| |
กันตนา โชว์ความสำเร็จ
บิ๊ก บราเธอร์ ไทยแลนด์ ตุ้ย หนุ่มมอไซค์รับจ้างเปิดใจได้เป็น เดอะ วินเนอร์
ชีวิตพลิกผันเพียงแค่ข้ามคืน!
กันตนาย้ำภาพผู้นำรายการเรียลลิตี้เมืองไทย โชว์ความสำเร็จรายการ
บิ๊ก บราเธอร์ ไทยแลนด์ กระแสตอบรับจากประชาชนท่วมท้นตลอด 105 วัน ได้
ตุ้ย หนุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้างจากอำเภอแม่กลอง เป็นเดอะวินเนอร์คนแรกของไทยและเอเชีย
รับรางวัลเกือบ 4 ล้านบาท
ประกาศผลกันไปแล้วเมื่อค่ำคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา
(16 ก.ค.) สำหรับผู้ที่ได้เป็น เดอะ วินเนอร์ ของรายการ บิ๊ก บราเธอร์ ไทยแลนด์
ซึ่งบรรยากาศของการประกาศผลเต็มไปด้วยความตื่นเต้น สนุกสนาน และอุ่นหนาฝาคั่งไปด้วยเหล่าบรรดาแฟนคลับที่มาคอยชม
คอยเชียร์ และให้กำลังใจผู้เข้า แข่งขัน 3 คนสุดท้ายของบ้านบิ๊ก บราเธอร์
คือ นายโสภณ ศรีสกุล หรือ แห้ว ครีเอทีฟ, น.ส.พิมพ์จักร ชิวารักษ์ หรือ พิม
นักศึกษาจากออสเตรเลีย และ นายนิพนธ์ เพิกทิม หรือ ตุ้ย หนุ่มมอเตอร์ไซค์
รับจ้าง จากอำเภอแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ผู้คว้าเดอะวินเนอร์ด้วยผลโหวตทิ้งห่างคู่แข่งโดยมีคะแนนสูงถึง
70.74 เปอร์เซ็นต์ ได้รับเงินสด 1 ล้านบาท บ้าน 1 หลัง และรถยนต์มาสด้า 3
อีก 1 คัน รวมมูลค่าเกือบ 4 ล้านบาท
ภาพบรรยากาศในงาน...
นางศศิกร ฉันท์เศรษฐ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท
กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เผยถึงความสำเร็จของรายการบิ๊ก บราเธอร์ ว่า
นับตั้งแต่รายการเริ่มออกอากาศเมื่อวันที่ 2 เมษายนจนถึงวันที่ 16 กรกฎาคม
ถือว่าได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากทั้งในแง่จำนวนผู้ชมและเรตติ้งของรายการ
ซึ่งเรากล้ายืนยันได้ว่าที่ www.bigbrotherthailand.com มีผู้เข้าเยี่ยมชมสูงสุดในช่วงที่รายการออกอากาศตลอด
105 วัน ถึงวันละ 1 ล้าน 5 แสนครั้ง อีกทั้งยังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์รายการทางเว็บบอร์ดสนทนายอดนิยมหลายแห่ง
รวมทั้งจากคอลัมน์นิสต์ที่แสดงความคิดเห็นต่อเนื้อหารายการ ผ่านทางสื่อสิ่งพิมพ์อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ยังมีการแสดงความคิดเห็นผ่านทาง SMS ต่อรายการและผู้เข้าแข่งขันในปริมาณสูง
หรือแม้แต่จำนวนผู้ชมทางเคเบิลทีวี UBC ช่อง 16 ซึ่งออกอากาศสด 24 ชั่วโมง
ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยในช่วงเวลา 105 วันที่รายการบิ๊ก บราเธอร์
ออกอากาศ ยอดผู้สมัครเป็นสมาชิก UBC เพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์
ด้วยคอนเซ็ปท์ของรายการที่นำคน 12 คนที่แตกต่างกัน
ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย มีฐานะ และการศึกษา รวมทั้งเบื้องหลังทางสังคมต่างกัน
มาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ผู้ชนะของเกมนี้คือผู้ที่ได้รับการยอมรับจากคนที่อยู่ร่วมกันและได้รับการยอมรับจากคนดู
โดยมีรางวัลเป็นเป้าหมาย ฉะนั้นสุดท้าย คนที่จะได้รับรางวัลคือคนที่ได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมบ้าน
คนที่สามารถปรับตัวใช้ชีวิตกับเพื่อน ร่วมบ้านได้ตลอด 105 วัน โดยต้องได้รับการยอมรับจากผู้ชมด้วย
และเราคิดว่ารายการนี้น่าจะเป็น เทรนด์ใหม่ของสังคมไทย ขณะเดียวกันเราก็ตระหนักดีว่ารายการมีผู้ชมจำนวนมาก
ดังนั้นเราจึงพยายาม ใส่ภารกิจให้แก่ผู้เข้าแข่งขันได้ลงมือทำในสิ่งที่ชี้นำสังคมไปในทางสร้างสรรค์
เช่น ภารกิจกราบแล้วกอด หรือการที่เราให้ผู้เข้าแข่งขันสกรีนเสื้อเพื่อนำไปขายแล้วมอบเงินแก่มูลนิธิช่วยคนตาบอดฯ
ด้าน นายทรงศักดิ์ เปรมสุข กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า รายการบิ๊ก บราเธอร์ เป็นรายการที่สร้างกระแสความนิยมด้านผู้ชมให้แก่ไอทีวีได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว
โดยรายการได้รับความนิยมสูงสุด มีเรตติ้งพุ่งสูงสุดในกลุ่มผู้ชมอายุ 15-24
ปี ทำให้รับรู้ได้ว่าขณะนี้กระแสรายการเรียลลิตี้ในหมู่ผู้ชมที่เป็นตลาดแมสเริ่มมีผลตอบรับดีขึ้นตามลำดับ
มีแนวโน้มที่จะเติบโตและได้รับการตอบรับที่ดีทั้งจากผู้ชมและสปอนเซอร์ ดังนั้นทางสถานีจึงมีแนวคิดที่จะจัดสรรช่วงเวลาดังกล่าวให้เป็นช่วงเวลาของรายการแนวเรียลลิตี้
และตัดสินใจนำรายการ อะคาเดมี่ แฟนตาเซีย 2 ออกอากาศต่อจาก รายการบิ๊ก บราเธอร์ในช่วงเวลาเดียวกันทุกวันเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ชม
ขณะที่ ตุ้ย-นิพนธ์ เพิกทิม เดอะวินเนอร์จากรายการบิ๊ก
บราเธอร์ ไทยแลนด์ กล่าวถึงความรู้สึกด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า ก่อนอื่นผมก็ต้องขอขอบคุณผู้ชมทั่วประเทศที่ช่วยโหวต
ช่วยเชียร์ และช่วยส่งกำลังใจมาให้ผม ทำให้ผมมีโอกาสดีๆ ในชีวิตเกิดขึ้น
ซึ่งก่อนหน้าที่จะเข้ามาอยู่ในบ้านบิ๊ก บราเธอร์ ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้เป็นถึงเดอะวินเนอร์
เพราะผมเป็นแค่ผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่ง การศึกษาต่ำ ฐานะ ไม่ค่อยดี เพียงแค่ได้เข้ามาเป็น
1 ใน 12 ผู้เข้าแข่งขันในบ้านบิ๊ก บราเธอร์ ผมก็ภูมิใจที่สุดแล้ว
ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านผมได้ใช้ความเป็นตัวของตัวเองเข้าหาเพื่อนๆ
ใช้ความ จริงใจแลกความจริงใจ ในตอนแรกผมยอมรับว่าผมหนักใจที่จะต้องปรับตัวเข้าหาคนอื่น
กลัวเราเข้ากับเขาไม่ได้ แต่ผมก็โชคดีที่พี่ๆ ทุกคนเปิดโอกาสให้ผมได้เข้าไปใกล้ชิด
ให้ความสนิทสนม ให้ใจ และที่สำคัญ ทุกคนให้มิตรภาพที่ดีแก่ผม สิ่งนี้แหละที่ผมคิดว่ามันมีค่าเหนือกว่าสิ่งใดๆ
สำหรับเงินรางวัลที่ได้ผมจะใช้ด้วยความระมัดระวัง
ไม่ฟุ้งเฟ้อ เพราะผมเชื่อว่าแม้จะมีเงินมีฐานะเพียงใดก็ตาม แต่ถ้าเราไม่รู้จักประหยัดไม่รู้จักใช้สอยเงินที่มีก็อาจจะสูญสิ้นไปหมดได้
ผมจึงจะใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้มาอย่างคุ้มค่ามากที่สุดครับ...
|
|