Cannes International Film Festiva
17 ก.พ. ๔๓
สวัสดีครับ พบกับ
Alphabetize
ครั้งนี้เป็นลำดับที่ 3 แล้วนะครับ ถ้าอยากดูลำดับแรก ๆ ก็ Click หาดูได้แถวนี้แหละครับ แต่ถ้าขี้เกียจ ก็มาสู่ลำดับ 3 กันได้เลยครับ
สำหรับครั้งนี้ เรื่องราว ที่เกี่ยวข้องกับวงการบันเทิงอันขึ้นต้นด้วยตัวอักษร
"C" ที่จะนำเสนอ
จะไม่ใช่เรื่องของตัวบุคคลแล้วนะครับ เพราะ 2 ตอนแรกของเราเป็นบุคคลไปแล้วทั้งคู่
คราวนี้ก็เลยจะเสนอเทศกาลที่น่าสนใจกันครับ และเทศกาลที่น่าสนใจมาก แล้วก็บังเอิญ
ขึ้นต้นด้วยอักษร "C" ที่จะนำเสนอใน
Alphabetize ครั้งนี้ก็คือ
Cannes International Film Festival หรือที่เราได้ยินกันจนคุ้นเคยว่า
เทศกาลหนังเมืองคานส์ นั่นแหละครับ
เทศกาลที่ว่านี้ เป็นเทศกาลที่บรรดา Film maker
ทั่วโลก ต่างก็หวังจะได้เข้าไปร่วมชม
หรือมีผลงานไปร่วมแสดงกันทั้งสิ้น ก็ชื่อเทศกาลก็บอกแล้วว่า International
อีกทั้งไม่ได้เพิ่งจัดมาครั้ง 2 ครั้ง แต่เขาจัดกันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุค 40's โน่นแล้ว
เพราะฉะนั้นจึงเป็นเทศกาลการประกวดภาพยนตร์ทั่วโลกที่น่าสนใจมากที่สุด
เพราะอย่างถ้าเป็นพระสุรัสวดี อันนี้ของไทยเท่านั้น คนอื่นไม่เกี่ยว ถ้าเป็นม้าทองคำ
ก็ของจีนเท่านั้น คนอื่นอย่ายุ่ง หรือถ้าเป็น Academy Awards อันนี้โดยทั่วไปก็ยกให้เฉพาะฝรั่ง
แถบอื่นไม่มีสิทธิ์ ก็มี Cannes Festival นี่แหละที่ไม่จำกัดเชื้อชาติและภาษา ขอเพียงเก่งกล้าก๋ากั่น
มีผลงานดีจริง อันนี้ได้มีสิทธิ์ร่วมลุ้นกันทั้งสิ้น
มาว่ากันที่ตัวเมือง Cannes กันก่อนนะครับ เมืองนี้อยู่ห่างจากเมือง Nice มาเป็นระยะเวลาเดินทาง
ประมาณ 30 นาที เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สุดเก๋สำหรับผู้ที่นิยมอะไรก็ตามที่เป็น European Style
ไม่ว่าจะถนนหนทาง ตึกรามบ้านช่อง ตลาด ร้านค้า ซึ่งอันนี้ไม่แน่ใจว่าเขาตั้งใจจะเอาไว้รองรับ
การที่จะมีผู้คนไปเที่ยวในช่วง Festival โดยเฉพาะหรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ คือ เมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยว
ที่เป็นที่รู้จักกันดีไปแล้วอีกเมืองหนึ่งของประเทศฝรั่งเศสครับ แล้วก็ยิ่งเป็นที่รู้จักกันมากที่สุดอีกด้วย
เมื่อมีการจัดเทศกาลหนังประจำปี ไม่อย่างนั้น Alphabetize จะมากล่าวถึงทำไมให้เมื่อยตุ้มใช่ไหมครับ
ทีนี้มาว่ากันถึงตัวเทศกาลกันได้แล้ว อันว่า
Cannes Film Festival นี้ ประเทศฝรั่งเศส
เขาเตรียมเนื้อเตรียมตัวและเตรียมความตั้งใจที่จะจัดให้มีขึ้นเพื่อเป็นการนำเอาภาพยนตร์ดี ๆ ทั่วโลก
คัดเลือกมาฉายดูกัน จากนั้นก็ให้รางวัลเฉพาะที่ดีเด่นและเด็ดสุด ซึ่งรางวัลก็จะมีให้ทั้งแบบหนังสั้นและหนังยาว
แบบปกติทั่วไป ส่วนใหญ่จะเน้นความสำคัญไปที่ตัวผู้กำกับการแสดง แต่ก็มีรางวัลให้ดารานำทั้งหญิงและชายด้วย
ต่อมาถึงเพิ่มเรื่องบทภาพยนตร์และเรื่องการถ่ายทำมาตามลำดับ
แต่แรกเริ่มเดิมที พี่ฝรั่งเศสแกตั้งใจจะจัดกันในครั้งแรกเริ่มประเดิมเทศกาลเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2482
แต่เผอิญเป็นช่วงสงคราม ตอนนั้นคุณ Hitler แห่งเยอรมันแกอยู่ในช่วงเฮี้ยนพอดี รู้สึกจะยื่นคำขาดบุก Poland
อะไรทำนองนี้แหละครับ (ขออภัย ไม่ค่อยถนัดเรื่องรบราฆ่าฟันกันซักเท่าไหร่ อยากรู้รายละเอียดลองไป
Search ดูเรื่องของสงครามโลกเอาเองนะครับ ไม่ต้องรอไปถึง "H" ใน
Alphabetize รับรองไม่ใช่ตาคนนี้แน่)
ก็เลยทำให้ไม่สามารถจัดงานได้ ต้องถูกเลื่อนมาอีกถึง 7 ปีทีเดียว
Cannes Film Festival มาได้ฤกษ์เบิกโรงกันจริง ๆ เมื่อ
20 กันยายน พ.ศ. 2489 ครับ โดยครั้งแรกนี้
มีประเทศต่างๆ ที่ส่งภาพยนตร์เข้าร่วมด้วย 18 ประเทศ หลังจากนั้นก็จัดงานกันอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา
จนถึงปัจจุบันนี้ 52 ครั้งเข้าไปแล้ว มีบ้างบางปีที่เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ไม่สามารถจัดงานได้ เช่นช่วงสงคราม (อีกแล้ว)
แต่โดยทั่วไป งานนี้ถือเป็นงานประจำปีที่นักทำหนังทั่วโลกรอคอยไปเรียบร้อยแล้วครับ โดยที่การนำส่งหนัง
เข้าสู่เทศกาลนั้น ทางฝรั่งเศส เขาจะมีองค์กรสำหรับการนี้ ชื่อว่า Uni-France เป็นหน่วยจัดการครับ
อันเนื่องมาจากว่า นี่เป็นเทศกาลสำหรับคนทำหนังทั่วโลก
ซึ่งแน่นอนย่อมต่างชาติต่างภาษากันไปหมด
เพราะฉะนั้นจะให้ทาง Uni-France แกมาไล่หาหนังดีทั่วโลกไปฉายไปคัดเลือกกันนั้นคงยากเย็นแสนเข็น
ดังนั้น ในแต่ละประเทศจึงควรต้องมีองค์กรส่วนรวมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของภาพยนตร์เป็นของตนเองเสียก่อน
จากนั้นเมื่อได้เวลา (ประมาณปลายมกราคมของทุกปี) ทาง Uni-France เขาก็จะส่งแบบฟอร์มมาที่องค์กร
ของประเทศต่างๆ ทั่วโลก (ที่มีการทำหนัง) ถ้าคุณเป็นเจ้าของหนังที่อยากมีส่วนร่วมก็ต้องไปขวนขวายตามดู
จากหน่วยงานในประเทศของคุณเอาเองว่า เขาส่งแบบฟอร์มมาหรือยัง แล้วคุณค่อยไปเอาแบบฟอร์มนั้นมากรอก
ส่งไปแสดงความจำนงค์ขอเข้าร่วมงานกับเขาด้วย
ในการกรอกแบบฟอร์มนี้ เขาจะมีรายละเอียดต่างๆ นานาที่ต้องกรอกให้ครบให้สมบูรณ์ เป็นต้นว่า
เป็นหนังประเภทไหน ความยาวเท่าไหร่ ใครสร้าง ใครกำกับ ใครเล่น คนสร้างมีประสบการณ์มาก่อน
มากน้อยแค่ไหน (ส่วนมากพวกที่สร้างเป็นครั้งแรก ๆ มีโอกาสน้อยมากที่หนังจะติดเข้าไปให้เลือก) อะไรทำนองนี้
จากนั้นพอมั่นใจว่ารายละเอียดครบถ้วนแล้ว ให้ส่งแบบฟอร์มนั้นตรงไปที่ Uni-France เลย
ก่อนวันที่ 4 มีนาคมของทุก ๆ ปี เขาไม่มาตามเก็บที่หน่วยงานในแต่ละประเทศแล้ว คือตอนส่งแบบฟอร์มาน่ะ
เขาไม่รู้จะส่งให้หนังเรื่องไหน ก็เลยส่งมาให้หน่วยงานในประเทศ แต่ตอนส่งกลับน่ะ คุณต้องส่งกลับไปที่เขา
โดยตรงเลย เขาไม่มาตามเก็บให้แล้วนะครับ
จากนั้นก็จะมีหน่วยคัดเลือกจากข้อมูลในแบบฟอร์มนั้นว่าจะให้ส่งหนังเรื่องนั้นๆ ของคุณเข้าประกวดด้วยได้หรือไม่
แล้วก็จะมีการออกบัตร เป็นประมาณบัตรเชิญและบัตรผ่านเข้าชมเทศกาลให้คุณ โดยไม่ส่งกลับมานะครับ
ให้ไปรับเอาเองตอนที่คุณไปร่วมงาน ก็แหมคุณ มันตั้งกี่ประเทศ แต่ละประเทศส่งหนังกันอีกกี่เรื่อง
จะมาให้นั่งไล่ส่งบัตรอะไรกันล่ะ อยากดูอยากเที่ยวก็ต้องไปเอาเองจ้ะ และอีกอย่างที่เขาเน้นก็คือ ไม่ต้องมาโทรถามว่า
ได้รับแบบฟอร์มก็ฉันหรือยัง หรือ ต๊ายตาย
ตอนกรอกแบบฟอร์มน่ะ เขียนตรงนั้นตรงนี้ผิดไปหน่อย
เพิ่งนึกออกเมื่อกี้ เขาไม่รับโทรศัพท์คุณนะครับ ผิดแล้วผิดเลย สมน้ำหน้า โดนเชิดใส่อีกต่างหาก !!!
ทีนี้ในเทศกาลนั้น เขาจะนำหนังที่เข้าข่ายประกวดได้มาคัดกัน โดยมีคณะกรรมการที่คัดเลือกแล้ว
จากประเทศนั้นประเทศนี้ 1 กลุ่ม ดูกันเข้าไปให้ตาแฉะไปข้างหนึ่ง กล่าวคือ จะนำหนังทั้งหมดมาฉายพิจารณากันที่
Grand Auditorium Lumiere ที่ The Palais ถือเป็นรอบที่ 2 (รอบแรกคือพิจารณาตั้งแต่เอกสารไปแล้วไง)
จากนั้น จึงเอาหนังที่เข้ารอบนี้ ไปฉายให้ดูกันทั่ว ๆ ในตัวเทศกาลจริง ๆ
ในเทศกาลจริง ๆ นั้น เขาจะอนุญาตให้เฉพาะ
นักข่าวและคนทำหนังที่เกี่ยวข้องเท่านั้นเข้าร่วมงาน ดังนั้น
งานนี้จึงเป็นการรวมผู้สร้าง ผู้กำกับ และดาราจากทั่วโลกที่มีฝีไม้ลายมือและผลงานเด็ดดวงเท่านั้น
มาเดินเกร่ไปเกร่มากันตามที่ต่างๆ บุคคลทั่วไปเขาไม่ให้เข้า เขาคงกลัวว่าบุคคลทั่วไปที่ได้เข้างาน อาจคอแตก
หรือหัวใจวายตายเสียก่อน เนื่องจากหันไปทางไหนก็มีแต่ผู้กำกับที่ปรารถนา ดาราที่โปรดปราน ผลงานที่ชวนกรี๊ด
จะกลายเป็นการทรมานคนทั่วไปจนเกินเหตุ ก็เลยไม่ให้เข้าไปซะเลย ให้เฉพาะนักข่าวกับคนทำหนังพอ
ซึ่งแค่นั้นก็เยอะมากแล้ว เพราะมากันจากทั่วโลกนี่นา จะให้น้อย ๆ ได้อย่างไร ใช่ไหมครับ
เขามีรางวัลพิเศษที่จะเป็นที่จับตาดูกันอยู่พอควรด้วย นั่นก็คือ
The Director's Fortnight อันนี้จะเป็นภาพยนตร์
ที่ผู้กำกับ เพิ่งมีผลงานเป็นครั้งแรกหรือครั้งที่ 2 เท่านั้น ก็ผ่านเข้ามาสู่การคัดเลือกนี้ได้ เขาถือว่าเก่งกล้าก๋ากั่นมาก
โดยจะฉายที่ Noga Hilton Hotel ที่ The Croisette พวกนักวิจารณ์จะชอบดูเป็นพิเศษ
ส่วนการฉายหนังที่เข้ารอบทั้งหลายเพื่อตัดสินกันนั้น เขาจะทำกันที่
Theatre Claude Debussey ที่ Palais
ซึ่งไม่ว่าจะเป็นหนังเรื่องไหนก็ตามที่ฉายในเทศกาล ถ้าคุณได้เข้าร่วมงานล่ะก็ คุณมีสิทธิ์ดูได้ฟรีทุกเรื่องทีเดียว
แต่มีข้อแม้เล็กน้อยว่า เขาไม่มานั่งเชื้อเชิญคุณนะครับ คุณต้องไปต่อแถวรับบัตร ต่อแถวเข้าชมกันตามที่ต่างๆ
เวลาต่างๆ ที่ระบุเอาไว้ ที่นี่เขาเคร่งครัดเรื่องการเข้าคิวกันมาก และจะเข้าคิวไหนเพื่อไปทำอะไรก็ต้องศึกษากันให้ดีๆ ก่อน
เพราะถ้าเข้าคิวผิดแล้วจะไปโอดโอยเอาตอนนั้น ไม่มีใครเขาเห็นใจนะครับ ทุกคนพร้อมจะเชิดใส่หมด
เพราะทุกคนต้องรอคิวยาวนานเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นนักข่าวเด่น ดาราดังมาจากไหนก็ตาม
จะมียกเว้นก็เฉพาะคณะกรรมการเท่านั้นแหละ อ้อ เรื่องการแต่งกายด้วย ถ้าเป็นรอบกลางวัน อยากใส่อะไร
ก็เชิญตามสะดวก แต่หลัง 6 โมงเย็นเป็นต้นไป อันนี้ต้องผูกไท ใส่สูท แต่งกายงาม ผ่าข้าง เกาะอกเท่านั้นนะครับ
ไม่งั้นเขาไม่ให้เข้า
ตัววรางวัลนั้น แต่เดิมเรียกกันว่า
The Grand Prix International แล้วมาเปลี่ยนเป็น Palm d' Or หรือ ปาล์มทองคำ
เมื่อปี พ.ศ. 2498 แล้วก็ใช้ Golden Palm นี้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนะครับ แต่หนังที่ได้เข้าฉายในเทศกาลนี่
เขาก็ถือกันว่าทีเด็ดแล้วล่ะครับ ถึงจะไม่ได้รางวัลก็ถือว่า ได้รับการคัดเลือกมาจากทั่วโลกแล้วว่า
ดีในระดับให้ใครต่อใครดูกันได้ไม่อายใคร แล้วใครต่อใครที่ว่านี้ก็ล้วนแต่เป็นคนทำหนังและดาราด้วยกันทั้งนั้น
แค่นี้ก็เป็นปลื้มกันแล้ว ส่วนตอนฉายนั้น เนื่องจากหลายชาติหลายภาษาเสียเหลือเกิน ก็เลยมี Headset
เอาไว้ให้ที่เก้าอี้นั่งชมนะครับ เลือกฟังเอาว่าจะฟังภาษาไหน ส่วน Subtitled นั้น จะเป็นภาษาฝรั่งเศสทุกเรื่อง
ยกเว้นหนังฝรั่งเศส Subtitled จะเป็นภาษาอังกฤษครับ แล้วในเทศกาล ยังมีตลาดซื้อขายหนังกันด้วย นั่นคือ
ถ้าคุณเป็นเจ้าของหนัง แล้วเกิดมี Studio หรือ Distributor สนใจหนังของคุณ คุยกัน ติดต่อซื้อขายกันได้
ในเทศกาลนี้เลยครับ แหม
ครบวงจรดีจัง
ทีนี้ถ้าเกิดสนใจอยากเข้าร่วมงาน ก็คงต้องเริ่มสร้างหนังหรือแสดงหนังกันแล้วล่ะครับ แต่ต้องรอ
ไปปีหน้าหรือปีโน้นๆ ไปเลยนะครับ เพราะครั้งที่ 53 ที่กำลังจะจัดนั้น
รู้สึกเขาจะส่งแบบฟอร์มกันมาแล้ว ถ้าคุณยังไม่ได้สร้างหนังหรือยังไม่ได้เล่นหนังมาก่อนนี่ถ้าจะไม่ทัน
ครั้งที่ 53 นี้จะจัดกันระหว่างวันที่
10-21 พฤษภาคม พ.ศ. 2543 แล้วครับ แต่ถ้ามั่นใจว่าสร้างหนังได้ทันท่วงที หรือเล่นหนังเก่งมาก
ต้องเด่นดังทันพฤษภาคมนี้แน่ ๆ เลยล่ะก็
.ขอให้โชคดี แล้วเจอกันที่เมือง Cannes ครับ !!!
แล้วพบกันใหม่ใน
Alphabetize สัปดาห์หน้านะครับ
สวัสดีครับ
|