๘ มิ.ย. ๔๔




    วันที่เดินทาง ทุกตารางนิ้วเต็มไปด้วยคน และคน และคนวัยดึก นึกปลอบใจตัวเองว่าเดี๋ยวเข้าไปข้างในแล้วคนคงจะเบาบางลง ที่ไหนได้เต็มไปทุกแห่งเหมือนกัน เห็นชาวต่างชาตินั่งกับพื้นเรียงรายเป็นระยะ เห็นแล้วตกใจ เพราะไม่นึกเลยว่าสนามบินของเราไม่พอเพียงที่จะรับแขกจริงๆ (นี่ขนาดเราระเบิดเครื่องบินทิ้งเล่นๆ ไปเสียลำหนึ่งแล้วนะ นึกว่าจะเกรงกลัวกันบ้าง)

ช่วงนี้อย่าว่ากันนะคะ ถ้าหากว่าหายหน้าไปนานหน่อย เนื่องจากวัยดึก กำลังพยายามที่จะพิสูจน์สุภาษิตที่ว่า "Nobody is too old to learn." ก็เลยต้องไปอยู่ที่มหาวิทยาลัยที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ที่ไปอยู่ได้สามวันก็มีสามฤดูเลย คือวันแรกก็หนาว วันที่สองออกร้อน วันที่สามฝนตกพรำๆ บ้าง หนักบ้างสลับกันไปทั้งวัน เพราะฉะนั้นถ้าที่เมืองไทยฝนฟ้าวิปริตก็ขอให้ปลงเสียเถิดว่า มันวิปริตไปทั่วโลกค่ะ
สนามบินสุพรรณภูมิโปรดสร้างด่วน ดอนเมืองกำลังจะแตก
วันที่เดินทาง ทุกตารางนิ้วเต็มไปด้วยคน และคน และคน วัยดึก นึกปลอบใจตัวเองว่าเดี๋ยวเข้าไปข้างในแล้วคนคงจะเบาบางลง ที่ไหนได้เต็มไปทุกแห่งเหมือนกัน เห็นชาวต่างชาตินั่งกับพื้นเรียงรายเป็นระยะ เห็นแล้วตกใจ เพราะไม่นึกเลยว่าสนามบินของเราไม่พอเพียงที่จะรับแขกจริงๆ (นี่ขนาดเราระเบิดเครื่องบินทิ้งเล่นๆ ไปเสียลำหนึ่งแล้วนะ นึกว่าจะเกรงกลัวกันบ้าง)
เขาถึงกล่าวกันตามตำราว่า ผู้นำ (ไม่ว่าระดับไหนก็ตาม) ต้องมีสายตายาวมองได้ไกล นี่จะมีผู้นำระดับไหนของไทยมีสายตายาวๆ กันบ้าง ยาวพอที่จะมองเห็นว่า อีกไม่นานเราต้องการสนามบินที่ใหญ่โตกว่าดอนเมืองอีกสามเท่า นึกแล้วก็ตลกนะคะ พวกที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวก็ส่งเสริมไป สถานที่ที่จะให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นเดินลงยังไม่ค่อยจะพอ
ขึ้นไปบนเครื่องบิน ปรากฏว่าทุกที่นั่งเต็มหมด แปลกจริง น่าจะกลัวระเบิดกันบ้าง (5555 ย้ำเรื่องนี้บ่อยจริง) จากดอนเมืองถึงเมลเบิร์นใช้เวลาบินประมาณแปดชั่วโมงเศษ เนื่องจากเครื่องบินออกเวลาห้าทุ่มครึ่ง จึงง่วงนอนอยากจะนอนหลับ ปรากฏว่าเป็นแปดชั่วโมงที่สุดแสนจะทรมาน เพราะมีการออกแบบพนักพิงใหม่ เนื่องจากผู้สร้างเขาปรารถนาดีต้องการให้มีที่พักศีรษะ แต่วัยดึก นั่งไปแช่งคนออกแบบที่นั่งไปตลอดทาง ท่านลองจินตนาการที่พักศีรษะที่ออกแบบมาให้ฝรั่งตัวโตๆ วางคอ พักศีรษะ
พวกเราคนไทยตัวเล็กๆ เตี้ยๆ ไอ้ที่จะวางศีรษะจึงกลายเป็นที่ค้ำศีรษะ ลงจากเครื่องบินตอนสายวันนั้นเลยเงยหน้าขึ้นทักทายใครไม่ได้เลย เฮ้อ…… หัวคิดใครหนอ ที่น่าขำที่สุดคือ ก่อนจะลงจากเครื่องบิน พวกเราก็บ่นกับพนักงานบนเครื่องบินถึงเรื่องนี้ คุณเธอ ตอบเราอย่างรวดเร็ว และชัดถ้อยชัดคำว่า "จริงๆ ค่ะ แบบฟอร์มร้องเรียน (complaint) วางอยู่ในที่เก็บของด้านหน้าที่นั่งนะคะ ช่วยเขียนกันหน่อยค่ะ
พวกแอร์เราทรมานกันมากค่ะเรื่องนี้" อ้าว เป็นงั้นไป กลุ่มเราเลยหมดอารมณ์ที่จะบ่นกันต่อ

สุดท้ายนี้เมื่อลงจากเครื่องบิน อย่างสวัสดิภาพแล้วก็ต้องชมว่า พนักงานบนเครื่องบินของสายการบินไทยในเที่ยวนั้นทุกคนน่ารัก ทำงานด้วยความสุภาพ ยิ้มแย้มแจ่มใส
วัยดึกเคยนั่งเครื่องบินไปอเมริกาด้วยสายการบินหนึ่ง (ขออภัยที่มิกล้าเอ่ยนาม) ช่วงจากดอนเมืองถึงนาริตะ เป็นทีมไทย และญี่ปุ่น แต่ละคน สาว สวย บริการดี จะพูดกับผู้โดยสารมีการคุกเข่าลงอย่างสวยงาม จากนาริตะถึงอเมริกาเปลี่ยนทีมใหม่ คุณเอ๋ย ทั้งแก่งัก อ้วน แค่นี้ยังไม่พอ เวลาบริการอาหารเขาแทบจะโยนถาดให้เลย แต่ขอบอกความลับให้อย่าง วันนั้นวัยดึก มีความสุขมาก เพราะนั่งคิดครึ้มๆ ว่า แก่ๆ อย่างเราถ้าตกงานเมื่อไหร่ยังพอจะเป็นแอร์สายการบินนี้ได้เลย



    ตอนกลางวันไปดู น้องอดัม แข่งอเมริกันฟุตบอล เจเรมี่ กับแลร์รี่ แต่งตัวแบบสบายๆ แต่ผมแต่งเต็มยศตามฟอร์ม พี่เจบอกว่า "You dress like you're ready for the prom" ส่วนแลร์รี่ก็ว่า "You dress like you'll meet your girlfriend there" (เป็นอย่างนั้นได้ก็วิเศษสิ! มองหามานานแล้วนะไอ้สิ่งที่เค้าเรียกว่าแฟนเนี่ย)

วันเสาร์ 26 กันยายน
เมื่อคืนผมฝันแปลกๆ
ฝันเห็นคุณย่านอนหลับอยู่บนเตียง มีพี่สุยืนกุมมืออยู่ใกล้ๆ ย่าหลับสนิท แต่สีหน้าผ่องใสเป็นชมพู ผมฝันแบบนี้มาได้สองสามวันแล้ว แต่เมื่อคืนนี้เป็นสิ่งที่เหมือนจริงมาก สงสัยคงคิดถึงคุณย่า ไม่งั้นคุณย่าท่านคงคิดถึงผม จิตใจเราเชื่อมถึงกับคนอื่นได้ นี่เป็นจุดเด่นของตระกูลเรา
ผมอยู่อเมริกา แต่ผมไปเยี่ยมย่า และกลับมาอเมริกาอีกภายในคืนเดียว
Amazing!!!

ตอนเช้ากำจัดพลังงานด้วยการช่วย Larry ตัดต้น OGRA 25 ต้นที่อยู่หลังบ้าน OGRA เป็นต้นไม้ล้มลุกสูงราว 2 เมตร ลำต้นเล็กเรียวแต่แข็งขนาดฟาดหัวคนเป็นเรื่อง Larry สอนวิธีตัดโดยเล่นงานที่โคนต้นก่อน จากนั้นค่อยตัดตรงกลางให้เป็น 2 ท่อน
แต่ผมเห็นว่าตัดอย่างนี้ไป 25 ต้น คงเหนื่อยพิลึกเลยตัดตรงโคนต้นเพียงอย่างเดียวแล้วกองรวมกันไว้ก่อน (แล้วค่อยผ่ามันเป็น 2 ซีก ด้วยเข่า) ทีเนี้ยไอ้เจ้า OGRA มันก็มีอาวุธเหมือนกันเป็นหนามเล็กมากยาวประมาณ 0.5 ม.ม. แต่มีสารบางอย่างที่ทำให้มันแสบๆ คันๆ พิลึก อย่างไรก็ตามผมพบว่าหนามเหล่านี้ถูกทำลายได้ง่ายด้วยน้ำลายของผมเอง (ของคนอื่นไม่น่าเวิร์ค)
ตอนกลางวันไปดู น้องอดัม แข่งอเมริกันฟุตบอล เจเรมี่กับ แลร์รี่ แต่งตัวแบบสบายๆ แต่ผมแต่งเต็มยศตามฟอร์ม พี่เจบอกว่า "You dress like you're ready for the prom" ส่วนแลร์รี่ก็ว่า "You dress like you'll meet your girlfriend there" (เป็นอย่างนั้นได้ก็วิเศษสิ! มองหามานานแล้วนะไอ้สิ่งที่เค้าเรียกว่าแฟนเนี่ย)

