Rating
๑๒ ต.ค. ๔๓
สวัสดีครับ
Alphabetize
กับตัวอักษร 'R' ของเราจะเป็นเรื่องที่อาจมีบางคนเคยเห็นผ่านตา ได้ยินผ่านหูกันมาบ้าง แต่บางทีก็งง ๆ ว่า รายละเอียดที่จริง ๆ นั้นเป็นอย่างไร
รวมทั้งการแบ่งแยกหมู่เหล่าเขาทำกันอย่างไร เพราะบางทีบางเรื่อง เรารู้สึกว่าไม่เห็นจะจำเป็นต้องรู้มากมายอะไร เท่าที่รู้มันก็พอแล้ว
แต่เมื่อถึงเวลาที่ใครมาถามรายละเอียดจริงจังเข้า ไอ้เรื่องที่เราคิดว่ารู้แล้วนั้น เรากลับตอบเขาไม่ได้เพราะเราไม่ได้รู้ซึ้งถึงข้อเท็จจริงจะจะ
.แหม
งงกันเข้าไปใหญ่
ผมเองยังงงเลย เข้าเรื่องเหอะ วันนี้ตัว 'R' ของเราจะเป็นเรื่อง Rating ครับ คิดว่าคงเคยได้ยินกันมาบ้างล่ะ ว่าหนังเรื่องนี้เป็น Rate 'R' เรื่องนั้นเป็น
Rate 'PG' (ส่วน Rate 'X' นี่คงไม่ต้องอธิบาย) วันนี้จะมาดูกันว่าเขาแบ่ง Rate กันอย่างไร และแต่ละ Rate นั้นมีความหมายเฉพาะไปที่ไหนกันบ้างนะครับ
อันว่าการจัดแบ่ง Rating ของภาพยนตร์นั้น เขามีการริเริ่มแบ่งสรรปันส่วนกันมาตั้งแต่เมื่อวันที่
1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2511 (1968) หรือเมื่อ 32 ปีก่อนโน้นแน่ะโดยได้รับการสนับสนุนให้มีการแบ่ง Rate นี้จาก The Motion Picture Association
of America และ The National Association of Theatre Owners โดยมีวัตถุประสงค์มุ่งตรงไปที่เด็ก ๆ ทั้งหลายและผู้ปกครอง
ทั้งนี้เพราะการสร้างภาพยนตร์ของเหล่าอเมริกันชนนั้น เป็นอุตสาหกรรมที่เกือบจะเรียกได้ว่าเป็นหลักใหญ่อย่างหนึ่งทีเดียว
ดังนั้นจึงมีหนังออกมาเยอะแยะมากมายทั้งในรูปหนังใหญ่ (ลงจอ) หรือหนังเล็ก (ลงม้วน) จะหยิบจะฉวยมาดูนั้นไม่ยากเย็นอะไร
แต่เนื้อหาข้างในเหมาะกับวัยกับเพศหรือเปล่านี่ใครจะไปรู้ใช่ไหมครับ มันต้องดูก่อนสิถึงจะรู้ แล้วพอดูไปแล้วรู้ว่าไม่เหมาะ มันก็ช่วยไม่ได้เพราะรู้เมื่อสาย
คือได้ดูไปซะแล้ว ทาง The Motion Picture Association of America และ The National Association of Theatre Owners
เขาถึงได้ร่วมมือกัน หาคนมาดูให้ก่อน แล้วกำหนด Rate ไว้ให้ก่อนที่หนังจะถูกนำออกมาสู่สาธารณะชน เพื่อให้ผู้ปกครองพิจารณาว่าจะอนุญาตให้ลูกหลาน
(หรือตนเอง) ดูหนังเรื่องนั้นดีหรือไม่ ทีนี้เหตุการณ์รู้เมื่อสายก็จะไม่เกิด เพราะมีการระบุจำเพาะเจาะจงไว้แล้วว่า หนังเรื่องนั้น ๆ
เหมาะหรือไม่เหมาะกับใครมากน้อยแค่ไหน ถ้ายังมีใครใฝ่รู้ ไม่เชื่อ Rate ที่เขาระบุไว้ อันนี้ก็ช่วยไม่ได้ ก็เด็กมันอยากรู้อยากเห็นนี่นา
.ไม่งั้นเดี๋ยวไม่ฉลาดนะเอ้อ !!!
ผู้ที่จะมา (ทำเป็นรู้ดี) กำหนด Rating ให้หนังแต่ละเรื่องนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล
แต่เป็นคนธรรมดาสามัญทั่วไปที่รวมกลุ่มอยู่ใน The film rating board of the Classification and Rating Administration หรือเรียกง่าย ๆ
ว่า 'กลุ่มผู้จัด Rateing' โดยกลุ่มนี้ก็จะดูหนังกันก่อนออกฉายจริง แล้วพิจารณากัน (เข้าไป) ใครมีความเห็นไม่ตรงกันก็จะต้องมีการ Vote
กันจนได้คะแนนเสียงออกมาเป็นเอกฉันท์ว่าจะประทับตราหนังเรื่องนั้น ๆ ว่าเป็น Rate อะไรดี ส่วนตัวสมาชิกกลุ่มจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ หรือมีประจำอันนี้ไม่แน่ใจ
แต่คิดว่าน่าจะเปลี่ยนนะครับ ใครมันจะมานั่ง (ตะบี้ตะบัน) ดูกันอยู่ได้ตลอดเวลาไม่ทำมาหากิน
เนอะ
ทีนี้เมื่อได้ Rate ออกมาแล้ว มันจะมีความหมายอะไรหรือเป็นปัจจัยเป็นสาระสำคัญอะไรของหนังหรือเปล่า
อันนี้มีแน่ มันเรื่องเรื่องเงินเรื่องทองทีเดียวครับ ทั้งนี้เพราะเมื่อเราสร้างหนังออกมาฉายสักเรื่องหนึ่ง เราก็ย่อมอยากจะให้หนังนั้นมีคนดูกันเยอะ ๆ
จะได้มีเงินเข้ากระเป๋าแยะ ๆ ใช่ไหมครับ แต่ทีนี้พอมีการแบ่ง Rate ขึ้นมา ถ้าหนังของเรา (ถูกตราหน้าว่า) เป็นหนังที่ไม่เหมาะกับเด็กวัยรุ่น
เราก็จะเสียรายได้จากกลุ่มวัยรุ่นไปแล้วกลุ่มใหญ่ เป็นเงินเยอะเชียว หรือยิ่งถ้าหนังของเราเขา (ใจดี) บอกมาว่าดูได้ทุกเพศทุกวัย อันนี้เราก็ไม่โดนตัดโอกาสไปจากทุกกลุ่ม
ใครจะดูก็ได้ สบายใจจัง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ได้หมายความว่าการแบ่ง Rate นั้นจะกลายเป็นกฎว่า ห้ามนะจ๊ะ ถ้าฉันบอกว่าเด็กไม่ควรดูนี่แปลว่าห้ามดูนะ
ไม่ใช่อย่างนั้น
อันนี้เขาเป็นเพียงคำแนะนำ แต่ทีนี้คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองทั้งหลายก็มักจะเชื่อตามคำแนะนำนั้น รวมทั้งคุณผู้ชมทั่วไปเขาก็เชื่อ ก็เลยมีผลทำให้ Rating
ที่ถูกแบ่งออกมานั้นค่อนข้างจะศักดิ์สิทธิ์ ทั้งนี้เพราะคนทั่วไปเขาเชื่อถือกันนั่นเองครับ
ในการบอก Rate เขาจะมีเหตุผลกำกับท้ายเอาไว้นะครับ เช่นหนังเรื่องนี้ ติดอยู่ใน Rate
ที่เด็กอายุต่ำกว่า 17 ไม่ควรดู เพราะมีคำหยาบประเภท _uck บ่อยมากจนเกินความจำเป็น
.เขาบอกกันอย่างนี้เลย ทีนี้ถ้าใครคิดว่าลูกหลานชินกับคำว่า _uck
สามารถฟังได้ไม่ระคายหู ก็สามารถอนุญาตให้ดูได้ หรือบางเรื่องเขาบอกมาเลยว่า หนังเรื่องนี้ติด Rate ที่เสี่ยงต่อการที่ผู้คนจะเอาไปทำเป็นเยี่ยงอย่าง
เพราะมีการฆ่าฟันกันด้วยอาวุธนานาชนิดเลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว ๆ เรื่อง ถ้าเกิดพ่อแม่เป็นคนค้าขายอาวุธสงคราม ก็อาจจะสนับสนุนให้ลูกดูก็ได้
จะได้รู้ว่าอะไรมันเอาไปใช้ฆ่ากันยังไง เอาไว้บอกลูกค้าได้ไม่ต้องงุนงง อะไรทำนองเนี้ย!!! ซึ่งเรื่องหลัก ๆ ที่จะถูกคำนึงถึงในการแบ่ง Rating
ของหนังแต่ละเรื่องจะประกอบไปด้วย 1.ภาษา (ถึงพริกถึงขิงแค่ไหน) , 2.ความรุนแรง (ถึงเลือดถึงเนื้อแค่ไหน) , 3.ความโป๊เปลือย (ถึงเนื้อถึงหนังแค่ไหน) ,
4.เพศสัมพันธ์ (ถึงลูกถึงคนแค่ไหน) และ 5.ยาเสพติด (ถึงเส้นถึงสายขนาดไหน)
เอาล่ะ คราวนี้ก็มาดูตัว Rate ที่เขาแบ่งกันได้แล้วครับ เขาแบ่งออกมาไม่เยอะหรอกครับ มีแค่
Rate 'G' , 'PG' , 'PG-13' , 'R' และ 'NC-17' ส่วน Rate 'X' นั้น อย่างที่บอกล่ะครับ รู้กันทั่วไปแล้วว่า ถ้าเขามีโจ๊ะพรึม ๆ ป๊ะโท่น ๆ กันจะจะ
ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ไม่หยุดหย่อนผ่อนพักกันซะบ้างล่ะ อันนั้นใช่เลย ไม่ต้องมารอให้ใครบอกหรอกว่า X ไม่ X
เอ้า มาเริ่มกันเลยครับ
'G' Rate นี้ชื่อเต็ม ๆ ว่า General Audience จะประทับตราให้กับหนังที่ดูได้ทุกเพศทุกวัย
ภาษาไม่ดุเดือดเลือดพล่าน ได้ยินได้ฟังกันทั่ว ๆ ไป แต่ไม่มีการใช้คำหยาบแบบที่ชิน ๆ กันด้วยนะครับ ไม่มีความ รุนแรง คือถ้าทะเลาะกันก็จะเป็นแค่หยิกกันเล็ก ๆ
ไม่ถึงขั้นคว้าอีโต้มาจามหัวแบะ ไม่มีเรื่อง Sex ไม่มีโป๊เปลือย (เอ๊ะ แล้วมันจะน่าดูตรงไหนเนี่ย
ไม่มีอะไรซักอย่าง!!!) และที่สำคัญคือ
ไม่มียาเสพติดมาเกี่ยวข้องด้วยเลย
'PG' Rate นี้ชื่อเต็ม ๆ ว่า Parental Guidance Suggested
จะประทับตราให้หนังที่อาจมีบางฉากบางตอนที่พ่อแม่ต้องดูอยู่กับลูกด้วยแล้วคอยอธิบายว่า อ๋อ
ไอ้นั่นมันมีไว้ทำอย่างนี้ ไอ้นี่มันมีไว้ทำอย่างนั้นนะลูก
ไม่งั้นถ้าปล่อยให้เด็กคิดเองอาจเกิดความผิดพลาดไม่เข้าที่เข้าทางได้ เนื้อหาจะไม่รุนแรงนัก ถ้าตีกันอาจเพิ่มจากหยิกมาเป็นข่วนได้บ้าง
(แต่ไม่ใช่ข่วนหน้าเอานิ้วจิ้มตา) แต่ที่แน่นอนคือ ต้องไม่มีฉากที่ส่อ Sex และไม่มีเรื่องของยาเสพติดมาเกี่ยวข้อง อย่างเรื่อง 'Digimon : The Movie'
ที่ยกมาเป็นตัวอย่างนั้น ได้ Rate 'PG' for action violence ครับ
'PG-13' Rate นี้ชื่อเต็ม ๆ ว่า Parents Strongly Cautioned
จะเป็นหนังที่พ่อแม่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ เพราะเริ่มมีเรื่องที่ถูกห้ามทั้งหมด แพลมออกมาให้เห็นบ้างเล็กน้อย ทั้งภาษาก็เริ่มดุเดือดขึ้น
(แต่แค่หยาบโลน ไม่ถึงขั้นหยาบคาย) มีเรื่องความรุนแรงชกต่อยตบตีกันบ้าง (ไม่มากนัก) อาจมีโป๊เปลือยและเซ็กซี่บ้าง (แต่ไม่ถึงขั้นเซ็กส์อึ๋ม)
และมีเรื่องยาเสพติดได้บ้างเล็กน้อย แต่ไม่มากนัก ไม่มีการมาฉีดเข้าเส้นให้ดู ที่บอกว่าผู้ปกครอง ต้องพิจารณาดี ๆ เพราะเขากลัวเด็กก่อนวัยรุ่น
(อายุประมาณ 13 ปี) ซึ่งกำลังเป็นวัยอยากรู้อยากลอง ใฝ่เรียนใฝ่ศึกษาจะจำแบบอย่างไปศึกษากันผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งถือเป็น Rate ที่คลุมเครือที่สุด
แต่ก็อย่างที่บอกล่ะครับ เขาจะมีบอกกำกับไว้ด้วยว่าให้ Rate นี้เพราะอะไร ดังนั้นพ่อแม่จึงสามารถแอบดูด้วยแล้วตามมาอธิบายได้ ถ้าเห็นว่าลูกเริ่มทำหน้างงๆ
อย่างเรื่อง 'Charlie's Angel' นี้ได้ Rate 'PG-13' for action violence, innuendo and some sensuality/nudity ครับ
'R' Rate นี้คือ Restricted-Under 17 requires accompanying parent or
adult guardian (age varies in some locations) หมายถึง ถ้าอายุต่ำกว่า 17 ล่ะก็ ต้องมีพ่อแม่ผู้ปกครองควบคุมอยู่ด้วยขณะดู
ห้ามดูกันเองแต่เพียงลำพัง (อายุที่ว่า 17 นั้น บางท้องที่อาจมากหรือน้อยกว่า
แล้วแต่) ทั้งนี้เพราะ Degree ความถึงพริกถึงขิงถึงลูกถึงคนของ เรื่องต่าง ๆ
ที่เป็นห่วงกันนัก มันชักจะหนักข้อเข้าทุกที แต่ไม่ถึงกับรุนแรงร้ายกาจจนวัยรุ่นดูไม่ได้ อย่างไรก็ตามที เขาว่ากันว่าไม่ควรปล่อยให้ดูกันเองโดยเด็ดขาด
(เดี๋ยวเสียการปกครอง!!!) อย่างเรื่อง 'Boys don't cry' ที่เอามาเป็นตัวอย่างนี้ได้ Rate 'R' for violence including an intense brutal rape
scene, sexuality, language and drug use ซึ่งเรื่องนี้เคยได้ Rate 'NC-17' แต่เอากลับไปตัดต่อใหม่แล้วมาให้พิจารณาซ้ำก็เลยได้ Rate 'R' มาแทน
'NC-17' Rate นี้ก็คือ No One 17 and Under Admitted
อันเป็นการประกาศห้ามอย่างเด็ดเดี่ยวว่า อายุตั้งแต่ 17 ลงมาดูไม่ได้โดยเด็ดขาด ทั้งนี้เพราะจะมีความถึงเลือดถึงเนื้อ ถึงตาถึงฟันกันไปหมด
ถ้ามีฉาก Sex เขาก็จะป๊ะโท่น ๆ กันจนโรงสะเทือน ถ้ามีฉากบู๊ เขาก็จะกระหน่ำกันเลือดสาดสมองกระจาย ยาเสพติดก็เอามาสูดดมอมฉีดกันพรุนไป
หมด ภาษาก็จะกระหน่ำกันหูสั่นไปเลย บางเรื่องอาจมีแค่อย่างใดอย่างหนึ่งที่ว่ามา บางเรื่องเอาให้สาแก่ใจ มีมันหมดทุกอย่าง
เขาก็เลยสงวนไว้ให้ผู้ใหญ่ดูเท่านั้น เพราะ (คิด) ว่าผู้ใหญ่มีสติปัญญาพอจะยับยั้งชั่งใจ พินิจพิเคราะห์เอาเองได้ว่าอะไรควรไม่ควร (งั้นเหรอ
)
อย่างเรื่อง 'Showgirls' นี้เขาได้ Rate 'NC-17' for nudity and erotic sexuality throughout and for some graphic
language & sexual violence ซึ่งถ้าใครได้ดูคงรู้ว่าขนาดไหนนะครับ
อย่างไรก็ตาม Rating นี้เปลี่ยนแปลงได้นะครับ เพราะอย่างที่บอกว่า เขาดูเพื่อให้ Rate
กันก่อนหนังออกฉายจริง ดังนั้น ถ้า Producer เห็นว่า ไม่เอาดีกว่า ได้ Rate นี้มาเดี๋ยวหนังไม่มีคนดู
ก็สามารถเอาไปตัดต่อใหม่เพื่อตัดฉากที่แสดงความรุนแรง, ยาเสพติด, ความโป๊เซ็กส์ ต่าง ๆ ออกไปเพื่อเปลี่ยน Rate
อันนี้ก็เป็นไปได้และมีให้เห็นกันอยู่บ่อย ๆ หรือถ้าทาง Producer เห็น Rate และคำอธิบายแล้ว รู้สึกว่าไม่ใช่ เธอเข้าใจฉันผิดนะ
ก็สามารถเข้าไปชี้แจงกับทางกลุ่มผู้พิจารณาได้ว่า ที่จริงมันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้นะจ๊ะ ซึ่งกลุ่มผู้พิจารณาสามารถวิเคราะห์กันใหม่ได้
โดยคะแนนเสียงของการ Vote เพื่อให้ Rate นั้น จะคิดจาก 2 ใน 3 ของเสียงส่วนใหญ่ครับ
หนังทุกเรื่อง ไม่จำเป็นจะต้องไปให้คณะกรรมการเขาติด Rating หรอกนะครับ
เพราะไม่ได้เป็นข้อบังคับตามกฎหมาย แต่ทีนี้ทางผู้สร้างส่วนใหญ่เขาถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคม ที่จะต้องมีการให้ Rate หนังของตนเอง
อีกอย่างคือ เหมือนกับเป็นการรับประกันว่าฉันไม่ได้ทำหนังออกมาชุ่ย ๆ แล้วหลอกคนไปดูนะจ๊ะ ฉันซื่อสัตย์จริงใจจ้ะ ซึ่งคนดูก็จะรู้สึกดีกับหนังที่มี
Rating ประทับมา เพราะอุ่นใจที่ว่า ไม่ต้องไปเกิดเหตุการณ์ 'รู้เมื่อสาย' หลังจากได้ดูหนังไปแล้ว นอกจากนี้ เรื่องของการพิจารณา Rating
นั้นเขามีการจดทะเบียนกันถูกต้องตามกฎหมาย ใครจะมาให้ Rate ตัวเองโดยไม่ผ่านการพิจารณาจริง ๆ ไม่ได้ครับ
.ห้ามมั่ว
และนี่ก็คือเรื่องราวทั้งสิ้นทั้งปวงของ Rating ที่ให้กับหนังเรื่องต่าง ๆ นะครับ
ต่อไปเราก็จะได้รู้แล้วว่าหนังเรื่องไหน น่าดูไม่น่าดูแค่ไหน (เช่นติด 'G' มาล่ะก็ อย่าไปเสียเวลาดูเลยเนอะ
ไม่ได้อะไรขึ้นมา!!!) แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
ขอเชิญร่วมตอบคำถามชิงรางวัล
สวัสดีครับ
|
|