
ในช่วงก่อนสิ้นสหัสวรรษ มีหนังหลายเรื่องที่มีเนื้อหาเป็นเชิงทำนายอนาคตโลก ยกตัวอย่างเช่น
End of Days, Stigmata, Amagedon และ ID4 มีแนวความคิดว่าซาตานจะกลับมา และพยายามยึดครองโลก
และโลกจะถึงการอวสาน หรือจะมีอุกาบาตพุ่งมาชนโลก
อีกแนวคิดหนึ่งซึ่งไม่มีระเบิดตูมตาม คือแนวคิดที่ว่า ชีวิตของเรานั้นไม่ใช่เรื่องจริง เป็นเรื่องสมมติ
เป็นเรื่องโกหก เป็นการจัดฉาก หนังที่มีแนวคิดแบบนี้ได้แก่ The Truman Show และ Being John Macolvich.
The Truman Show เป็นละครโทรทัศน์สุดฮิตในอเมริกา มีตัวละครเอกคือนาย Truman Burbank
ชายหนุ่มที่มีชีวิตแสนจะธรรมดา รายการโทรทัศน์นี้ดังติดอันดับเพราะว่าลงทุนถ่ายทำสูงและแพร่ภาพชีวิตจริงๆ
ของนาย Truman สดตลอด 24 ชั่วโมง เป็นละครชีวิตจริง ไม่มีการเขียนบทล่วงหน้า
ฉากที่พี่แนทยกมาฝากในวันนี้เป็นฉากที่ Truman เริ่มสงสัยว่าชีวิตเขาออกจะแปลกๆ เขารู้สึกเหมือนกับว่าทุกคนรอบๆ
ข้างเขาต่างสมรู้ร่วมคิดกัน ทุกคนรู้อะไรบางอย่างที่เขาไม่รู้ เขาจึงเปรยให้ Marlon เพื่อนรักของเขาฟัง
TRUMAN
I don't know what to think, Marlon. May be I'm going out of my mind, but I get the feeling that the world
revolves around me somehow.
ฉันไม่รู้ว่าจะคิดอย่างไรดี มาร์โลน บางทีฉันอาจจะบ้าไปแล้วก็ได้ แต่ฉันรู้สึกว่าโลกหมุนรอบตัวฉัน
MARLON
It's a lot of world for one man. You sure that's not wishful thinking, you wishing you'd made something more
of yourself? Christ, Truman, we hasn't sat on the Jon and had an imaginary interview on "Seahaven Tonight"?
Who hasn't wanted to be somebody?
โลกออกจะใหญ่ไปสักหน่อยสำหรับคนคนเดียว นายแน่ในหรือว่าไม่ได้คิดไปเอง คิดไปเองว่าอยากเป็นมากกว่านี้ ให้ตายสิ
ทรูแมน เราไม่เคยนั่งส้วมแล้วเพ้อฝันไปว่าได้ไปออกรายการ "Seahaven Tonight" หรือ มีใครบ้างไม่อยากดัง
TRUMAN
This is different. Everybody seems to be in on it.
นี่มันไม่เหมือนกัน ทุกคนดูเหมือนจะรวมหัวกัน
MARLON
Tru, we've known each other since before we were in long pants. The only way we ever made it through high school
was cheating off each other's test papers. Jesus, they were identical. I always liked that, because whatever
the answer was--
ทรู เรารู้จักกันตั้งแต่ยังไม่ได้นุ่งผ้า เราเรียนจบมาด้วยกันได้ก็เพราะลอกข้อสอบกัน มันเหมือนกันเปี๊ยบเลย ฉันชอบมาก
เพราะว่าไม่ว่าคำตอบจะเป็นอะไร
TRUMAN & MARLON -- we were right together and we were wrong together.
เราถูกด้วยกันและผิดด้วยกัน
MARLON The only night either of us ever spent in jail,
we spent together and I wet myself but you never told anyone. I was best man at your wedding and my
brother was best man at my wedding and you didn't talk to me for a month over that and I didn't blame you
because you've been more of a brother to me than he's ever been. I know things haven't worked out for
either of us like we used to sit up on Monroe Avenue all night and dream they would. We all let opportunities
pass us by. None of us asks for the dance as often as we should. I know that feeling when it's like everything's
slipping away look for answers someplace else. But, well, the point is, I would gladly step in front of traffic for you.
And the last thing I'd ever do is lie to you. Think about it, Truman, if everybody's in on it, I'd have to be in on it too.
I'm not in on it, because there is no it.
คืนที่เราไปนั่งในคุก เราก็ไปด้วยกัน ฉันฉี่ราด นายก็ไม่เคยบอกใคร ฉันเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวในงานแต่งงานของนาย
แต่น้องชายฉันเป็นตอนฉันแต่ง นายไม่พูดกับฉันเป็นเดือน แต่ฉันไม่โทษนายหรอก เพราะว่านายเป็นมากกว่าน้องชายฉันเสียอีก
ฉันรู้ว่าชีวิตเราไม่ค่อยราบรื่นเหมือนตอนที่เรานั่งบนถนนมอนโรว์แล้วฝันถึงอนาคต เราปล่อยให้โอกาสผ่านไป
เราไม่ขอหญิงเต้นรำบ่อยเท่าที่เราควร ฉันเข้าใจความรู้สึกนั้นดีเวลาที่ทุกอย่างค่อยๆ หลุดมือไปแล้วเราต้องตามหาคำตอบที่อื่น
แต่ประเด็นก็คือ ฉันยินดีที่จะขวางทางรถเพื่อนาย และสิ่งสุดท้ายที่ฉันจะทำก็คือโกหกนาย คิดดูสิ ทรูแมน ถ้าทุกคนรวมหัวกัน
ฉันก็ต้องรวมหัวด้วย แต่ฉันไม่ได้ทำ เพราะไม่มีการรวมหัวกันทำอะไรทั้งนั้น
สำนวนที่น่าสนใจก็มี 'to be in on something' ซึ่งแปลว่าสมรู้ร่วมคิดกันหรือ รวมหัวกันทำอะไรสักอย่าง และ 'jon'
เป็นแสลง แปลว่าส้วมค่ะ
เราไม่มีทางบอกได้เลยว่าชีวิตเราจะเป็นละครโทรทัศน์ หรือเรื่องจัดฉากเหมือนชีวิตของ Truman หรือเปล่า
|