Film
๑๓ มี.ค. ๔๓

วัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ Alphabetize ตัวอักษร F ของเราในคราวนี้ เป็นเรื่องใหญ่-ยาวเหลือประมาณ ไม่สามารถรวบรวมข้อมูลทั้งสิ้นไว้ได้ภายในตอนเดียว ดังนั้นจึงจะต้องมีภาคต่อนะครับ ส่วนภาคต่อจะเป็นอย่างไร อย่าเพิ่งไปสนใจครับ มาว่ากันที่ภาคแรกของเรากันก่อนเหอะ…. คนเราไม่ควรข้ามขั้นตอนนะครับ เช่นกัน ใครที่เพิ่งเข้ามาเยี่ยมชม bkkonline.com แล้วเพิ่งเข้ามาทัศนา Alphabetize เป็นครั้งแรกก็อย่าข้ามขั้นตอนนะครับ เริ่มยลกันตั้งแต่อักษร A มาก่อนเลย จะได้อยู่กันนานๆ ส่วนถ้าจะแอบให้ข้อเสนอแนะแนวการศึกษาใดใดก็ บอกมาที่ bkk@bkkonline.com ได้เลยนะครับ เอาล่ะ ฤกษ์งามยามปลอด เข้าสู่ Alphabetize ลำดับที่ 6 กันได้เลยครับ

รื่องที่จะนำเสนอใน Alphabetize ตัวอักษร "F" นี้ จะเป็นเรื่องใหญ่-ยาวอย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้น เพราะประวัติอันยาวนานของเจ้าเรื่องนี้ อุดมไปด้วยร่องรอยจารึกอันน่าสนใจ น่าประทับใจ เรื่อยไปจนถึงน่าตกใจและน่ากลัวใจเป็นอย่างยิ่ง ที่เป็นเช่นนั้นเพราะ ผมไม่ได้ดึงเอาแต่แผ่นหน้าๆ ของมันมาเล่าสู่กันฟัง แต่ขุดเจาะกันยาวนานไปตั้งแต่แรกเริ่มเดิมทีมาจนถึงปัจจุบันนี้ (ราวกับเป็นนักโบราณคดีก็ไม่ปาน) และจำเพาะเจ้าเรื่องนี้ มีองค์ประกอบแวดล้อมเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยอีกมากมาย ทั้งตัวบุคคล, สถานที่, เหตุการณ์, ฯลฯ ซึ่งก็คือเรื่องราวทั้งสิ้นทั้งปวงของภาพยนตร์ หรือ "FILM" นั่นเองครับ

ย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นกันเลยทีเดียวเชียว เรื่องของการสร้างภาพที่เคลื่อนไหวได้ ไม่ใช่ภาพแช่นิ่ง (รูปถ่าย) นี้ ต้องยกคุณงามความชอบให้คุณปู่ทวด Thomas Edison (อเมริกันชนผู้ที่เราเรียนกันมาแต่เด็ก ว่าเป็นคนประดิษฐ์หลอดไฟฟ้านั่นแหละ) คือด้วยความที่แกเป็นนักประดิษฐ์ เพราะฉะนั้นแกก็จะไม่ยอมอยู่ว่างๆ หรอก อะไรมาอยู่ใกล้ไม้ใกล้มือ แกเห็นแกก็เอามาคิด มาประดิษฐ์ไปหมดแหละ รวมทั้งการประดิษฐ์และพัฒนา Kinetoscope ซึ่งเป็นเครื่องมือที่จะเปลี่ยนสัญญานไฟฟ้า มาเป็นภาพแล้วบันทึกเอาไว้ได้ แต่เป็นคนละแบบกับกล้องถ่ายรูป เพราะการบันทึกครั้งนี้ เป็นการบันทึกภาพที่เคลื่อนไหวได้ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2432 หรือเมื่อ 111 ปีที่แล้วตอนที่ตัวแกอายุฟาดเข้าไป 52 ปีแล้ว จากนั้นอีก 4 ปีต่อมา แกก็จดลิขสิทธิ์เครื่องมือของแกนี้ในชื่อ Kinetograph ซึ่งถือเป็นต้นแบบของกล้องถ่ายภาพยนตร์เลยทีเดียว โดยเจ้าเครื่องมือนี้ ทำให้ผู้ชมกรี๊ดสลบเมื่อได้ชมภาพเคลื่อนไหวเป็นครั้งแรก ยิ่งไปกว่านั้น ยังเปิดโอกาสให้กรี๊ดได้แบบ Solo ไม่มีการแย่งกันกรี๊ดหรือช่วยกันกรี๊ด เพราะดูได้ทีละคนเดียว ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันชื่นชมไปทีละคนเท่านั้น ซึ่งก็เป็นภาพของรถไฟที่เคลื่อนใกล้เข้ามา และขบวนพาเหรดที่เคลื่อนที่ ภายในเวลา 30-60 วินาที ซึ่งก็นับว่ามากแล้วสำหรับสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

