| |
บทประพันธ์
: กิ่งฉัตร / บทโทรทัศน์ : เอกลิขิต /
กำกับการแสดง : อดุลย์ บุญบุตร |
|
เรื่องย่อ
 |
วิษณุ นำเอาตำนานของหมู่บ้านบางบาปมาทำเป็นละคร
ซึ่งตามตำนานเล่าว่า พระวนาเทพ และ คุณกำไล ได้พาครอบครัว
พร้อมด้วยข้าทาสบริวารมาอยู่ที่นี่ มีนางทาสคนหนึ่งชื่อ
นางหยาด ที่ใช้ความสวยยั่วพระวนาเทพจนได้เป็นเมียอีกคนหนึ่งแต่ด้วยความอยากที่จะเป็นเมียเอก
นางหยาดจึงวางยาพิษฆ่าคุณกำไลและลูกๆ เมื่อความจริงถูกเปิดเผยนางหยาดโดนแขวนคอ
วิษณุได้ ธนัตถ์ และ ภาพิมล ดาราชื่อดังมาเป็นพระ-นาง
พักตรา รับบทนางร้าย และ ปาล เป็นพระรองของเรื่อง
วันเปิดตัวละคร นางบาป จัดขึ้นที่สถานที่จริงและ เรืองริน
หนึ่งทีมงานของวิษณุได้รู้จักกับนักแสดงที่จะร่วมงานด้วย
ซึ่งดาราทุกคนก็เป็นมิตรกับเรืองริน ยกเว้นภาพิมลที่แสดงความไม่ชอบหน้าเรืองริน
เพราะเธอหมั่นไส้ที่ดาราชายทั้งสองคนแสดงความสนใจในตัวเรืองรินมากกว่าเธอ
|
ระหว่างการเตรียมงาน วิษณุ , เรืองริน และทีมงานต้องมาดูงานที่บ้านหลังนี้บ่อยๆ
จนเรืองรินเริ่มสัมผัสได้กับความแปลกที่เหมือนมีคนแอบจ้องมองอยู่
และ เธอก็มักจะเจอกับเหตุการณ์ที่ลึกลับต่างๆฝีมือของวิญญาณ
นางหยาด และ นางหยด สองพี่น้องที่ถูกขังอยู่ในบ้านหลังนี้นั่นเอง
วิษณุรับ วิสาข์ เข้ามาเป็นพีอาร์ประจำกองถ่าย
หลังจากที่ยกกองถ่ายมาที่บ้านของคุณพระและต้องหยุดการถ่ายทำเพราะฝนตกหนักและน้ำท่วมทำให้ไม่สามารถไปไหนได้
ภาพิมลก็ชวนวิสาข์เล่นผีถ้วยแก้วเพื่อเป็นการฆ่าเวลา
โดยได้เชิญดวงวิญญาณที่สิงอยู่ในบ้านหลังนี้ให้มา
เมื่อเล่นไปแล้วทั้งสองคนก็ไม่สามารถบังคับถ้วย แก้วได้จึงแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
|
 |
 |
ไม่มีใครรู้ว่าผีนางหยดได้เข้าสิงร่างของเรืองริน
และผีนางหยาดเข้าสิงร่างพักตรา หยดในร่างเรืองรินสนใจกับชีวิตของคนในยุคนี้และแสดงความร้ายกาจ
ส่วนหยาดที่สิงร่างพักตราก็พยายามขออโหสิกรรมกับภาพิมล
เพราะรู้ว่าเป็นคุณกำไลในอดีตชาติ ทำให้ภาพิมลหวาดกลัวมาก
และปาลยังแอบเห็นพักตราเอาเสื้อสำหรับทาสที่ใช้ในละครมานุ่งแล้วไปตักน้ำมาถูเรือน
ปาลไปบอก เรื่องนี้กับวิษณุถึงได้รู้ว่าเป็นหยาดที่ไม่มีความดุร้ายเหมือนกับหยด
หยาดเตือนวิษณุเรื่องหยด วิษณุเอาสร้อยพระของเขามาคล้องคอของเรืองรินจนหายเป็นปกติ
วิสาข์ซึ่งหลงรักวิษณุอยู่เกิดมาเห็นสร้อยเข้าก็จะเอาคืน
ทำให้วิษณุกับวิสาข์มีปากเสียงกันรุนแรง
|
ด้วยความโกรธทำให้วิสาข์ขับรถฝ่าน้ำที่ท่วมออกไป
จนทำให้รถตกถนนและเธอก็จมน้ำ วิษณุกับพวกมาช่วยไว้
แต่วิสาข์ก็ถูกวิญญาณของหยดสิงร่าง พอน้ำลดแล้ววิษณุก็ไปหาหลวงตาซึ่งท่านก็แนะนำให้วิษณุนั่งสมาธิ
เพื่อจะได้ติดต่อกับผีนางหยาดและช่วยปลดปล่อยให้หยาดสู่สุคติ
แล้ววิษณุก็ได้รู้เรื่องราวในอดีตชาติที่ตนเป็นคุณพระวนาเทพ
ที่เป็นคนเจ้าชู้และมีเมียหลายคนในจำนวนนั้นก็มีหยดและหยาด
ซึ่งสร้างความเสียใจให้กับคุณกำไลที่เป็นอดีตชาติของภาพิมลนั่นเอง
หยาดเป็นคนหัวอ่อนจึงหลงเชื่อแผนการของหยด ทำให้คุณกำไลและลูกๆ
ต้องตายด้วยยาพิษ จนตัวเองต้องโดนจับแขวนคอตาย เยื้อน
เป็นแม่ของหยาดและหยด รู้เรื่องที่หยดทำทุกอย่างจึงตัดสินใจใช้มีดแทงหยดตาย
พร้อมสาปแช่งให้หยดถูกจองจำอยู่ที่บ้านหลังนี้จนกว่าจะสำนึกผิด
|
 |
 |
หยดในร่างของวิสาข์มักจะคอยกลั่นแกล้งคนในกองถ่ายให้ทะเลาะกัน
เช่นเมื่อรู้ว่าธนัตถ์ชอบเรืองรินก็พยายามยุให้ภาพิมลมีเรื่องกับเรืองริน
แต่ปาลก็มักจะเข้ามาช่วยเรืองรินอยู่เสมอ จนเรืองรินเริ่มมีใจให้กับปาล
หลังจากแผนการที่วางไว้ไม่ได้ผล หยดก็หลอกเรืองรินมาที่ริมน้ำตอนกลางคืน
แล้วก็ผลักเรืองรินตกน้ำซึ่งทำให้สร้อยพระที่ใส่อยู่ขาดจากคอ
วิญญาณของหยาดเลยมาช่วยเรืองรินไว้ได้ ทำให้เรืองรินรู้ว่ามวิญญาณสิงอยู่ที่ร่างของวิสาข์
เมื่อวิษณุต้องการช่วยหยาด เลยให้ภาพิมล , ปาล ,
เรืองริน , และตนเองเล่นผีถ้วยแก้ว โดยให้ภาพิมลเชิญวิญญาณหยาดที่สิงร่างของเรืองริน
หยาดได้ขออโหสิกรรมจากคุณพระ , คุณกำไลและได้ไปผุดไปเกิด
ส่วนหยดในร่างของวิสาข์กลัวว่าจะต้องไปผุดไปเกิด จึงใช้แผนยั่วยวนธนัตถ์และถูกตีจนสลบ
หยดติดอยู่ในร่างของวิสาข์ที่นอนสลบอยู่ที่โรงพยาบาลออกไปไหนก็ไม่ได้
|
จนกระทั่ง ยุพดี แม่ของวิสาข์มาเยี่ยมทำให้หยดตกใจ เพราะยุพดีก็คือเยื้อน
แม่ของหยดในอดีตนั่นเอง เมื่อยุพดีเห็นสภาพของวิสาข์ก็ร้องไห้
และเพราะน้ำตาของยุพดีนี่เองที่ทำให้คำสาปกลับมาอีกครั้ง หยดก็ต้องถูกจองจำอยู่ในบ้านหลังนี้อีกครั้ง
สุดท้ายปาลกับเรืองรินก็เป็นแฟนกัน และทั้งคู่ก็ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้หยาด
ถึงแม้จะไม่สามารถแก้ไขตำนานนี้ให้ถูกต้องได้
|
|
|
|