
คนส่วนใหญ่เหมือนกับใบไม้ร่วง ซึ่งลอยคว้างอยู่ในอากาศ หมุนเคว้งอยู่ตามแต่กระแสลมจะพาไป
ในที่สุดก็ตกลงสู่พื้นดิน แต่บางคนเหมือนกับดวงดาวที่มีเส้นทางเดินแน่นอนที่ถูกกำหนดไว้แล้ว
ไม่มีลมใดพัดพวกเขาได้ เขามีเส้นทางของตัวเอง
สวัสดีค่ะ น้องๆ ทุกคนสบายดีหรือคะ วันนี้พี่แนทมีวรรคทองในวรรณคดีมาฝากอีกแล้วค่ะ น้องๆ เคยได้ยินชื่อ Hermann Hesse
ไหมคะ เขาเป็นนักเขียนชาวเยอรมันที่ได้รับรางวัลโนเบล สาขาวรรณคดี ในปี 1964 สำหรับงานเขียนเรื่อง Siddhartha หรือ
สิทธารัถถะ ซึ่งเขียนขึ้นในปี 1922 ของเขา นิยายเล่มนี้ถูกแปลจากต้นฉบับภาษาเยอรมันเป็นอีกหลายสิบภาษา
หนังสือเล่มนี้ดังมากค่ะ เพราะเป็นการรวมเอาอารยธรรมตะวันตก มาผนวกกับความเชื่อปรัชญาศาสนาทางตะวันออก
น้องๆ คงอยากรู้เรื่องย่อแล้วสิ มีบุตรพราหมณ์รูปหล่ออยู่คนหนึ่งเป็นคนที่ฉลาดและใฝ่รู้ เขาเป็นคนที่หิวกระหายความรู้อยู่เสมอ
เขาเรียนจากอาจารย์พราหมณ์ทั้งหลายแล้วแต่ยังไม่พอ เขาไม่พอใจในสิ่งที่ได้เรียนรู้ เขาจึงออกจากหมู่บ้านมากับเพื่อนรักชื่อ โกวินฑะ
เขาได้ยินข่าวว่า โกทามะ หรือผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน นั่นคือพระพุทธเจ้าของศาสนาพุทธเรานี่เองได้ตรัสรู้ถึงสัจธรรม
และแพร่คำสั่งสอน มีสานุศิษย์ มากมาย ในที่สุดเขาได้ฟังคำสอนของพระพุทธเจ้า เขาได้มีโอกาสสนทนากับพระพุทธเจ้า
แต่ความกระหายความรู้ของเขายังไม่อาจถูกดับลงได้ เขายังคงออกเดินทางค้นพบสิ่งที่เขาตามหาต่อไป ส่วนโกวินฑะเพื่อนรักบวช
และรับใช้พระพุทธเจ้าเนื่องจากเลื่อมใสศรัทธา
สิทธารัถถะ ใช้ชีวิตค้นหาสัจธรรมทางโลก เขาได้ภรรยาชื่อ กมาลา ซึ่งเป็นผู้หญิงที่วิเศษมาก วันหนึ่งเขาได้พูดกับเธอว่า
"Most people are like a falling leaf that drifts and turns in the air flutters, and falls to the ground.
But a few others are like stars which travel one defined path: no wind reaches them, they have within themselves their guide and path.
Among all the wise men, of whom I knew many, there was one who was perfect in this respect. I can never forget him.
He is Gotama, the Illustrious One, who preaches this gospel. Thousands of young men hear his teachings every day and follow his instructions every hour,
but they are all falling leaves; they have not the wisdom and guide within themselves."
สิทธารัถถะกล่าวว่า คนส่วนใหญ่เหมือนกับใบไม้ร่วง ซึ่งลอยคว้างอยู่ในอากาศ หมุนเคว้งอยู่ตามแต่กระแสลมจะพาไป
ในที่สุดก็ตกลงสู่พื้นดิน แต่บางคนเหมือนกับดวงดาวที่มีเส้นทางเดินแน่นอนที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ไม่มีลมใดพัดพวกเขาได้
เขามีเส้นทางของตัวเอง เขายังกล่าวต่อว่า ในหมู่ปราชญ์ทั้งหลายที่เขารู้จัก มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่บรรลุถึงจุดนั้นได้ เป็นปราชญ์อย่างแท้จริง
มีคนเป็นพันมาฟังคำสอนของพระองค์ทุกวัน และรับเอาคำสอนไปเป็นแนวทางปฏิบัติ แต่คนพวกนั้นเป็นเพียงใบไม้ที่ร่วงหล่นเท่านั้น
น้องๆ เห็นด้วยกับคำกล่าวของสิทธารัถถะหรือเปล่าคะ เขาค่อนข้างที่จะกบฏต่อทุกสิ่ง กฎเกณฑ์ทุกอย่าง เขาพยายามหาทางของเขาเอง
ในที่สุดเขาก็ค้นพบปัญญา หรือ wisdom อย่างที่เขาตามหามาตลอดชีวิต เขาเรียนรู้จาก Ferry man ชายชราที่พายเรือส่งคนข้ามฝั่ง
ชายชราผู้นี้สอนให้สิทธารัถถะฟังเสียงของแม่น้ำ แม่น้ำสอนอะไรแก่เขา น้องๆ คงต้องลองฟังเองกระมังคะ เพราะพี่แนทไม่มี wisdom
ที่จะชี้ทางน้องๆ ได้ น้องๆ คงต้องหาทางของตนเองนะคะ ถ้าไม่อยากจะเป็นเพียงใบไม้ที่ปลิวไปตามลม
คงมีหลายคนสงสัยเกี่ยวกับชื่อเรื่อง และตัวละครเอก หนังสือชื่อ Siddhartha หรือ สิทธารัถถะ คนไทยอาจออกเสียงว่า สิทธัถถะ ก็ได้ ทีแรกพี่แนทคิดว่าเป็นเรื่องของพระพุทธเจ้าเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ สิทธารัถถะในเรื่องเป็นพราหมณ์หนุ่มผู้แสวงหาปัญญา ในหนังสือเล่มนี้ เขากล่าวถึงพระพุทธเจ้าโดยใช้ชื่อว่า Gotama หรือ Gautama ซึ่งเป็นนามสกุลของพระพุทธเจ้า ต่อมาคำนี้หมายถึงครูผู้สอน และคำว่า Buddha หรือ Enlightened One ซึ่งมีความหมายเดียวกันนั่นคือ ผู้ตรัสรู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ตามในคำสวดสรรเสริญของไทยเรานั่นเอง
งานเขียนของ Herman Hesse ส่วนใหญ่จะแสดงให้เห็นถึงคนที่เป็นกบฎของสังคมที่ตนอยู่ นั่นคือคนที่ตั้งคำถามต่อกฎเกณฑ์ของสังคม
สงสัยว่าสิ่งที่เราถูกอบรมมาจากสังคมนั้นถูกต้องแล้วหรือ แนวคิดนี้คล้ายของนีเชย์อยู่บ้างเหมือนกัน ในตอนที่สิทธารัถถะพบกับพระพุทธเจ้า
และได้สนทนากัน คนไทยที่นับถือพุทธซึ่งตกทอดมาจากพราหมณ์อีกที อาจไม่สบายใจนักว่าด้วยเหตุใด สิทธารัถถะถึงกล้าดี
ต่อปากต่อคำกับพระพุทธเจ้า สงสัยในคำสอนของพระองค์ ซ้ำยังไม่ออกบวชเป็นสาวก ทั้งที่ได้ฟังคำสอนแล้วเข้าใจดี
ไม่ใช่บัวใต้น้ำสักหน่อย นั่นหล่ะค่ะคือสิ่งที่ Hesse ต้องการ สิทธารัถถะมีหนทางของตน เขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อสิ่งใด
เขาได้ใคร่ครวญแล้ว มิใช่ว่าคนที่มีชื่อเสียงมีคนเคารพศรัทธามากพูด ก็เชื่อ พระพุทธเจ้ายังสอนเลยว่าจงอย่าเชื่อเพราะว่าคนที่บอกเป็นพระอรหันต์
อย่าเชื่อเพราะว่าเราได้ยินจากบุพการีของเรา จงอย่าเชื่อในคำของครูบาอาจารย์ ให้ใคร่ครวญดูก่อนแล้วจึงเชื่อ แล้วน้องๆ
จะเชื่อพี่แนทบ้างไหมคะ ลองใคร่ครวญตรึกตรองดูก่อนแล้วกันนะคะ อย่าเชื่อง่ายๆ เดี๋ยวจะโดนหลอกเอานะคะ สำหรับสัปดาห์นี้ สวัสดีค่ะ |