าพที่เคลื่อนไหวได้หรือ Motion Picture ที่สร้างในโรงถ่าย และถูกบันทึกไว้ว่าเป็น First Film Studio ของโลกก็คือเรื่อง Black Maria ซึ่งคุณ Edison ได้ทำขึ้นในห้อง Lab ของแกเองที่ West Orange มลรัฐ New Jersey เมื่อปี พ.ศ. 2432 แล้วในปีต่อมาก็พัฒนาไปอีกขั้น (โดยไม่ต้องใช้ GSM 2 Watts) โดยถ่ายส่วนหนึ่งของละคร Broadway เรื่อง The Kiss ซึ่งนั่นก็ทำให้ชื่อเสียงของคุณปู่ทวดและสิ่งประดิษฐ์ของแก เป็นที่ระบือลือลั่นไปทั่วโลกอีกครั้งทันที มีการนำไปสาธิตให้ดูกันที่ Brooklyn หลังจากนั้นแกก็คิดได้ว่า อย่ากระนั้นเลย จะประดิษฐ์มันขึ้นมาเฉย ๆ ทำไมให้เมื่อยมือ ว่าแล้วก็เกิดการวางขายกันเป็นครั้งแรกที่ New York ถือเป็นสิ่งประดิษฐ์ประเภทนำมาซึ่งความเพลิดเพลินจำเริญใจ แก่ผู้ใหญ่ที่มีสตางค์ซื้อหาไปเล่นกัน โดยตอนนั้น ภาพที่ถ่ายกันนั้น ไม่มีการเขียนเรื่อง ไม่มีการตัดต่อ และแน่นอน มีแต่ภาพ ไม่มีสี ไม่มีเสียงใดใดทั้งสิ้น และส่วนใหญ่ภาพที่ถ่าย ก็จะเป็นภาพที่เห็นกันตามถนนหนทาง, รถไฟแล่น (ไม่รู้จะดูไปทำไม), ตำรวจและการทำงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงอะไรเทือกนี้แหละครับ

จำเนียรกาลผ่านไปสักระยะเวลาหนึ่ง 2 พี่น้องชาวฝรั่งเศส Louis และ August Lumiere ก็ใช้แรงบันดาลใจที่ได้จากงานของ Edison มาสร้างงานเป็นของตนเอง โดยเล็งเห็นว่า การถ่ายแล้วดูกันทีละคนนั้น มันจะไปได้ประโยชน์โภชน์ผลอะไรเล่า ถ้าอยากจะให้ทำเงินกันเป็นเรื่องเป็นราวมันต้องดูกันทีละหลายๆ คน (จะได้เมาท์กันได้) ว่าแล้วทั้งคู่ก็ลุกขึ้นมาพัฒนาเครื่องมือในการถ่ายภาพเคลื่อนไหวได้ ให้มีการถ่ายทอดออกมาทาง Projector ด้วย ให้ชื่อว่า Cinematographe หลังจากได้สาธิตกันจนเห็นว่า ใช้การได้แน่นอนแล้ว จึงได้เกิดภาพยนตร์ (Cinema) ขึ้นเป็นครั้งแรกในโลกที่กรุง Paris โดยฉายให้ดูกันเมื่อ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2438 ในโรงภาพยนตร์โรงแรกของโลกชื่อ Salon Indien โดยทำการฉาย Short Film 10 เรื่อง ใช้เวลาทั้งหมด 20 นาที ทุกวัน วันละ 20 รอบ ปีต่อมาทางฝั่งอเมริกา บริษัทของคุณ Edison ก็ไม่น้อยหน้า สร้างเครื่องฉายขึ้นมาเหมือนกัน เพื่อเหตุผลเดียวกันคือ จะได้ดูได้ทีละหลายๆ คน แล้วจัดการตั้งชื่อเครื่องฉายของแกว่า Vitascope ก็เป็นการเริ่มประเดิมการชิงดีชิงเด่นกัน ระหว่างอเมริกากับฝรั่งเศส ว่าใครทำอะไรออกมาก่อน-หลัง ของใครเจ๋งกว่า เลิศกว่า เกทับกันสุดฤทธิ์

ฏิบัติการเกทับ Bluff แหลกไม่จบลงง่ายๆ เมื่อฝรั่งเศสลุกขึ้นมาทำหนังที่มีการบรรยายภาพ (ด้วยตัวอักษร) เป็นครั้งแรก โดยมีการใส่ Special Effects ด้วย (แบบไม่สมจริงสมจังอะไรหรอก แต่ก็เป็นการใส่เข้าไปครั้งแรก) ในหนังเรื่อง A Trip to The Moon ในปี พ.ศ. 2440 อเมริกาหรือจะยอม คุณ Edwin Porter ซึ่งอยู่ในสังกัดของ Edison's Studio ก็ลุกขึ้นมาสร้างประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของวงการภาพยนตร์ โดยสร้างหนังเรื่อง "The Great Train Robbery" ซึ่งถูกบันทึกไว้ว่า เป็นภาพยนตร์ที่นอกจากจะมีการเล่าเรื่อง (ด้วยตัวหนังสือ) เป็นครั้งแรกในอเมริกาแล้ว ยังมีการตัดต่อเป็นครั้งแรก มีการนำเรื่องที่แต่งขึ้นมาสร้างเป็นครั้งแรก เป็นเรื่องเกี่ยวกับพวกตะวันตก (ขี่ม้า-ปล้นฆ่ากัน) เรื่องแรก มีการเรียงลำดับเหตุการณ์ต่างๆ ในหนังเป็นครั้งแรก แล้วก็ยังเป็นหนังฮิต ระเบิดเถิดเทิงเรื่องแรกของโลกด้วย เป็นไงล่ะเรื่องหน้าเรื่องตา มายอมเสียกันง่ายๆ ได้ไง

นเมื่อเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ความบันเทิงรูปแบบนี้ เป็นนิยมกันพอสมควร ดังนั้นจึงได้มีการพัฒนาองค์ประกอบสำคัญต่างๆ กันต่อไปเรื่อยๆ เพื่อสร้างความสมบูรณ์แบบของภาพยนตร์ให้มากขึ้น ทั้งนี้มิใช่เพื่อการณ์อื่นใด แต่เพื่อเงินทั้งสิ้น มีบริษัทผลิตภาพยนตร์เพิ่มขึ้น ซึ่งแน่นอน ก็มีโรงภาพยนตร์เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว แต่ในยุคแรกๆ นั้น ยังเป็นหนังเงียบ จะมีเสียงบ้างก็เป็นเสียง Piano มาต๊องแหน่งต๊องแหน่งพอไม่ให้เหงา และตัวดาราก็อาภัพหนักหนา ไม่มีการประกาศเกียรติคุณใดใดให้ประจักษ์ ทั้งนี้เพราะความสำคัญมันไปอยู่ที่ตัวหนังมากกว่า จนกระทั่งประมาณปี พ.ศ. 2452 ประชาชนชาวอเมริกันรุกหนักด้านอุตสาหกรรมภาพยนตร์ นักธุรกิจเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อกิจการนี้ โดย (แน่นอน) บริษัทของคุณ Edison ลุกขึ้นมาเจ้ากี้เจ้าการในเรื่องนี้ เพราะตัวคุณปู่ทวดแกเป็นนักประดิษฐ์นี่นา แกก็ย่อมเชี่ยวชาญเรื่องการหาผลประโยชน์ จากสิ่งประดิษฐ์ของแก ดังนั้นจึงได้มีการก้าวเข้าสู่ระบบ Studio โดยมีการรวมตัวกันในบรรดาบริษัทสร้างภาพยนตร์ทั้งหลาย ตั้งกฏระเบียบในเรื่องลิขสิทธิ์ของภาพยนตร์ เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ การฉาย การสร้าง อะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่าง เพื่อผลประโยชน์ (เงิน) สูงสุดของผู้สร้าง กลายเป็นแหล่งอิทธิพลใหญ่ของวงการภาพยนตร์ไป และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของศูนย์กลางวงการภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก….. "Hollywood"

ทีนี้ล่ะ พอมีการแข่งขันกันมากขึ้น องค์ประกอบแวดล้อมก็ต้องเพิ่มความสำคัญกันขึ้นเป็นลำดับ เริ่มจากการให้ความสำคัญเฉพาะที่ Studio ผู้สร้างมาแต่เดิม ก็มามีเพิ่มกันเรื่องดารา โดยแต่ละ Studio ก็จะลุกขึ้นมามีดาราดึงดูดคนดูเป็นของตนเอง และดาราคนแรกที่ได้รับการ Promote ดั่งว่านี้ เป็นดาราสาว Florence Lawrence จากค่ายอิสระUniversal ซึ่งถือกันว่า เธอเป็นผู้ที่ถูกเรียกขานกันว่า "ดาราภาพยนตร์" คนแรกของโลก จากนั้นแต่ละ Studio ก็ปั้นดาราออกมาแข่งขันกันเรียกคะแนนนิยมจากผู้ชมเป็นว่าเล่น รวมทั้งเกิดธุรกิจอื่นเพื่อรองรับตามมาเช่น Magazine ที่มีเรื่องราวของหนัง, ดารา รวมทั้งเรื่องราวซุบซิบต่าง ๆ เรื่องส่วนตัวของคนนั้นคนนี้ (เมาท์กันมาแต่โบร่ำโบราณเชียว) อย่างเช่น The Motion Picture News และ The Movie Picture World เป็นต้น และในช่วงนี้นี่เอง ที่เป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดค่ายใหญ่ยักษ์ทั้งหลาย ที่เรารู้จักกันมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นค่าย Universal, Warner Brothers, Paramount, Columbia และ Metro Goldwyn Mayer ส่วนดาราสำคัญในยุคนั้นก็จะประกอบไปด้วย Charlie Chaplin, Mary Pickford, Douglas Fairbank Sr., Gloria Swanson เป็นต้น

นั่นคือเรื่องราวยุคแรกเริ่มประเดิมจั่วของวงการภาพยนตร์ เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นไร อีซ่าจะได้พบเจ้าคุณพ่อหรือไม่, เจ้าชายภุชงคตจะยอมสละฐานันดรศักดิ์ เพื่อเด็กหนุ่มที่แอบรักหรือเปล่า, ประชุมอังค์ถัดที่เมืองไทยแล้วได้อะไรขึ้นมา, ฝนตกขี้หมูไหลแล้วคนอะไรมาพบกัน, ฯลฯ ติดตามได้ในตอนต่อไปของ…. FILM

แล้วพบกันใหม่ใน Alphabetize สัปดาห์หน้านะครับ
วัดีรั
ห้องสนทนา เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home
เกมส์ Photo Hunt : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
BKK Mobile Picture Message : Logo : Mini Logo : Screen Saver : Text SMS : Color Picture Message : Wallpaper
รักและคิดถึง พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง : ซอกแซกผ่านจอ : มุมฟุตบอล : เสี่ยงเซียมซี : ดวงดาวโคจร ออนไลน์ : Wallpaper : บันเทิง-เริงใจ : ซุบซิบดารา
สารพัดความรู้ เสวนาธุรกิจ : บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน Everyday English : Did you know? : E-Dialog : รู้จักญี่ปุ่น
ห้องสมุด BKK Business Letter : Song of the Week : พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ : เพลินภาษาน่ารู้ :E-Diary :
ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก :
ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone :
เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York!
BKK Center Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline