Whitney Houston
๘ ธ.ค. ๔๓
สวัสดีครับ
Alphabetize
ลำดับที่ 41 กับตัวอักษร 'W' คราวนี้มาว่ากันเรื่องนักร้องนักแสดงอีกเช่นกัน แม้เธอผู้นี้จะไม่ได้มีดีกรีความงามระดับประเทศอย่างคนที่แล้ว
แต่ว่ากันว่าเด็ดกว่า ดังกว่า แถมรวยกว่าและยังมีอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชในวงการบันเทิงมากกว่าคนที่แล้วเยอะ ทั้งนี้เพราะเพลงดังเธอมีเยอะกว่า
ขายได้มากกว่า หนังที่เธอเล่นก็ดูจะฮิตกว่า (แต่เราชอบคนที่แล้วมากกว่า
เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย) เธอคนที่เรากำลังจะคุยถึงกันอยู่นี้ เธอคือ Whitney ครับ
ในบรรดา Entertainer ทั้งหลายในโลกใบนี้ (เน้นไปที่อเมริกา) มักจะมีการที่เรียกกันว่า Cross over
กันอยู่เนือง ๆ อย่างเช่น เป็นดาราแล้วก็ไปร้องเพลง (อย่างคุณ Keanu) หรือเป็นนักร้องแล้วก็มาเล่นหนัง (อย่างป้า Madonna) หรือแม้กระทั่งเป็นนักกล้ามแล้วมาเป็นดารา
(เอ๊ะ
เข้ากลุ่มมั้ยเนี่ย-ก็พี่ Arnold ไง) แต่ก็ใช่ว่าจะประสบผลสัมมะเหร็ดด้วยดีไปทุก ๆ คน แต่กับคุณ Whitney Houston ที่เรากำลังจะพูดถึงกันอยู่นี้
ดูท่าว่าเธอจะไปได้สวยสดงดงามทั้งสิ้นทั้งปวง คุณวิทเธอเกิดเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2506 (1963) อายุอานามตอนนี้ก็ใกล้ 40 เข้าไปทุกขณะจิต เกิดที่ New Jersey
ดังนั้นจึงเป็น New Yorker ตัวจริงเสียงจริง เธอเป็นลูกนักร้อง Gospel ที่อาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงมากมายนักแต่ร้องเพลงเพราะดีเหมือนกัน แล้วก็ยังเป็นญาติกับนักร้องดัง
Dionne Warwick ด้วย ทางบ้านเธอก็เลยให้เอาดีทางร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก โดยเริ่มร้องเพลงมาตั้งแต่อายุ 11 ปีกับ gospel group ที่ชื่อว่า New Hope Baptist
Junior Choir หลังจากนั้นในช่วงวัยรุ่น เธอก็ไปเป็นนักร้อง backup ให้กับนักร้องดังอย่าง Chaka Khan และ Lou Rawls รวมทั้งเป็นนางแบบถ่ายรูปสวยงามต่าง ๆ
นานา เคยได้ขึ้นปกนิตยสารมาแล้วทั้ง Seventeen และ Glamor magazine
เธอมา 'เข้าตา' กรรมการเอาช่วงนี้แหละครับ ต้องบอกว่า 'เข้าตา' จริง ๆ เพราะคุณกรรมการคนที่ว่านี้คือ
Clive Davis จาก Arista Records ที่บอกว่า เขาเห็นประกายความเป็นดาราจากดวงตาของเธอ (น่าน
ว่าเข้านั่น)
จากนั้นกระบวนการดึงเอาประกายดาราจากดวงตามาฉาบทั่วตัวเธอก็เริ่มขึ้น Album แรกสุดที่ออกมาเปิดตัวเธออย่างสวยสดงดงามใช้ชื่อเธอเป็นชื่อ Album
เพลงทุกเพลงกลายเป็นเพลงดังจาก Chart นั้น Chart นี้ รวมทั้งจากหลากประเทศทั่วโลกด้วย เธอกลายเป็นนักร้องหญิงที่ดังที่สุด งานของเธอขายดีที่สุดในตอนนั้น
(1985-2528) แถมยังไปทำลายสถิติเดิมของผู้ยิ่งใหญ่อย่าง The Beatles, Bee Gees ได้อีกต่างหาก เพลงดังสุด ๆ ของเธอในชุดนี้ก็ประกอบไปด้วย
"Saving All My Love For You", "Greatest Love Of All" และ "All At Once" ขายดิบขายดีไป 20 ล้าน Copies
ทั่วโลกและเป็นนักร้องที่ออกงานชิ้นแรกแล้วขายดีที่สุดในโลกไปเลย(จนเพิ่งจะมาถูกลบสถิติโดย Alanis Morrissette เมื่อไม่กี่ปีนี้)
Album ที่ 2 ของคุณนายเธอก็เลิศเลอ perfect สร้างสถิติอีกแล้ว เพราะมีเพลงฮิตขึ้นอันดับ 1 ถึง 4 เพลงในงานชุดเดียวกันคือ "I Wanna Dance With
Somebody", "Didn't We Almost Have It All", "Where Do Broken Hearts Go" และ "So Emotional" (ต่อมาโดน
Michael Jackson ทำลายสถิติด้วยปริมาณเพลงอันดับ 1 ถึง 5 เพลงจากชุด Bad) นอกจากนี้ยังมีเพลงดังอื่น ๆ ที่ขึ้นไม่ถึงอันดับ 1 แต่ก็เด่นดังซะเหลือเกินอย่าง
"Didn't We Almost Have It All" หรือ "You're Still My Man" ทำให้ขายดิบขายดีโกยทั้งเงินทั้งรางวัลอีกเช่นเคย ต่อจากนั้นก็ไม่ได้ออก Album
ไปอีกเป็นปี แต่มีงานออกมาเป็นการเฉพาะกิจคือเพลงสำหรับ Olympics ปี 1988 (2531) "One Moment In Time" ซึ่งก็ฮิตถล่มทะลายขายดิบขายดีเป็นเททิ้งอีก
จนกระทั่งมาถึงชุดต่อมา "I'm Your Baby Tonight" ว่ากันว่าเป็นชุดที่ประสบความสำเร็จน้อยที่สุด (แต่เราชอบชุดนี้ที่สุด) มีเพลงเพราะอย่าง "All The Man
That I Need" และ "Miracle" ที่ไม่รู้เหมือนกันว่าเพลงรักทั้งหลายในชุดนี้แต่งและร้องให้พ่อยอดยาหยี Bobby Brown หรือเปล่า
เพราะหลังจากออกชุดนี้ทั้งคู่ก็แต่งงานกัน (1992-2535) เรียกว่า Lucky in love ไปก่อน ยังไม่ต้อง Lucky in game ก็ได้แต่ยอดขายที่ว่าไม่ดีไม่ดีก็ปาเข้าไป 4 ล้าน
Copies แล้วล่ะจ้ะ รวมทั้งช่วงนี้เป็นช่วงที่ Mariah Carey เปิดตัวตูมตามออกมา ใคร ๆ ก็เลยคิดไปว่าเธอต้องโดนแซงหน้าโดยรุ่นน้องเสียแล้วเป็นแน่ แต่ขอโทษ
ผิดจ้ะ
คุณเธอลุกขึ้นมาเล่นหนังเรื่องแรก พร้อม ๆ กับออก Soundtrack Album ในหนังเรื่องนี้ไปด้วยเลยคือ
The Bodyguard ซึ่งฮิตถล่มทะลายไปซะยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ เพราะหนังที่เธอเล่นคู่คุณพี่ Kevin Costner ทำเงินไป 400 กว่าล้านรอบโลก
แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นเห็นจะเป็นเพลงจากหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนำ Country สุดฮิตของ Dolly Parton มาร้องใหม่เป็น R&B บรรจุไว้ใน Album นี้ ซึ่ง
Single 'I will always love you' เพลงเดียวนี่ก็ขายกันไม่หวาดไม่ไหวด้วยยอด 4.6 ล้าน Copiesในอเมริกาที่เดียว (ซึ่งยังไม่มีใครลบสถิติได้) ยังจะยอดขาย
Album ต่างหากอีก 33 ล้าน Copies ทั่วโลก
.รวยกันไม่รู้เรื่องไปเลยเจ้าค่ะ นอกจากจะได้ยอดขายแล้ว ยังได้ยอดจำนวนสมาชิกในครอบครัวเพิ่มด้วย เพราะปีนี้เองแม่หนู
Bobbi Kristina ก็ได้ฤกษ์ออกจากท้องคุณแม่มาชมโลกรวย ๆ ที่คุณแม่สร้างไว้รอท่า
Album ต่อมาก็มาพร้อมหนังเรื่องที่ 2 ของเธอคือ "Waiting To Exhale" โดยร้องเอาไว้ 2-3
เพลงในชุดนี้ แต่เพลงที่เธอร้องก็ดังสุด ๆ ทั้งขายดีและมีรางวัลพ่วงท้ายมาอีกแล้วเช่นกัน จากนั้นก็ตามมาด้วยหนังเรื่องต่อมาบวกเพลงชุดต่อมาควบพร้อมกันไปคือ
"The Preacher's Wife" ซึ่งคราวนี้เธอร้องเพลงแบบย้อนกลับไปสู่อดีตดั้งเดิม คือไม่ Pop ไม่ R&B แล้ว งานนี้โชว์ Gospel
กันจะจะซึ่งผู้คนก็ชื่นชมกันไม่หยุดปากอีกเช่นกันและแน่นอน ขายได้เป็นล้านอีกแล้ว
ก่อนจะมาถึง Album ต่อมาที่คราวนี้ร้องเพลงอย่างเดียวไม่เกี่ยวกับหนัง (ซะที)
เธอก็มีงานที่ออกมาให้ฮือกันเล่น ๆ อีก เมื่อมาจับคู่กับ Mariah Carey ร้องเพลง Soundtrack จากหนังการ์ตูน The Prince of Egypt ชื่อเพลง
When you believe จากนั้นค่อยออกงานของตัวเองชื่อชุด My love is your love มีเพลงดังกระฉ่อนอีกเช่นกันคือ I learn from the best
(I learn from you) แล้วจึงมาถึงล่าสุดเพิ่งจะออกงานรวมฮิตในชื่อ Whitney; The Greatest Hits ซึ่งสรุปรวมความได้ว่าไม่ว่าเธอจะออกงานชุดไหนมา
ต้องมีเพลงดังสร้างสถิติกันอยู่สม่ำเสมอ เพราะงั้นชุดรวมฮิตของเธอนี่ท่าทางจะรวมเพลง 'ฮิต' จริง ๆ ของเธอไม่หมดในชุดเดียวแน่
นั่นเป็นเรื่องดีเด่นเก๋ไก๋ของเธอ แต่ก็นั่นแหละนะ คนเราพอทั้งสวย ทั้งรวย เด่นดังมีชื่อเสียง
ก็ย่อมมีอาการเอาแต่ใจตัวเองตามมากันบ้างเป็นครั้งคราว ในกรณีของคุณเธอนี่ก็ (เขาว่ากันว่า) ฤทธิ์ไม่น้อยเช่นกัน ไม่รู้ไปหมั่นไส้อะไรกับเจ๊ Madonna
สงสัยมาแบบเดียวกันคือ รูปก็ถ่าย เพลงก็ร้อง หนังก็เล่น ลูกก็มีเหมือนกันไปหมด มันทนกันไม่ด๊ายยยย ว่าแล้วก็เคยมีข่าวประเภทฉันเกลียดหล่อนนะยะ
กรุณาอย่ามาเข้าใกล้ ไม่รู้เหมือนกันว่ากระแสหมั่นไส้นี้ใครเริ่มก่อน เพราะเจ๊คนนั้นก็ใช่ย่อยดุจเดียวกัน แรงทั้งคู่ว่างั้นเหอะ ข่าวลือเขาว่ากันมาตามลมว่า
ตอนเธอเล่นหนังกับพี่ Kevin นั้น ข่าวแจกตอนแรกก็ชื่นชมกันซะปานจะกลืนกิน พอทำงานกันเข้าจริง ๆ ต่างคนต่างเกลียดกันไปเลย นอกจากนั้นกับเรื่องครอบครัว
เขาก็ว่ากันมาอีกว่า อีตาสามีก็ติดยา พลอยพาเอาคุณภรรยาร่วมสังสรรค์ไปด้วย ทีนี้พอเมาขึ้นมาก็มีตบมีตีกันไปทั่ว ๆ ตามประสาผัว ๆ เมีย ๆ
จูงมือกันขึ้นลงโรงพักเป็นว่าเล่นไประยะหนึ่ง คือหล่อนใช้ชีวิตคุ้ม..ว่างั้นเหอะ แต่จะอย่างไรก็ตามที ตั้งแต่ปี 1989 (2532) คุณวิทเธอได้ตั้งมูลนิธิช่วยเหลือเด็ก ๆ
ขึ้นมาชื่อว่า The Whitney Houston's Foundation for Children เพื่อช่วยเหลือทั้งเด็กยากไร้ เด็กไม่มีที่พึ่งพิง รวมไปถึงเด็ก ๆ
ที่ป่วยไข้ไม่สบายด้วยโรคร้ายต่าง ๆ ด้วย โดยมูลนิธินี้ทำเพื่อสังคมโดยแท้ ไม่มีเรื่องธุรกิจใดใดมาเกี่ยวข้อง รวมทั้งเธอก็เป็นคนลงทุนควัก (เศษ) กะตังค์เองล้วน ๆ
อันนี้ก็ต้องขอยกย่องยินดีไปด้วย
สาธุ
มาว่ากันเรื่องรางวัลที่เธอได้รับกันมาบ้าง ตอนแรกก็กะว่าจะบรรยายรายละเอียดซะให้ถี่ถ้วน
แต่มันแยะเหลือเกิน เอาเป็นสรุปรวม ๆ ไปก็แล้วกันนะ รางวี่รางวัลที่ได้จากการเป็นนักร้องมานี้ก็จะประกอบไปด้วย Grammy Awards 6 รางวัล,
Emmy Awards 2 รางวัล, American Music Awards 21 รางวัล, Soul Train Music Awards 8 รางวัล, Billboard Music Awards 15 รางวัล,
NAACP Image Awards 12 รางวัล, Blockbuster Entertainment Awards 1 รางวัล, People's Choice Awards 6 รางวัล, Cable Ace
Awards 1 รางวัล, MTV Awards 1 รางวัล, MTV Movie Awards 1 รางวัล, First Annual Garden State Music Awards (NJ) 17 รางวัล,
Nickelodeon Kids Choice Awards 2 รางวัล, World Music Awards 5 รางวัล, NRJ Awards 1 รางวัล แล้วก็ที่แยกประเภทไม่ได้
เพราะมาจากหลากหลายที่ย่อย ๆ หรือประเทศต่าง ๆ ที่ให้มารวม ๆ แล้วอีก 17 รางวัล
ก่อนจะถึงท้ายสุด มีเรื่องน่ารู้ที่หลายคนคงเคยงง ๆ กันมาบ้าง เวลาที่เขาประกาศกันว่า
คนโน้นได้ยอดขายเพลงนั้นในตอนนี้ได้ Gold ได้ Platinum กันไปแล้ว คือเขามารางวัลเรื่องยอดขายกันด้วยครับ โดยยิ่งยอดเยอะ ๆ
ก็จะได้รางวัลที่จะเอามาเป็นตัวแทนจำนวนนับกันเหมือนเวลาเราเรียก 12 ว่าโหล ถ้า 2 โหลก็เป็น 24 อะไรทำนองนั้นแหละ
ทีนี้หน่วยนับในการให้รางวัลยอดขายเขาเป็นอย่างนี้ครับ ถ้ายอดขายถึง 500,000 หน่วยจะได้ Gold ก็คือแผ่นเสียงทองคำนั่นเอง ถ้าเป็นล้านก็จะได้
Platinum ถ้าเกิน 2 ล้านก็จะเป็น Multi Platinum เกิน 10 ล้านจะได้ Diamond Award กันไปเลยครับ โดยจะให้กันเป็นเพลง ๆ
ไปก็ได้ถ้านับยอดขายของ Single เข้าเกณฑ์ หรือถ้าทำยอด Album ถึงก็ให้กันที่ตัว Album ทีนี้คุณวิทเธอได้ Diamond มาตั้งแต่งานชุดแรกไปแล้ว
เพราะงั้นถ้าจะมานั่งจารนัยกันว่ากี่ Diamond กี่ Gold กี่ Platinum จากเพลงนั้น-ชุดนี้นี่ถ้าจะยาว เพราะงั้นเอายอดรวมไปเลย
ถึงตอนนี้โดยไม่รวมชุดล่าสุดรวมฮิตของเธอ (เพราะเพิ่งขาย ยังนับยอดไม่ได้) งานเพลงของคุณนายเธอขายไปแล้วทั้งสิ้นที่เป็น Album 114 ล้าน
Copies และ Single อีก 47 ล้าน Copies ต่างหาก แต่ละ Copies ได้ตังค์แค่ไหน รวมความเบ็ดเสร็จแล้วจะรวยกันสักเท่าไหร่ อันนี้ทางเราก็ไม่ทราบนะครับ
ไม่อยากทราบด้วย แค่นี้ก็ตาร้อนผ่าวจะทะลุออกมานอกเบ้าอยู่แล้ว
แล้วพบกันตอนหน้ากับอักษร 'X' ครับ
ขอเชิญร่วมตอบคำถามชิงรางวัล
สวัสดีครับ
|
|