DRACULA
๒๔ ก.พ. ๔๓

วัสดีครับ Alphabetize ลำดับที่ 4 แน่นอนว่าเป็นตัวอักษร "D" นะครับ ถ้าอยากดู 3 อักษรแรกก็ Click ดูได้ เชิญตามสบายครับ ค่าเช่าเวลาเล่น Internet ชั่วโมงละไม่กี่ตังค์ แลกกับความรู้คู่ความสนุกสนานบันเทิงใจที่ได้จาก bkkonline แล้วคุ้มแน่ครับ ไม่ต้องเสียดายตังค์-เสียดายเวลา อุตส่าห์ท่อง 'net มาถึงที่นี่แล้ว แวะกันนานๆ หน่อยนะครับ…..

ที่ผ่านมาทั้ง 3 ตัวอักษร เป็นเรื่องของ 1 ชาย 1 หญิงกับอีก 1 เทศกาล สำหรับตัวอักษร "D" ใน Alphabetize ของเราคราวนี้ จะเป็นเรื่องของ "ตำนาน" ตำนานที่แปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า Legend นะครับ ไม่ใช่ตำ-นานอันหมายถึงกริยาใดกริยาหนึ่งที่ไม่ได้ทำในระยะเวลาอันสั้น อันนั้นเป็นคนละคำ-คนละความหมายกันครับ และจะไม่ขอกล่าวถึง…เมื่อยแขน เดี๋ยวพริกกระเด็นเข้าตา แสบตาไปซะอีก!!!!

"ตำนาน" หรือ "Legend" ที่เราจะมาว่ากันนี้ เป็นตำนานที่นำเอาเรื่องเล่าเก่าแก่มาผสมผสานกับจินตนาการมนุษย์ เขียนขึ้นมาเป็นเรื่องเป็นราว แล้วก็ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เอาไว้หลากหลายเสียเหลือเกิน ที่ว่าหลากหลายก็คือ มีการนำมาดัดแปลงเป็นอย่างนั้นอย่างนี้เอาไว้ซะเปรอะไปหมด แต่ถ้าเอ่ยชื่อนี้ขึ้นมาเมื่อใด ก็มักจะเรียกร้องความสนใจจากผู้ที่ได้พบได้เห็นเสมอ (ว่าคราวนี้มันจะมาอีหรอบไหนอีก!!!) เมื่อเป็นเช่นนี้ Alphabetize จึงขอนำเสนอเรื่องราวที่ว่านี้ในชุดตัวอักษร "D" ของเรา นั่นก็คือเรื่องของ…. DRACULA

อันว่า Dracula นี้ เป็นเรื่องเล่าเก่าแก่เกี่ยวกับท่าน Count ผู้หนึ่ง ซึ่งดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการดื่มเลือดสิ่งมีชีวิตอื่น วิธีการดื่มเลือดนั้นก็แสนจะ Romantic กล่าวคือ ท่าน Count จะแสวงหาเหยื่อที่ท่านพอใจ จากนั้นก็บรรจงฝังเขี้ยวลงบนต้นคอบริเวณเส้นเลือดใหญ่ แล้วก็ดูดเลือดเข้าไปจนกว่าจะอิ่มหนำ (คาดว่านี่น่าจะเป็นต้นแบบของคำว่า "ดูดดื่ม" เป็นแน่) หลังจากที่ท่านทำการ "ดูดดื่ม" จนหนำใจแล้ว เหยื่อนั้นก็จะตายจากความเป็นมนุษย์ปกติธรรมดา ไปกลายเป็นสาวกของท่าน Count แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาหาเหยื่อมา "ดูดดื่ม" เช่นนี้เรื่อยไป แต่ท่านหัวหน้าใหญ่และเหล่าสาวกนี้ มีสิ่งต้องห้ามประจำก๊วนอยู่ 3 อย่าง นั่นก็คือ อย่างแรก ห้ามออกมาเพ่นพ่านตอนกลางวันเด็ดขาด เพราะแสงอาทิตย์จะแผดเผาเหล่าผู้ชอบดูดทั้งหลายให้ลุกไหม้กลายเป็นจุณ (แต่ไม่รู้ว่าพวก Sun tan หรือ Sun protect อะไรเทือกนี้จะช่วยได้หรือเปล่านะครับ) อย่างที่ 2 ดั่งต้องคำสาป สมาชิกทั้งหมดในก๊วน รวมทั้งพี่ใหญ่ท่าน Count เองล้วนแล้วแต่เกลียดกลิ่นกระเทียมเป็นที่ยิ่ง ดังนั้นถ้าที่ไหนมีกระเทียมแขวนไว้เป็นพวงๆ ล่ะก็ ก๊วนนี้เขาไม่คบ เขาไม่เข้าใกล้ แถมยังเชิดใส่ ทำท่ารังเกียจรังงอนต่างๆ นานาอีกด้วย (เพราะฉะนั้นถ้ารู้ว่าท่าน Count หรือสาวกเข้าไปในร้านอาหารร้านใด ห้ามเสิร์ฟขนมปังกระเทียมหรือข้าวผัดกระเทียม, หมูทอดกระเทียม ฯลฯ เด็ดขาด เดี๋ยวไม่ได้ทิป) ประการสุดท้าย ทุกท่านที่ร่วมขบวนการ "ดูดดื่ม" ล้วนเกรงกลัวอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชของไม้กางเขนทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นอันเล็กอันใหญ่ อันแค่ไหนกลัวหมด อันนี้หมายรวมไปถึงว่า ถ้าใครเอาอะไรก็ตามที่มีลักษณะเป็นแท่งยาวๆ 2 อันมาทาบกันเป็นรูปกากบาทแบบไม้กางเขน ก็จะใช้การได้ผลในแบบเดียวกัน อันนี้ก็เลยทำให้หายเป็นห่วงไปได้ว่า เหล่าพวกชอบดูดเลือดทั้งหลายจะไม่มีทางเข้าไปขโมยเลือดจากสภากาชาดได้ เพราะแค่จะผ่านประตูเข้าไปก็ไม่ได้แล้ว เครื่องหมายกาชาดเป็นกากบาทใหญ่ยักษ์อยู่ด้านหน้า แถมถุงใส่เลือดทุกถุงก็มีเครื่องหมายนี้ไว้ป้องกันไว้เรียบร้อยหมดแล้ว อยากได้แค่ไหนก็ไม่มีสิทธิ์ ต้องไปใช้น้ำพักน้ำแรงล่อลวงเหยื่อเอาเองที่อื่นนอกสภากาชาด เฮ้อ…โล่งอกไปที

สำหรับการจะกำจัดทุกคนในก๊วนนี้ ใช้วิธีเดียวกัน ไม่มีการแบ่งชนชั้นว่า เจ้านายต้องใช้วิธีหนึ่ง ลูกน้องต้องใช้อีกวิธี ทุกคนเสมอภาคเท่าเทียมกันคือ ถ้าโดนอะไรแหลมๆ มาจ่อตรงหัวใจแล้วตอกจึ้กเสียบเข้าไป แถมท้ายด้วยการตัดหัวทิ้งอีกที อันนี้เขาว่ากันว่า เรียบร้อย ไม่ต้องห่วงว่าจะออกมาเพ่นพ่านที่ไหนได้อีก ซึ่งจากวิธีการตอกหน้าอกและตัดหัวดั่งว่านี้ ไม่ต้องเฉพาะท่าน Count และสาวกหรอก ใครโดนก็เดี้ยง

ด้วยว่าเรื่องราวของท่าน Count และสาวกทั้งหลายนี้ ช่างเป็นเรื่องที่ตื่นเต้นโลดโผน เหมาะสำหรับการเอามาหลอกเด็กให้กลัวความมืด หรือหลอกผู้ใหญ่ให้หัดกินกระเทียม (ทั้งเพื่อกันผี, ลดพวกไขมันที่พร้อมจะอุดตันแถวๆ ใจเดิมๆ แต่ไปเพิ่มสมรรถภาพอะไรบางอย่าง) หรือหลอกใครต่อใครให้ทำอะไรต่อมิอะไรอีกหลายเรื่อง ดังนั้น จึงมีการนำเรื่องราวนี้มาสร้างเป็นภาพยนตร์กันในหลากหลายรูปแบบ มีการพลิกแพลงนั้นโน้นนี้กันไปต่างๆ ตามแต่จินตนาการของผู้เขียนบท แต่เรื่องราวที่น่าจะเรียกว่าเป็นต้นแบบ น่าจะเป็นเรื่อง Dracula จากบทประพันธ์ของ Bram Stoker ซึ่งถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ไว้ครั้งแรกสุดเมื่อปี พ.ศ. 2474 ใช้ชื่อเรื่องตามชื่อหนังสือเลยคือ "Dracula" เป็นหนังของ Tod Browning นำแสดงโดยดาราใหญ่สมัยนั้น Bela Lugosi ส่วนคู่ปรับของท่าน Count คือ Professor Van Helsing ผู้คอยตามเหลาไม้มาไล่จิ้มไล่แทงอกท่าน Count นั้น แสดงโดย Edward Van Sloan ดาราใหญ่อีกคนหนึ่ง ซึ่งนั่นนับเป็นการเปิดศักราชความสยดสยองพองขนของเหล่าผีดูดเลือดบนจอหนังใหญ่เป็นครั้งแรก

ต่อมาก็มีการสร้างหนังเกี่ยวกับท่าน Count กันเรื่อยมา แต่มีการปรุงแต่งเรื่องราวให้โลดโผนโจนทะยานกันมากขึ้นไป นั่นคือในปี พ.ศ. 2479 ดาราสาวสวย(สมัยนั้น) Gloria Holden ก็มารับบทเป็นผู้สืบสายเลือดท่าน Count ใน "Dracula's Daughter" ซึ่งปรากฏว่าผู้คนก็กรี๊ดสลบกันไป เพราะจินตนาการอันล้ำลึกของผู้เขียนเรื่อง

ต่อจากนั้นผ่านมาหลายปี ไม่มีใครนำเรื่องของท่าน Count มาสร้างอีก จนกระทั่งผู้กำกับ Robert Siodmak คิดอยากจะทำเรื่องนี้ แต่ไม่ได้สิ คนอื่นเขาเอาเรื่องจากหนังสือต้นแบบมาทำแล้ว ไม่ควรจะทำซ้ำ ไอ้ครั้นจะเอา Generation ต่อไปมาทำ ก็โดนเขาเอาลูกสาวมาเล่นซะแล้ว อย่ากระนั้นเลย ในเมื่อท่าน Count มีลูกสาวได้ ท่านก็ควรจะมีลูกชายด้วย ในปี พ.ศ. 2486 "Son of Dracula" ก็บังเกิดขึ้นมา คราวนี้ ลูกชายท่านใช้ชื่อสลับกับท่านพ่อจากหลังมาหน้า กลายเป็น Count Alucard ก็เก๋ดี….เนอะ

ากนั้นมา เรื่องของท่าน Count และผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็ถูกนำมาปู้ยี่ปู้ยำต่างๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งที่อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยง ปี พ.ศ. 2488 ในเรื่อง "House of Dracula" นอกจากจะมีท่าน Count มาวิ่งไล่ "ดูดดื่ม" ชาวบ้านชาวช่องเขาแล้ว ยังมีมนุษย์หมาป่าและ Frankenstein มาออกอาละวาดในเรื่องเดียวกันด้วย เรียกว่าดูแล้วคุ้ม ว่างั้นเหอะ จากนั้นก็เว้นช่วงยาวมาจน12 ปีต่อมาใน พ.ศ. 2500 ผีดิบดูดเลือดนี้ก็กลับมาอีกครั้งในชื่อเรื่อง "Blood of Dracula" และในปีต่อมา เรื่องของท่าน Count ถูกย้อนนำกลับไปสร้างจากหนังสือของ Bram Stoker อีกครั้งในชื่อเรื่อง "Horror of Dracula" ครั้งนี้ สร้างประวัติศาสตร์สำคัญให้หนังชุด Dracula เพราะผู้ที่มารับบทท่าน Count คือ Christopher Lee ผู้ซึ่งต่อมา ครองตำแหน่ง Dracula ค่อนข้างถาวร หน้าพี่ Lee แกกลายเป็น Logo หรือ Trademark ของ Dracula ไปเรียบร้อย นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่มีการนำเสนอชีวิตรักของท่าน Count อีกด้วย บรรดานักวิจารณ์ทั้งหลายถึงกับออกปากว่า เรื่องนี้ เป็น The Best Version of Bram Stoker's Dracula ทีเดียวเชียวแหละครับ

อันเนื่องมาจากความนิยมที่เกิดขึ้นอย่างท่วมท้นใน Version นั้น ก็เลยมี Dracula แง่มุมอื่นๆ ตามมาอีกเพียบ ปี พ.ศ.2502 "The Curse of Dracula" ปี พ.ศ.2503 "The Bride of Dracula" แต่พอปี 2509 ปีนี้เปรี้ยวมากกกก "Billy the kid V.S. Dracula" เป็นไงล่ะ ออกแนวตะวันตกขี่ม้าไล่ดูดคอกันไปเล๊ย ไม่ต้องเกรงใจใคร….. ปี พ.ศ.2510 "Blood of Dracula's Castle" พ.ศ.2512 "Dracula has risen from the grave" 2513 มี 2 เรื่องคือ "The scars of Dracula" อันนี้เขาว่าเหี้ยมมากและออกแนวโป๊เซ็กซ์ ห้ามเด็กดู (สมน้ำหน้า) อีกเรื่องคือ "Taste the blood of Dracula" พอปี พ.ศ.2514 ก็มีมาอีก 2 เรื่องคือ "Dracula V.S. Frankenstein" กับ "Count Dracula" ปี พ.ศ.2515 มีอีก 2 เรื่องคือ "Dracula A.D. 1972" กับ "Countess Dracula" พอมาปี พ.ศ.2516 คราวนี้ฟาดเข้าไป 3 เรื่องเลย ประกอบไปด้วย "Dracula", "The Satanic Rites of Dracula" เรื่องนี้เป็นวิธีทำให้ผีดิบกลายเป็นคน และ "Dracula's Castle" ซึ่งอันนี้ Disney เข้ามามีส่วนร่วมแล้วครับ ต่อมาปี พ.ศ.2517 เรื่อง "Andy Warhol's Dracula" เนื้อหาช่างคิดค้นมาซะเหลือเกิน ว่ากันถึงคุณ Dracula ที่พยายามหาเลือดสาวบริสุทธิ์เพื่อ "ดูดดื่ม" แต่เจอทีเด็ดของนักขัดขวางคือ ถ้าแกเห็น Dracula เล็งสาวคนไหน แกก็จะชิงข่มขืนสาวคนนั้นเสียก่อน จะได้ไม่บริสุทธิ์แล้วก็ไม่ต้องตายเพราะโดนดูดเลือด เฮ้อ…สาวๆ จะขอบคุณเขาไหมเนี่ย? พอมาปี 2519 ก็เรื่อง "Old Dracula" ปี 2521 ลามไปถึงหมาใน "Dracula's dog" ปี 2522 "Dracula" ปี 2523 "Dracula's last Rites" ข้ามมาถึงปี 2530 "Dracula's widow" ซึ่งทั้งสิ้นทั้งปวงที่ว่ามา ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องราวใส่ไข่ใส่สีและไม่มีอะไรน่าติดใจเป็นพิเศษทั้งสิ้น

Dracula กลับมาผงาดเป็นที่ฮือฮากันอีกครั้งก็ในปี พ.ศ. 2535 เพราะครั้งนี้ เป็นการนำเอาผลงานดั้งเดิมจากบทประพันธ์ของ Bram Stoker กลับมาสร้าง โดยผู้กำกับมือทอง Francis Ford Coppola แล้วนำเสนอแง่มุมความรักของท่าน Count อย่างสุดแสนจะ Romantic พร้อมกันนั้น ยังรวบรวมสุดยอดดาราทั้งในเรื่องฝีมือ, ความดัง, ความเด่นมาไว้อย่างเต็มที่ ตัวท่าน Count รับบทโดย Garry Oldman โดนตามล่าตามรังควานโดย Anthony Hopskin สาวน้อยคู่รักคือ Winona Ryder คนรักเก่าของเธอคือ Keanu Reeves ดูแล้วไม่รู้จะเอาใจช่วยคนหรือผีดี แต่ที่แน่ๆ ผู้ที่ไม่ต้องเอาใจช่วยแต่ประสบความสำเร็จเป็นที่ยิ่งก็ประกอบไปด้วย คนทำ Sound Edit, Costume Design และ Make up เพราะได้ Academy Awards หรือ Oscar ไปครองกันถ้วนหน้าทีเดียว

ฮือฮากันอีกครั้งกับท่าน Count Dracula ในอีก 3 ปีต่อมา แต่คราวนี้หนักไปทางฮามากกว่าฮือ เพราะเป็นการนำเสนอในรูปแบบ Comedy ใช้ชื่อว่า Dracula: Dead & Loving It โดยบทของท่านCount เป็นของ Leslie Nielsen (ที่เรารู้จักกันดีจาก Naked Gun หรือปืนเปลือยนั่นแหละ)ซึ่งไม่ต้องทำอะไรมาก เห็นหน้าก็ขำแล้ว ส่วนที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็นแต่งเรื่อง, เขียนบท, อำนวยการสร้าง, กำกับแถมเล่นเป็นคู่ปรับท่าน Count ด้วยก็คือ Mel Brooks คนเดียวเลย เรื่องนี้เน้นเฉพาะการเสียดสี (แบบไม่น่าเกลียดแต่สนุกดีมาก) ล้อเลียนต่างๆ นานาเสียจนท่าน Count หมดความน่าเกรงขาม เหลือแต่ความน่ารัก โดยเฉพาะที่แปลกไปจากท่าน Count คนอื่นๆ ก็คือ ภาคนี้ท่านแก่มาก เลย….แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังน่ารักมากอยู่ดี

ล้วนั่นก็คือ 28 เรื่องของ Dracula อันนี้ไม่นับรวมพวกผีดิบอื่นๆ ที่พฤติกรรมใกล้เคียงแต่ไม่ได้ประกาศตนว่าเป็นท่าน Count อย่างเช่น Vampire in Brooklyn เป็นต้น ซึ่งถ้ารวมด้วยคงมีอีกแยะถึงแยะมากที่สุดในโลกเลยล่ะครับ ถ้าจะมีใครพยายามนำเรื่องนี้มาสร้างเป็นภาพยนตร์อีกทีล่ะก็ ท่าจะต้องคิดหนัก เพราะแง่มุมต่างๆ เขาก็เอามาทำกันหมดแล้ว ทั้งดี, เลว, โป๊, รัก, สมยอม, ข่มขืน, เศร้า, ตลก ฯลฯ สารพัดสารพัน ใครใจกล้าจะลองทำเป็นอื่นใดไปได้ก็เอาเหอะ….อนุโมทนา

ท้ายสุดนี้ ท่านที่เข้ามาดูแล้วมีความเห็นเป็นอย่างไร หรืออยากได้เรื่องราวจากตัวอักษรไหนใน Alphabetize ก็บอกกันมานะครับ ยินดีรับความเห็นทุกท่านครับ

แล้วพบกันใหม่ใน Alphabetize สัปดาห์หน้านะครับ
วัดีรั
ห้องสนทนา เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home
เกมส์ Photo Hunt : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
BKK Mobile Picture Message : Logo : Mini Logo : Screen Saver : Text SMS : Color Picture Message : Wallpaper
รักและคิดถึง พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง : ซอกแซกผ่านจอ : มุมฟุตบอล : เสี่ยงเซียมซี : ดวงดาวโคจร ออนไลน์ : Wallpaper : บันเทิง-เริงใจ : ซุบซิบดารา
สารพัดความรู้ เสวนาธุรกิจ : บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน Everyday English : Did you know? : E-Dialog : รู้จักญี่ปุ่น
ห้องสมุด BKK Business Letter : Song of the Week : พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ : เพลินภาษาน่ารู้ :E-Diary :
ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก :
ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone :
เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York!
BKK Center Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline