
กลิ่นกุหลาบยังไม่ทันจาง ร้านต่าง ๆ ยังไม่ได้ย้ายสีชมพูไปไหน หัวใจยังพองโตกับวันวาเลนไทน์ พี่แนทขอถือโอกาสทำตัวทันสมัย
พูดเข้าเทศกาลอีกครั้ง สำหรับคนที่ไม่เห็นสีแดงสีชมพู ไม่ได้กลิ่นกุหลาบ ก็ยังได้เดินชอปปิ้งเพลินนะคะ เดินคนเดียวสนุกกว่าตั้งเยอะ
ที่ว่าเข้าเทศกาล พี่แนทมีกลอนมาฝากค่ะ เป็นกลอนรักหวานซึ้งจาก Elizabeth Bennett Browning
เขียนเมื่อเกือบสองร้อยปีมาแล้วแต่ยังซึ้งอยู่ มาดูกันดีกว่าว่าเขาเขียนว่าอย่างไร เผื่อว่าจะลอกไปฝากคนข้างๆ ได้
How do I love thee? Let me count the ways.
I love thee to the depth and breadth and height
My soul can reach, when felling out of seight
For the ends of Being and ideal Grace.
I love thee to the level of everyday's
Most quiet need, by sun and candlelight.
I love thee freely, as men strive for Right;
I love thee purely, as they turn from Praise.
I love thee with the passion out to use
In my griefs, and with my childhood's faith.
I love thee with a love seemed to lose
With my lost saints, -- I love thee with the breath,
Smiles, tears, of all my life! -- and, if God choose,
I shall but love thee better after death.
Thee เป็นคำเก่าที่แปลว่า 'you' ค่ะ มีอยู่สามรูปด้วยกัน คือ thou, thee, thy นั่นคือรูปที่เป็นประธาน กรรมและ แสดงความเป็นเจ้าของค่ะ
ถ้าจะกล่าวสั้นๆ กลอนนี้เริ่มต้นด้วยคำถามว่าฉันรักเธออย่างไร หรือจะเรียบเรียงใหม่ว่า ฉันรักเธอมากแค่ไหน ก็ได้
จากที่ฟัง Browning สาธยายมา สรุปได้ว่า ฉันรักเธอมาก มาก มาก มาก ที่สุด สุดขั้วของทุกสิ่ง รักสุดความลึก ความกว้าง
ความสูงของหัวใจ (อย่าเพิ่งขย้อนอาหารที่เพิ่งทานเข้าไปออกมานะคะ..... รอให้จบก่อนยังทัน) โอ๊ย รักมาก รักมากที่สุด
รักด้วยลมหายใจ รักด้วยรอยยิ้ม รักด้วยน้ำตา รักด้วยทุกอย่างของชีวิต
แต่ท่อนสำคัญก็คือสองบรรทัดสุดท้าย if God choose, I shall but love thee better after death. ท่อนนี้มี surprise
เล็กน้อย ถ้าจะแปลอย่างเชื่องๆ ก็อ่านได้ว่า "แม้เมื่อฉันสิ้นลมหายใจไปแล้ว ฉันก็ยังรักเธอมาก อาจรักมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
ถ้าพระเจ้าประสงค์ให้เป็นเช่นนั้น" เอ... ตงลงเขารักกันไหมนะ ดูเหมือนว่าความรักเกิดจากประสงค์ของพระเจ้า
ไม่ได้รักกันเองด้วยใจ อย่างนี้เรียกว่ารักตามยถากรรมนี่นา
เหตุผลก็คือ คนในสมัยนั้นยังเชื่อในพระเจ้า และทุกอย่างเป็นเพราะพระเจ้ากำหนดไว้แล้ว
คริสเตียนเชื่อในชีวิตหลังความตาย แต่เขาไม่รู้ว่าพระเจ้าจะตัดสินตัวว่าอย่างไร
แม้ตายไปแล้วชาวคริสต์ก็ยังปฎิบัติตามประสงค์ของพระเจ้า
ที่พี่แนทว่าท่อนท้ายมีเซอร์เพรสก็เพราะว่า บางคนทะเล้นหน่อยอาจอ่านว่า ฉันจะรักเธอมากยิ่งขึ้นอีกหากเธอตายซะ
เนื่องจากกลอนต้องเขียนสั้นๆ ให้กระชับ Browning ไม่ได้บอกว่าใครตาย อาจจะเป็นตัวเองตาย หรือคนรักตายก็ได้ ถ้าน้องๆ
คิดว่ากลอนนี้มีความหมายหลัง อาจเขียนให้คนที่หักอกเราเมื่อวาเลนไทน์ที่ผ่านมาก็ได้นะ เห็นไหมหล่ะ พี่แนทบอกแล้วว่าทันสมัย |