Let there be light.
  ๒๒ พ.ค. ๔๔
      "And God said, 'Let there be light'; and there was light. And God saw that the light was good; and God separated the light from the darkness. God called the light Day, and the darkness he called Night. And there was evening and there was morning, one day."
ในหมู่งานเขียนและคำกล่าว (quotations) ต่าง ๆ คงไม่มี quote ใดจะเป็นที่รู้จัก และคุ้นหูกับคนจำนวนมาก หลากภาษาทั่วโลก เท่ากับบทปฐมบท หรือ Genesis ซึ่งเป็นบทแรกของ The Holy Bible กล่าวถึงกำเนิดของโลกและมนุษย์ และประวัติศาสตร์ยิว ประโยคที่คนทั่วโลกรู้จักมากที่สุดก็คือ "'Let there be light'; and there was light." พอพูดถึงประโยคนี้ คนส่วนใหญ่จะรู้ทันทีว่ามาจากที่ใด และกล่าวถึงเรื่องอะไร

ชาวคริสเตียนเชื่อว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างโลกขึ้น จากอากาศธาตุ หรือความไม่มีอะไรเลย (nothing)

"In the beginning God created the heavens and the earth. The earth was without form and void, and darkness was upon the face of the deep; and the Spirit of God was moving over the face of the waters."

ในตอนแรกนั้นพระเจ้าทรงสร้างสวรรค์ และโลก (สวรรค์ไม่ได้มีอยู่แล้วหรืออย่างไร แล้วก่อนหน้านี้พระเจ้าประทับอยู่แห่งใด แล้วสวรรค์มีลักษณะเป็นอย่างไร ทำไมจึงอยู่ในรูป plural (heavenS) - นักเทววิทยา และอเทววิทยาทั้งหลายได้ถกกันมากว่าสองพันปีแล้ว พี่แนทมิบังอาจให้คำตอบหรอกค่ะ เอาเป็นว่าพระเจ้าสร้างโลกก็แล้วกัน อย่าถามมากเลย) โลกในขณะนั้นไม่มีรูปแบบ (without form) ไม่ทราบว่าแบนหรือกลม
หรืออาจตีความว่ายังไม่มีสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งประกอบอื่น และเป็นที่ว่างอันกว้างใหญ่ (void แปลว่า large empty space ค่ะ) ทุกที่เต็มไปด้วยความมืด และพระวิญญาณของพระเจ้าทรงเคลื่อนตัวเหนือน้ำ (แสดงว่าอย่างน้อยก็มีมหาสมุทร หรือน่านน้ำ)
"And God said, 'Let there be light'; and there was light. And God saw that the light was good; and God separated the light from the darkness. God called the light Day, and the darkness he called Night. And there was evening and there was morning, one day."

พระเจ้าสร้างโลกได้อย่างไร ก็โดยการ 'said' หรือสั่งอย่างไรคะ อย่าลืมว่าพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจ หรือThe Almighty แล้วพระเจ้าก็ตรัสสั่ง (สั่งใครหล่ะ - โอ๊ย… ตอบไม่ได้อีกแล้วค่ะ) ว่า "แสงสว่างจงเกิดขึ้น" แล้วแสงสว่างก็เกิดขึ้น พระเจ้าเห็นว่าแสงสว่างนั้นดีแล้ว (ทรงพอใจกับแสงสว่างที่เกิดขึ้น) พระเจ้าจึงทรงแยกแสงสว่างออกจากความมืด แสดงว่าไม่ใช่ว่าทั้งโลกจะเต็มไปด้วยแสงสว่าง ยังมีบางส่วนที่มืดอยู่ พระองค์ทรงเรียกแสงสว่างนั้นว่า กลางวัน และเรียกความมืดว่า กลางคืน ดั้งนั้นจึงเกิด ตอนเย็นและตอนเช้า และวัน ขึ้นด้วย


เราต่างรู้กันว่าพระเจ้าทรงใช้เวลาทั้งหมด 6 วันในการสร้างโลก และสิ่งต่างๆ บนโลกรวมทั้งมนุษย์
สิ่งต่างๆ ที่พี่แนทกล่าวนั้นในตอนต้นนั้นเกิดขึ้นในวันแรก และทรงพักผ่อนในวันที่ 7 เราจึงนับวันที่ 7 ของสัปดาห์ เป็นวัน holiday หรือวันหยุดพักผ่อนและสรรเสริญพระเจ้า พระเจ้ายังพักผ่อนแล้วเราจะไม่พักผ่อนได้อย่างไร

ขอแทรกหน่อยว่าพระเจ้าของชาวคริสต์นั้นมีพระองค์เดียว เราจึงใช้ตัวอักษร G ตัวใหญ่เสมอ หรือคำสรรพนามที่กล่าวถึงพระเจ้าก็ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ด้วย เช่น He หรือHim

 
ห้องสนทนา เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home
เกมส์ Photo Hunt : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
BKK Mobile Picture Message : Logo : Mini Logo : Screen Saver : Text SMS : Color Picture Message : Wallpaper
รักและคิดถึง พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง : ซอกแซกผ่านจอ : มุมฟุตบอล : เสี่ยงเซียมซี : ดวงดาวโคจร ออนไลน์ : Wallpaper : บันเทิง-เริงใจ : ซุบซิบดารา
สารพัดความรู้ เสวนาธุรกิจ : บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน Everyday English : Did you know? : E-Dialog : รู้จักญี่ปุ่น
ห้องสมุด BKK Business Letter : Song of the Week : พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ : เพลินภาษาน่ารู้ :E-Diary :
ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก :
ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone :
เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York!
BKK Center Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline