดี แต่มีสองขายิ่งดีใหญ่) ที่แปลกไปกว่านั้นก็คือดูเหมือนว่าจะมีข้อความเพิ่มเติมขึ้นมา ในข้อ 4 ถึง 7 ดังนี้
ข้อ 4. No animal shall sleep in a bed with sheets. สัตว์ไม่ควรนอนบนเตียงที่มีผ้าปูที่นอน ถ้านอนเตียงเปล่าๆ อย่างที่หมูทำก็ถือว่าไม่ผิด
ข้อ 5. No animal shall drink alcohol too excess. ห้ามสัตว์ตัวใดดื่มสุรามากเกินไป ถ้าดื่มเพียงพอดีก็ไม่เป็นไร
ข้อ 6. No animal shall kill any other animal without cause. ห้ามสัตว์ตัวใดฆ่าสัตว์ตัวอื่นโดยไร้เหตุผล ถ้ามีเหตุผลก็ฆ่าได้
ข้อ 7. All animals are equal but some animals are more equal than others. สัตว์ทุกตัวมีสิทธิเท่าเทียมกัน แต่สัตว์บางตัวมีสิทธ์เท่าเทียมกว่าสัตว์ตัวอื่น
สัตว์รุ่นเก่าในโรงนาที่อยู่มาก่อนการปฏิวัติเริ่มประหลาดใจ เพราะไม่มีใครจำได้ว่ากฎเขียนไว้ว่าอย่างนี้
ยิ่งนานไปกำแพงโรงนาก็ถูกลบออกหมด เหลือเพียงข้อสุดท้ายที่สำคัญที่สุด
All animals are equal
but some animals are more equal than others.
น้องๆ สงสัยไหมคะว่าทำไมสัตว์เหล่านี้ทำตัวแปลกๆ พี่แนทว่าไม่แปลกหรอกค่ะ เพราะมันทำตัวเหมือนมนุษย์เรานี่เอง Animal Farm
เป็นหนังสือที่อ่านสนุกมากนะคะ หากเราไม่สนใจว่ามันเป็นหนังสือประชดเสียดสีการเมืองแบบคอมมิวนิสต์ เราก็อ่านสนุกได้
เป็นเรื่องของสัตว์ที่ทำตัวแปลกๆ แต่ถ้าจะลองเทียบพฤติกรรมของสัตว์ในเรื่องกับรัฐบาลรัสเซียสมัยเปลี่ยนการปกกครองเป็นคอมมิวนิสต์ก็สนุกไปอีกแบบนะคะ
Hollywood ก็นำมาทำเป็นหนังแล้วด้วย พี่แนทยังไม่ได้ดูจึงไม่ทราบว่าสนุกไหม แต่มั่นใจว่าสู้หนังสือไม่ได้แน่นอน ถ้าน้องๆ สนใจ ลองหามาอ่านกันนะคะ หนังสือเล่มเล็กนิดเดียวอ่านไม่นานก็จบ
ยิ่งเป็นเรื่องที่อ่านเพลินด้วยแล้ว ไม่น่าจะเกินความสามารถนะคะ คิดเห็นอย่างไร เล่าให้กันฟังบ้างก็ได้ เจอกันสัปดาห์หน้านะคะ สวัสดีค่ะ
|