Xmas
๒๐ ธ.ค. ๔๓

วัสดีครับ Alphabetize ในลำดับที่ 42 กับตัวอักษร 'X' คราวนี้ เรามาพบกันช่วงเทศกาลพอดี๊พอดีเลยนะครับ เพราะงั้น เราก็จะมาว่ากันด้วยเรื่องราวของภาพยนตร์ ที่เกี่ยวกับเทศกาลนี้ซึ่งได้รับการวิพากษ์วิจารณ์เอาไว้ว่าเป็นหนังดี ส่วนจะดีอย่างไรนี่ ถ้าอยากหายสงสัยก็คงต้องไปหาดูเอาเองนะครับ

ธุรกิจบันเทิงนั้น มีองค์ประกอบเพื่อความสำเร็จอยู่เยอะแยะมากมาย ที่สำคัญๆ ก็เห็นจะเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ได้ผลกำไรคุ้มกับการลงทุน ซึ่งแน่นอนว่ามีรายละเอียดปลีกย่อยที่จำเป็น ต้องคำนึงถึงอยู่เต็มไปหมด หนึ่งในนั้นก็คือช่วงเวลา… ช่วงเวลาที่เหมาะสม จะนำมาซึ่งความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ และนี่เองที่ทำให้ กิจกรรมบันเทิงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ แม้กระทั่งภาพยนตร์ ต่างก็ต้องคำนึงถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการสร้างสื่อบันเทิงใดใดก็ตามทีออกมาโกยเงินผู้ชม ผู้อ่าน และผู้ฟัง แล้วไอ้เจ้าช่วงเวลาที่แสนจะเป็นที่โปรดปรานในการสร้างสรรค์งานบันเทิงออกมาโกยเงินก็เห็นจะไม่พ้นช่วงเทศกาลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Thanksgiving / ปีใหม่ / Valentine แต่ที่ฮิตสุด พิเศษสุดของเหล่าอเมริกันชน เห็นจะไม่พ้น Xmas

นช่วง Xmas จะมีหนังดีหนังเด่นถูกเข็นออกมาฉายกันมากมาย เพราะตอนนั้นจะทั้งใกล้สิ้นปี หนังดีก็เตรียมออกมาฉายเข้าชิง Oscar กันด้วย และตอนนั้นเป็นตอนพักผ่อน ผู้คนต่างเตรียมสะตุ้งสะตังค์มาไว้ใช้เพื่อการบันเทิงเริงรื่นกันทั่วหน้า ทีนี้หนังที่ออกมาฉายกัน ส่วนหนึ่งจะเป็นหนังประเภทฟอร์มใหญ่ยักษ์ แต่อีกส่วนหนึ่งมักจะเป็นหนังที่มีเรื่องราวเนื้อหรือแม้แต่ช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกับ Xmas และที่เราจะคุยถึงกันนี้จะเป็นประเภทหลังคือหนังที่เกี่ยวข้องกับตัวเทศ กาล แต่มีพิเศษลงไปอีกหน่อยคือ เป็นหนังเกี่ยวกับ Xmas ที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์เอาไว้ว่าดีที่สุด 20 เรื่อง โดยนักวิจารณ์หนังที่เป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงนี้ของอเมริกันชนเขาคือ คุณ Linda Cook แต่ไม่มีการเรียงลำดับมากไปน้อย-น้อยไปมากใดใดนะครับ เขาถือเป็นกลุ่มหนังดี 20 เรื่องไปก็แล้วกัน

าว่ากันจากเรื่องแรกสุด Scrooge หนังเรื่องนี้สร้างครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2494(1951) แล้วมาสร้างฉายกันอีกทีตอน 2513 (1970) ซึ่งทั้ง 2 version เรื่องเดียวกันนี้ถูกจัดให้เป็นหนังดี 2 ใน 20 เรื่องทั้งคู่ สำหรับ Version แรกว่ากันว่าคุณ Alastair Sim แกเป็นตัว Ebeneezer Scrooge ที่เลิศเลอ Perfect มากเสียจนคนดูทั้งหลายซาบซึ้งใจไปตามๆ กัน ตอนนั้นเป็นหนังสั้นๆ เรื่องราวเกี่ยวกับเจ้านายใจร้ายที่เห็นแก่งานแก่เงินเป็นใหญ่ซะจนไม่สนใจความรู้สึกของใครอื่นทั้งสิ้น จนต้องมีปีศาจมาพาไปดูชีวิตด้านอื่นๆ ที่เขาเกือบลืมไปแล้ว จนในที่สุดก็กลับมาคิดได้ว่าอะไรควร-ไม่ควร ซึ่งใน Version ต่อมาถูกสร้างเป็น Musical และก็ยังดีเด่นอยู่เช่นเดิมจนได้เข้าทำเนียบหนัง Xmas ที่แสนดีไปในที่สุด(เรื่องนี้ได้ดูแล้ว ดีจริงจ้ะ)


รื่องต่อมาเพิ่งฉายเมื่อ 2 ปีที่แล้วคือ I'll Be Home for Xmas ที่แสดงโดย Jonathan Taylor Thomas เรื่องของเด็กหนุ่มที่คุณพ่อขอให้กลับมาบ้านในวัน Xmas โดยมีของขวัญล่อใจให้กลับบ้านเป็นรถ Porsche แกก็เลยต้องพยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะกลับมาเอาของขวัญให้ได้ ท่ามกลางอุปสรรคต่าง ๆ นานาตลอดการเดินทาง เรื่องนี้ก็กำลังมีฉายให้ดูทาง HBO ใครสนใจก็ไปดูตารางออกอากาศเอาเองนะจ๊ะ



รื่องต่อไปเป็นหนังปี 2529 (1986) เรื่อง The Xmas Toy ที่เนื้อหาใกล้เคียงกับ Toy Story พอประมาณคือ ว่ากันด้วยเรื่องของตุ๊กตาและของเล่นของเด็ก ๆ ทั้งหลายว่า มีความเป็นอยู่อย่างไรในระหว่างที่เจ้าของไม่ได้อยู่ใกล้ๆ โดยของเล่นเหล่านั้นคือตัวหุ่นทั้งหลายและคุณกบ Kermit ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีเพลงน่ารักๆ มาเกี่ยวข้องด้วย เรื่องนี้ดูได้ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่น่ารักกันไปตามแบบฉบับ Muppets


ว่ากันด้วยเรื่องตุ๊กตุ่นตุ๊กตาต่อไป คราวนี้เป็นหนังปี 2536 (1993) เมื่อหนูน้อย Sally เขียนจดหมายไปหา Santa ขอตุ๊กตา Teddy Bear เป็นของขวัญสำหรับวัน Xmas ที่กำลังจะมาถึง เธอจะสมหวังหรือไม่อย่างไร ไปหาคำตอบได้ด้วยการเช่า Video ดูกันเองนะครับ เรื่อง The Teddy Bears' Xmas ว่ากันว่าน่ารักดี แต่เรื่องนี้ยังไม่เคยดูครับ

าถึงอีกเรื่องหนึ่ง คราวนี้เป็น Animation เรื่อง Mickey's Xmas Carol เรื่องของวิญญาณร้าย (แบบการ์ตูน) ที่มาหลอกหลอนตัวการ์ตูนให้ได้รู้ได้เห็นคุณค่าของชีวิตด้านดี เรื่องนี้พกพาเอาตัวการ์ตูนน่ารักของ Disney มาเพียบ เป็นหนังปี 2526 (1983) ที่เหมาะจะดูได้ทั้งครอบครัวอีกเรื่องหนึ่ง


ย้อนกลับไปปี 2492 (1949) เรื่องราวรักสามเส้าโดยการแสดงของ Robert Mitchum, Janet Leigh และ Wendell Corey ใน Holiday Affair ก็เป็นหนัง romantic ชั้นดีที่ได้รับการยกย่องว่ายอดเยี่ยม โดยรักซ่อนเร้นนี้เกิดขึ้นในช่วง Xmas พอดิบพอดี ส่วนตอนท้าย Santa จะให้พรใครได้สมหวังต้องไปลองหาดูนะครับ

มื่อ 2 ปีที่แล้ว มีหนังดีที่เกี่ยวกับเทศกาลนี้อีกเรื่องหนึ่งซึ่งตอนนี้กำลังมีฉายให้ดูทาง UBC เช่นกันคือเรื่อง Jack Frost ที่แสดงนำโดย Michael Keaton เรื่องราวของคุณพ่อนักร้องนำในวงดนตรีที่ต้องออกตระเวณแสดงไปตามที่ต่างๆ ก็เลยไม่ค่อยได้กลับบ้านในช่วงเทศกาลเหมือนคนอื่นเขา จนปีหนึ่ง ตั้งใจจะกลับมาให้ได้ก็ดันมาตายซะกลางทาง แต่ด้วยมนต์วิเศษแห่งความรักความผูกพันธ์ที่พ่อ-ลูกมีต่อกัน ปนมากับความมหัศจรรย์ของ magic harmonica ก็เลยทำให้ทั้งคู่ได้พบกันอีกครั้ง แต่จะพบในรูปแบบใด อันนี้ต้องลองเปิด UBC ดูนะครับ

นังเรื่องต่อไป อาจไม่ค่อยเกี่ยวกับเทศกาลเท่าไหร่ แต่ก็มีบางฉากที่พาดไปถึงแล้วสร้างความซาบซึ้งสะเทือน อารมณ์เอาไว้จนถูกนำมาจัดเข้าพวกได้ในที่สุด คราวนี้เป็น Drama ชั้นดีที่นำแสดงโดย 2 ดาราเก่งเก๋า Meryl Streep และ William Hurt ร่วมด้วยดาราสาว Renee Zellweger ในเรื่อง One True Thing เป็นหนังชีวิตครอบครัวของ 3 พ่อแม่ลูกนี้ ที่มีมะเร็งร้ายมาเป็นตัวสร้างความเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ ส่วนจะเปลี่ยนไปทางใดต้องหามาดูกันเอง อันนี้รับประกันความดีเด่นของหนังได้ทั้งจากเนื้อเรื่องและดาราครับ

ย้อนไปปี 2512 (1969) หนังดีเรื่อง Silent Night, Lonely Night ที่นำแสดงโดย Lloyd Bridges กับ Shirley Jones ก็มาทำให้ผู้ชมได้รู้ได้เห็นกันว่า ช่วงเวลาแห่งความสุขที่ใครต่อใครเขาฉลองนั่นฉลองนี่กันนั้น มันไม่ได้สุขกันไปซะหมดทุกคน เมื่อตัวละครทั้ง 2 โคจรมาพบกันโดยในวัยพ่อคนแม่คนแล้ว พร้อมกับปัญหาชีวิตส่วนตัวที่ไม่น่ามาเกิดเอาตอนนี้ ยิ่งมาประกอบกับชื่อเรื่อง…โอ๊ย ใครบ่อน้ำตาตื้นให้เตรียมถังเตรียมกะละมังไว้ก่อนดูนะครับ


อ้า…ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว มาบ่อน้ำตาแตกกันต่อ แต่คราวนี้ให้น้ำตามันปริ่มมากับความชื่นมื่นเต็มตื้นในหัวใจ กับเรื่องราวของ Simon Birch ที่ตอนเด็กเล่นโดย Joseph Mazzello แล้วโตขึ้นมาเป็น Jim Carrey กับความมุ่งมั่นที่ว่า วันหนึ่งเขาจะต้องเป็น Hero ให้ได้ แม้จะเป็นเด็กที่มักมี physical problems อยู่เนืองๆ ก็ตามที เรื่องนี้เพิ่งไปเมื่อไม่กี่ปีมานี่ แถมเป็นหนังดังเพราะคุณ Jim แกมาเล่นเอาไว้ ดังนั้นหลาย คนน่าจะได้ดูแล้วหรือถ้ายังก็หาดูได้ไม่ยาก เพราะงั้น…ไม่เล่า

าถึง Animation น่ารักอีกเรื่องในปี 2519 (1976) Frosty the Snowman หนังชื่อเดียวกับเพลงที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไป กับความสนุกสนานน่ารักสดใสและความมีน้ำใจของเด็ก ๆ ที่พยายามจะช่วยกันพา Frosty the Snowman ไป North Pole ให้ได้ เรื่องนี้มี narrator หรือคนเล่าเรื่องบรรยายเรื่องคือ Jimmy Durante

ว่ากันด้วยเรื่องของเด็กๆ ต่อไปเลยครับ คราวนี้เป็นเรื่องของเด็กผู้ชาย 2 คนที่คอยดูแลช่วยเหลือซึ่งกัน และกันภายใต้ความลับบางประการที่ต่างคนต่างก็เก็บเอาไว้เป็นของส่วนตัว ซึ่งแน่นอนว่าต้องถูกเปิดเผยออกมาในที่สุด หลังจากนั้นจะเป็นอย่างไรต้องติดตามหามาชม กันเอง เรื่องนี้แอบมี Sharon Stone มาเล่นเป็นคุณแม่อยู่ด้วยนะครับ หนังเรื่องนี้ชื่อเรื่อง The Mighty

าที่หนังเก่าปี 2509 (1966) กันอีกเรื่องที่ว่ากันว่าดีจังเลย… ตำนานแห่งกวางตัวหน้าสุดที่ได้รับเลือกจาก Santa ให้มาลากเลื่อนลอยไปลอยมาเพื่อแจกของขวัญเด็กๆ ไปทั่วโลก Rudolph the Red-Nosed Reindeer ใครยังไม่รู้จักตำนานนี้ก็ต้องไปหามาดูซะ ไม่งั้นจะเชย ใครรู้จักแล้วอยากดูอีกเพื่อย้อนรำลึกถึงอดีตแสนหวานก็ตามใจครับ

นเรื่อง Xmas Vacation หนังปี 2532 (1989) Chevy Chase ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็น Xmas comedy classic ไปแล้วก็มี comedy ลักษณะใกล้เคียงกันนี้ตามออกมาอีกเป็นพรวนโดยคนนั้นคนนี้และรวมถึงโดยคุณ Chevy Chase เองด้วย ซึ่งก็ประสบความสำเร็จมั่งไม่สำเร็จมั่ง ก็ว่ากันไป… ส่วนเนื้อหาก็ว่ากันด้วยเรื่องความโกลาหลต่าง ๆ ของสิ่งที่ตั้งใจไว้แล้วไม่เป็นไปตามนั้น ซึ่งเป็น Plot ที่เดี๋ยวนี้เห็นเต็มไปหมดแล้ว แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีอะไรน่าสนใจซะแล้ว ส่วนใหญ่ก็เป็นตลกสถานการณ์แบบ Home Alone นั่นแหละครับ

รื่องต่อมานี่ย้อนไปที่ปี 2520 (1977) Emmet Otter's Jug Band Xmas ที่เป็นเรื่องราวของ Muppets ทั้งหลายอีกครั้งหน฿ง แต่ครั้งนี้ว่ากันว่าดีไปซะหมดทุกสิ่งอย่าง ทั้ง character ของหุ่นทั้งหลาย เพลงก็ว่าแสนจะดี๊ดี เนื้อหาก็ว่าน่ารักสุด ๆ ถึงขั้นที่ว่า เรื่องนี้ใครไม่ดูเสียชาติเกิดทีเดียว (ว่าเข้านั่น) ก็ลอง ๆ ไปหามาดูกันเถอะนะครับ จะได้ไม่เสีย!!! เรื่องนี้คุณกบ Kermit เขาเป็น narrator ครับ

รื่องก่อนสุดท้าย ย้อนไปเก่ากว่านั้นนับสิบปีคือเมื่อ พ.ศ. 2508 (1965)เรื่อง The Xmas That Almost Wasn't ที่มีเรื่องราวแปลกไปกว่าคนอื่นเขา เพราะพ่อหนูน้อยคนหนึ่งเคยเขียนจดหมายไปหา Santa ว่าถ้าโตขึ้นได้เป็นทนายความล่ะก็ จะตัดมือให้ Santa ข้างหนึ่งไปเลย ปรากฏว่าพอโตขึ้นมา แกได้เป็นทนายจริง ๆ แล้วคุณ Santa ก็ปรากฏตัวมาทวงสัญญาเสียด้วยสิ…เอาล่ะจุ้ย คราวนี้จะทำไงดีล่ะ

าถึงเรื่องสุดท้าย เป็นหนังปี 2509 (1966) ที่ตอนนี้โดนเอามาทำใหม่และกำลังฉายอยู่ด้วย ซึ่งอันใหม่นี้ เป็นหนังเรื่องล่าสุดของคุณ Jim Carey กำลังทำเงินถล่มทะลายกันอยู่ตอนนี้คือ How the Grinch Stole Xmas สามารถไปหาดูได้ตามโรงหนังทั่วไป ส่วนจะแตกต่างจากของเก่ามากน้อยแค่ไหนอันนี้ไม่รู้ เพราะของเก่าก็ไม่ได้ดู แต่ที่รู้ ตอนนี้ของใหม่ทำเงินติดอันดับสุดยอดหนังทำเงินตลอดกาลของอเมริกันชนไป ในอันดับที่ 35 แล้วด้วยยอดเงิน 195 ล้านกว่า ๆ เหรียญ ซึ่งก็คงจะได้ยอดเพิ่มไปอีกพอประมาณกว่าหนังจะเลิกฉาย…

บ็ดเสร็จก็ครบไปทุกเรื่องแล้วครับ สำหรับหนังดีกับเทศกาล Xmas ซึ่งก็ต้องออกตัวกันอีกครั้งล่ะว่า ไม่ได้เป็นคนจัดอันดับเองนะครับ ไม่มีสติปัญญาและประสบการณ์ขนาดนั้น อันนี้เอามาจากที่นักวิจารณ์เขาพิจารณากันมาแล้วอีกต่อหนึ่ง ใครจะคิดเห็นเป็นอย่างไรก็ตามใจนะครับ

ขอเชิญร่วมตอบคำถามชิงรางวัล

วัดีรั

ห้องสนทนา เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home
เกมส์ Photo Hunt : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
BKK Mobile Picture Message : Logo : Mini Logo : Screen Saver : Text SMS : Color Picture Message : Wallpaper
รักและคิดถึง พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง : ซอกแซกผ่านจอ : มุมฟุตบอล : เสี่ยงเซียมซี : ดวงดาวโคจร ออนไลน์ : Wallpaper : บันเทิง-เริงใจ : ซุบซิบดารา
สารพัดความรู้ เสวนาธุรกิจ : บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน Everyday English : Did you know? : E-Dialog : รู้จักญี่ปุ่น
ห้องสมุด BKK Business Letter : Song of the Week : พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ : เพลินภาษาน่ารู้ :E-Diary :
ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก :
ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone :
เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York!
BKK Center Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline