James Bond
๑๗ พ.ค. ๔๓
สวัสดีครับ
Alphabetize
ลำดับที่ 16 กับเรื่องราวของตัวอักษร "J" ของเราคราวนี้ จะเป็นเรื่องราวของชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่เก่ง ฉลาด หล่อ สุขุม เจ้าชู้ มาดดี
มีความรู้ความสามารถมากมายมหาศาล พูดได้ตั้งหลายภาษา เดินทางมาแล้วทั่วโลก สาวๆ หลงใหลใฝ่ปอง
.. อยากลองทายไหมว่าเป็นใคร
จะลองทายมาเดี๋ยวนี้เลยก็ได้นะครับ ที่ bkk@bkkonline.com
นี่แหละส่งถึง Alphabetize แต่ไม่มีรางวัลอะไรจะให้นะครับ แล้วก็ไม่ต้องรอเฉลยนานด้วย
เฉลยซะเดี๋ยวนี้เลย ชายหนุ่มคนที่ว่านี้ ไม่มีตัวตนอยู่จริงครับ เขาเป็นตัวละครในนิยายโด่งดังเสียเหลือประมาณของคุณ Ian Fleming
.. รู้แล้วใช่มั้ยล่ะ ว่าใคร
..ไปดูเรื่องราวความโลดโผนผจญภัยของนิยายเรื่องนี้ และตัวละครตัวนี้กันได้เลยครับ
ชายหนุ่มคนนี้ มีชื่อที่ได้มาจากชื่อของผู้ค้นคว้าเรื่องนกในหนังสือเล่มโปรดปรานของ
Ian Fleming กล่าวคือ คุณ Ian แกชอบอ่านหนังสือเรื่องของนก ทีนี้ในหนังสือเรื่อง Birds of The West Indies
ที่แกอ่านขณะที่กำลังอยากหาชื่อตัวละครที่ถูกใจ ในนิยายที่แกจะแต่งเองนั้น แกไปสะดุดเข้ากับชื่อที่แสนจะเรียบง่าย
ฟังแล้วติดหูคุ้นเคยได้อย่างรวดเร็ว แถมยังมีเสน่ห์น่าจดจำอีกด้วย ของอีตานักค้นคว้าเรื่องนกในหนังสือดั่งว่า
แกก็เลยเอาชื่อนั้นมาตั้งเป็นชื่อของสายลับอังกฤษ ที่มีคุณสมบัติอย่างที่เกริ่นนำไว้แล้วนั้น
และแล้วในปี พ.ศ. 2495 (1952) ชื่อของ James Bond จึงถือกำเนิดขึ้นในนวนิยายของ Ian Flaming
ในฐานะของสายลับอังกฤษมือหนึ่งผู้ใช้รหัส 007 อันหมายถึง ฆ่าคนได้โดยไม่ผิดกฎหมาย
(โอ้ว้าว
.อยากใช้รหัสนี้จังเลย
.มีคนที่อยากฆ่าตั้งแยะแน่ะ
อิจฉา ๆๆๆ)
อันนิยายชุดนี้ มีชื่อว่า James Bond 007 โดยเขียนขึ้นเป็นตอนๆ ไป
แต่ละตอนก็จะจบกันในเล่มนั้นแหละ แรกๆ ก็ไม่ได้รวมเล่มหรอก แต่จะลงเป็นตอนสั้นๆ ให้ติดตามอ่านกันเหมือนนิยายในสกุลไทย
หรือในหนังสือพิมพ์นั่นแหละ คุณ Ian แกเริ่มเขียนในเดือนมกราคมปี 2495 คือเมื่อ 48 ปีที่แล้ว โดยไปเริ่มใช้เวลาเขียนกันที่ Jamaica
ในบ้านพักส่วนตัวที่มีชื่อว่า Goldeneye ให้ชื่อภาคแรกสุดของนิยายชุดนี้ว่า Casino Royal
มาว่ากันถึงตัวคุณ Ian แกก่อน ชื่อเต็มๆ ของแกก็คือ Ian Lancaster Fleming
แกเกิดและได้รับการเลี้ยงดูเป็นอย่างดีเยี่ยม ในครอบครัวผู้ดีอังกฤษขนานแท้ (และดั้งเดิม) โดยคุณพ่อนั้นเสียชีวิตในสงคราม
ก็เลยกลายเป็นวีรบุรุษของชาติ ประกอบกับเป็นตระกูลรวย ใครๆ ก็เลยชื่นชมความกล้าหาญชาญชัยของคุณพ่อเสียเหลือประมาณ
เท่านั้นยังไม่พอ คุณพี่ชายก็ยังแสนเก่ง และประสบความสำเร็จทั้งการเรียนและการงานอย่างล้นเหลือ
ดังนั้นหนูน้อย Ian ก็เลยมีชีวิตที่ถูกกดดันอย่างสม่ำเสมอว่า ต้องดีให้ได้อย่างพ่อและพี่ชาย
อย่างน้อยที่สุดก็ต้องสม่ำเสมอ เทียบเคียงกันไป ไม่งั้นเสียหายไปถึงวงศ์ตระกูล ซึ่งตัวแกเองก็พยายามนะ
ไม่ใช่ไม่พยายาม แกเข้าเรียนที่ Eton และ Sandhurst ได้เหมือนพี่ชาย เรียนก็เก่งแถมหล่ออีกต่างหาก
แต่แกก็เป็นได้แค่ อ๋อ
ลูกของวีรบุรุษไง เลยดีเหมือนพ่อ หรือไม่ก็
อ๋อ พี่เขาเก่งขนาดนั้น น้องก็ต้องอย่างนี้แหละ
ไม่ทิ้งกันไปได้หรอก
และนี่แหละ เป็นเหตุผลที่ทำให้คุณ Ian แกเซ็ง!!! เพราะชีวิตต้องคอยถูกเปรียบเทียบกับคนรุ่นก่อนเสมอ
ไม่เคยรู้สึกว่าดีได้เก่งได้ด้วยตนเอง หรืออย่างน้อยก็ไม่เคยมีใครพูดอย่างนั้นเลย ทุกคนเอาไปเปรียบกับพ่อกับพี่หมด แกก็เลยประท้วง
กลับบ้านดึก ไม่ยอมรับใบประกาศนียบัตร หรือปริญญาแม้ว่าจะเรียนจบ ทั้งนี้เพราะไม่รู้สึกว่าไอ้ที่เรียนจบมาน่ะ เพราะอยากเรียนหรอก
มันเป็นเรื่องจำเป็นต้องทำเพื่อชื่อเสียงวงศ์ตระกูลต่างหาก
.เฮ้อ
ปัญหาลูกคนรวย ลูกคนดังเนอะ
|
หลังเรียนจบ Ian อยากลองหาอะไรทำเป็นตัวของตัวเองซักหน่อย
เขาเริ่มต้นเขียนเรื่องสั้นและบทกวี แต่ไม่ประสบความสำเร็จทั้งคู่ ในที่สุดก็เลยไปเป็นนักข่าวให้กับ Reuters
และมีโอกาสได้ทำข่าวเกี่ยวกับการจับตัววิศวกรชาวอังกฤษใน Moscow ที่ Russia
และนี่คือจุดเริ่มต้นให้เขาได้เข้ามาสัมผัสกับโลกของการจารกรรม
ทีนี้นักข่าวเนี่ย ไม่ว่าบ้านไหนเมืองไหนเขาก็ว่ากันว่าไส้แห้งกันทั้งนั้น
คือรายได้มันน้อยนัก คุณ Ian แกก็เลยออกไปทำงานธนาคาร แล้วก็หวังว่าตลาดหุ้นคงจะสร้างเงินให้ได้บ้างล่ะน่า แต่พลาดอีกแล้ว
ทนทำอยู่ระยะหนึ่งแล้วก็รู้สึกว่าน่าเบื่อมาก แกก็เลยกลับไปทำงานหนังสือพิมพ์อยู่กับ The Times
คราวนี้แกไปอยู่หน่วยข่าวกรองให้กับกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งก็เลยคล้ายๆ กับว่าแกไปเป็นสายลับให้อังกฤษซะเองเลย
.ชักเริ่มเข้าทางแล้ว
ในช่วงสงคราม Ian ประสบความสำเร็จกับหน้าที่การงานที่เกี่ยวข้องกับการทหาร
และการหาข่าวสารของเขาเป็นอย่างดีมาก ขณะเดียวกัน เขาก็เคยได้ไปที่ Jamaica แล้วก็เกิดติดอกติดใจที่นี่เป็นอย่างยิ่ง
เพราะที่นี่ไม่มีสงคราม ทุกอย่างสะดวกสบายแบบเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องอาศัยการปรุงแต่งใดใด แกก็เลยสร้างบ้านขึ้นหลังหนึ่ง
ให้ชื่อว่า Goldeneye ไม่มีการติดแอร์ ไม่มีกระจกที่หน้าต่าง ทุกอย่างเอาสบายเป็นธรรมชาติเข้าว่า
แล้วทุกครั้งที่มีโอกาสแกก็จะมาพักอยู่ที่นี่อย่างสม่ำเสมอ เป็นที่สบายใจพิเศษโดยเฉพาะของแกเอง
ขณะเดียวกัน แกก็ใช้ชีวิตความเป็นชายหนุ่มของแกเต็มที่เหมือนกัน จนไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหญิงหนึ่งชื่อ Anne Rothermere
จนเธอตั้งท้อง เอาล่ะสิ ผู้หญิงเขาท้องแล้วนี่ ก็ต้องแต่งกะเขาสิ แต่
.เปรี้ยวใจไปกว่านั้น ยังแต่งกันทันทีไม่ได้จ้า
ต้องรอให้ผู้หญิงเขาหย่าซะก่อนแล้วค่อยมาแต่งกับคุณ Ian ได้ เป็นไงล่ะ เปรี้ยวมะ?
แล้วช่วงที่รอหญิง Anne เธอหย่าสามีเพื่อมาแต่งกับพ่อของลูกในท้องนี่เอง Ian แกก็เริ่มเขียน Casino Royal ที่บ้าน Goldeneye
ของแกเมื่อตอนอายุ 44 ปี
ตลอดระยะเวลาที่ทำงานเป็นนักข่าว และเวียนว่ายอยู่ในช่วงสงครามนั้น Ian
มีเพื่อนฝูงที่เป็นคนดังๆ ในสังคมและคนดังทางการเมืองเพียบ ดังนั้นเมื่อแกเริ่มมาเขียนนิยาย
แกก็ไม่จำเป็นต้องง้อแนวทางเก่าๆ เดิมๆ ขณะเดียวกันก็ไม่จำเป็นต้องใช้เส้น เพราะใครๆ ก็รู้ว่าแกเป็นเพื่อนใครบ้าง ตลอด 12 ปีของนิยายชุด
James Bond ที่แกเขียนนี้ ก็เลยมีแฟนๆ เก๋ๆ แยะ ไม่ว่าจะเป็นนักเขียนด้วยกัน รวมไปถึง John, Jackie และ Bobby แห่งตระกูล Kennedy ด้วย
ซึ่งก็เลยยิ่งทำให้ประชาชนเห่อตามท่านประธานาธิบดี ไล่ตามอ่านเรื่องของแกกันเข้าไปใหญ่เลย สบายไปล่ะสิทีนี้ !!!
ช่วงสุดท้ายของชีวิต คุณ Ian แกกินเหล้าจัดพอๆ กับสูบบุหรี่ หัวใจก็เลยมีปัญหา
ขณะเดียวกัน แกก็ชอบออกรอบเล่น Golf อยู่เป็นประจำด้วย ซึ่งคุณหมอท่านก็เตือนนักเตือนหนาว่า ในกรณีคุณ Ian น่ะ เพลาๆ ลงบ้าง
ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ เหล้าหรือว่า Golf แต่แกเองหาเชื่อไม่ ทั้งนี้เพราะมีชีวิตวัยเด็กจนถึงวัยรุ่นแบบอยู่ในกรอบมิดชิด
ภายใต้เงาปีกแห่งความสำเร็จของพ่อและพี่ชาย ดังนั้น เมื่อตอนนี้แกได้มีโอกาสเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่แล้ว
แกก็ขอใช้ชีวิตอย่างที่อยากหน่อยเหอะ เล่นเอาคุณหมองอนไปเลย และเนื่องจากการโหมทุกอย่างที่หมอห้ามนี่แหละ
ตอนตี 1 ของวันที่ 12 สิงหาคม ปี 2507 แกก็เลยหัวใจล้มเหลวลาโลกไปตอนอายุ 56 ปี โดยมีลูกชายนาย Casper เจริญรอยตามแก
คือเสพยาเกินขนาดเพื่อฆ่าตัวตายเมื่อปี 2518 ส่วนคุณภรรยายังอยู่อีกหลายปี ตายตามไปเมื่อ 2524
นิยายชุด James Bond 007 ที่คุณ Ian แกเขียนเอาไว้
ซึ่งมีทั้งที่เอามาทำหนังไปแล้ว และยังไม่ได้เอามาทำ เรียงลำดับตามปีที่ตีพิมพ์ออกขายได้ดังนี้คือ
Casino Royale (1953)
Live and Let Die (1954)
Moonraker (1955)
Diamonds Are Forever (1956)
From Russia, With Love (1957)
Doctor No (1958)
Goldfinger (1959)
For Your Eyes Only (1960)
From a View to a Kill
Quantum of Solace
Risico
The Hildebrand Rarity
Thunderball (1961)
The Spy Who Loved Me (1962)
On Her Majesty's Secret Service (1963)
You Only Live Twice (1964)
The Man With the Golden Gun (1965)
Octopussy (1966)
Living Daylights
The Property of a Lady
สรุปรวมทั้งสิ้นได้ 20 ตอน แต่หลายคนที่ดูชื่อเรื่องทั้งหมดไปแล้วเกิดสงสัยขึ้นมาตะหงิดๆ ว่า
อ้าว แล้วตอนที่เคยดูๆ มามีตั้งหลายอันที่ไม่ได้มีชื่อตามที่เห็นนี้ อันนี้เป็นเพราะว่าหลังจากแกตายไปแล้ว
ก็มีนักเขียนรุ่นต่อมานำ James Bond 007 มาเขียนต่อไปอีก แล้วคนสร้างหนังก็เลือกเรื่องเหล่านั้นมาสร้าง เราก็เลยได้ดู James Bond
ที่นอกเหนือไปจากเรื่องของ Ian Fleming กันด้วยประการฉะนี้แลเฮย
. อย่างเช่น John Gardner เริ่มเขียน James Bond 007
เมื่อปี 2524 (1981) เรื่อยมาจนถึงปี 2539 (1996) เรียงลำดับเรื่องตามปีที่ตีพิมพ์ออกขายไว้ได้ดังต่อไปนี้คือ
License Renewed (1981)
For Special Services (1982)
Icebreaker (1983)
Role of Honour (1984)
Nobody Lives Forever (1986)
No Deals, Mr. Bond (1987)
Scorpius (1987)
Win, Lose or Die (1989)
Licence to Kill (1989) เรื่องนี้ไง ที่เอาไปทำหนัง
Brokenclaw (1990)
The Man From Barbarossa (1991)
Death is Forever (1992)
Never Send Flowers (1993)
SeaFire (1994)
GoldenEye (1995) เรื่องนี้ก็ด้วย
COLD (1996) [U.S. title, Cold Fall]
ส่วนอีกคนที่เขียน James Bond 007 ต่อมาก็คือ Raymond Benson เริ่มเขียนเมื่อปี 2539 (1996)
ประกอบไปด้วย
Blast from the Past (1996)
Zero Minus Ten (1997)
Tomorrow Never Dies (1997) เรื่องนี้ได้เอามาสร้างหนัง
The Facts of Death (1998)
Midsummer Nights Doom (1999)
High Time to Kill (1999)
The World is Not Enough (1999) อันนี้ภาคล่าสุดที่ได้ดูกันไปไง
Live at Five (1999)
Doubleshot (2000)
ตอนนี้เราพอกันแค่นี้ก่อนก็แล้วกันนะครับ ตอนหน้าจะเอาที่เป็นหนังมาเรียงให้ดูกัน
รวมทั้งดาราที่มาแสดงด้วย ตั้งแต่แรกสุดจนล่าสุดไปเลย ตอนนี้รู้สึกจะยาวไปซะแล้ว
.. แล้วพบกันกับ Alphabetize ฉบับหน้าครับ
สวัสดีครับ
|