ผมไปนั่งเชียร์อยู่ริมสนาม น้องอดัมก็แข่งไปแต่สายตาของผมก็จ้องแต่เชียร์ลีดเดอร์ระดับประถม น่ารักดีครับ บางคนฉายแววแต่เด็ก อนาคตไปเข้ามัธยมเมื่อไหร่เพศตรงข้ามคงไม่เหลือแน่ (ไม่เหลือนี่คือความรักที่ให้..อย่าคิดลึก)
กลับมาจากเกมส์ตอน 4 โมงเย็น ทีมน้องอดัมแพ้ราบคาบ อดัมหน้ามุ่ย ผมเลยบอกให้มันทำใจให้สบาย เพราะคืนนี้เราจะไปดูหนังเรื่อง Rush hour ที่เฉินหลงแสดงคู่กับคริส ทัคเกอร์ หนังเรื่องนี้น่าสนุกดี อยากดูมานานแล้ว ผมเป็นแฟนหนังเฉินหลง และยิ่งเค้ามาในแบบของ Hollywood ด้วยแล้ว เห็นทีจะพลาดได้ยาก
5 โมง 45 กำลังเข้าส้วมอยู่ มีโทรศัพท์มา พ่อแล (Larry) เคาะประตูห้องน้ำแล้วบอกว่าเป็นทางไกลมาจากมิชิแกน
"มิชิแกน เหรอ!" ต้องใช่ติ๊กแน่ๆ.เลย…
ใช่เค้าจริงๆ ด้วย ติ๊กได้รับข้อความที่ผมฝากไว้เมื่อวาน มันโทรมาบอกว่า มันกำลังจะมีงาน Home coming Dance (งานเต้นรำ) ติ๊กบอกว่า มีหนุ่มชื่อ Mike มาชวน (มาขอ,กราบ หรือเรียนเชิญ ..แล้วแต่จะคิด) ไปเป็นคู่เต้น
ไอ้ติ๊ก ดีใจสุดขีดจนลืม David (เพื่อนเก่าเขาที่แดนกีวี) ตกปากรับคำไป ผมว่าไอ้หนุ่มนั่น ถ้าไม่บ้าก็คงใกล้เพี้ยนที่ขอ Date กับไอ้ติ๊ก หน้าตามันก็งั้นๆ แหละ ออกจะดูนักเลงๆ เสียด้วย แต่เอาเถิด นี่มันดินแดนเสรีภาพนี่หว่า ใครจะทำอะไรก็ช่างศีรษะเขาเถิด ทอมจะควงหนุ่มบ้างจะเป็นไรไปล่ะ
ล้อเล่นน่า.. ติ๊กไม่ได้เป็นทอมหรอก อย่างน้อยหล่อนก็มีความรู้สึกเหมือนสาวๆ ทั่วไป ที่มีความรักความใคร่ และมีโมโหบ้างบางเวลา แต่ไม่ว่าโลกจะหมุนไปกี่รอบๆ มีสิ่งนึงที่ผมจะไม่มีวันลืม ติ๊กเนี่ยล่ะเป็นคนที่ทำให้ผมเข้าใจแง่มุมต่างๆ ของผู้หญิงได้อย่างถ่องแท้ เราสองคนไม่เคยมีความลับต่อกัน เวลาเธอมีเรื่องอะไรก็จะมาเล่าให้ผมฟัง แม้แต่บางเรื่องที่น่าจะเอาไปปรึกษาเพศเดียวกันจะดีกว่า ก็ยังอุตส่าห์มาเล่าให้ฟังกัน
ก็ยังดีแม้สิ่งเหล่านี้จะมาในเสียงที่คล้ายกับผู้ชายก็ตาม
และเอกลักษณ์ของสาวน้อย ตาพระจันทร์เสี้ยวคนนี้นะครับ เวลาที่เขานึกอะไรมาพูดไม่ได้ เขาก็จะบอกว่า "ไม่รู้ดิ ..ช่างแม่ง เหอะ"
"แล้วตกลงแกจะไป prom กะเค้าหรือเปล่า? "ผมถาม
"ชั้นก็คิดๆ นะ แต่ก็สองจิตสองใจอยู่อ่ะ ปรึกษาใครดีหว่า ไม่รู้ดิ ช่างมันเหอะ…"
ไม่กี่นาทีต่อมา ผมนับติ๊กพูดคำนี้ได้ 8 ครั้งในบทสนทนาของเรา…
บางทีมันนึกแล้วก็ขำนะ เสียงเขาออกจะห้าวๆ (อยู่คนละขั้วกับคริสซี่เลย) สำเนียงเขาก็ออกจะห้าวๆ ตามไปด้วย แต่ก็เป็นความสามารถเฉพาะตัวของเขา ถ้าคนอื่นพูดประโยคนี้ผมอาจจะเฉยๆ แต่ติ๊กพูดแล้วมันตลกดีครับ
ติ๊ก บอกให้ผมอย่าลืมเช็ค Mail ดูบ้าง
เออ…ถ้าไอ้แพนหาคอมฯใช้ได้นะ สหายติ๊ก…คริสมาสต์นี้จะได้คอมฯมาใช้ไหมเนี่ย?
ไม่รู้ดิ..ช่างแม่งเหอะ
ทุ่ม 45 มาอยู่ที่โรงหนัง แกรนด์พาเลส ข้างๆ วอลล์มาร์ท ได้ดู Rush hour รอบ 2 ทุ่ม หนังสนุกมาก คริส ทักเกอร์ แสดงเป็นตำรวจ LAPD ผิวดำ ที่ชอบลุยเดี่ยว และขี้โม้ ส่วนเฉินหลง เป็นตำรวจ ฮ่องกง ที่เป็นคนสนิทของกงศุลฮ่องกงประจำอเมริกา ทีเนี้ยลูกสาวของท่านกงศุลโดนลักพาตัวไปโดยพวกกุ๊ยฮ่องกง เฉินหลงเลยต้องเข้ามาช่วย
ผมชอบแก๊กตอนต้นๆ คริส เข้าไปในบาร์กับเฉินหลง แล้วก็ทักคนดำที่นั่งดูดบุหรี่ที่บาร์ว่า What's up my Niger? คนดำพูดกับคนดำมันก็ไม่แปลกอะไรหรอก เพราะดำกับดำ มันคือกันหลาย (เหมือนๆ กับที่แม่ผมเรียกผมว่า ไอ้อ้วนนั่นแหละ) แต่เฉินหลงนึกว่านี้เป็นคำทักทายสากล พี่แกก็ตรงเข้าไปหาคนนิโกรที่กล้ามเป็นมัดๆ ที่นั่งอยู่ที่บาร์แล้วพูดว่า "What's up my Niger?
เท่านั้นแหละได้เรื่องเลย…
เฉินหลงหรือ Jackie Chan ของชาวอเมริกา ยังคงรักษามาตรฐานไว้ได้ คือแสดงฉากเสี่ยงตายด้วยตัวเองทั้งหมด แม้ว่าวัยจะเข้า 40 กว่าแล้ว
ไม่อยากเล่ามาก เดี๋ยวหมดสนุกกันพอดี…ไปเช่ามาดูเองละกัน

อาทิตย์ 27 กันยายน

วันนี้หลังจากกลับจากโบสถ์ พ่อแลกับแม่เล (ชื่อใหม่ไทยกว่าเดิม) พาผมไปกินอาหารไทย แห่งแรกปิด เลยนั่งรถไปอีกที่นึง…ก็ปิด แต่ที่ประตูดันติดป้ายไว้ว่า OPEN ตกลงนี่นายจะเปิดหรือปิดกันแน่หา? สุดท้ายเมื่อไม่รู้จะไปไหนแล้ว เราเลยต้องพึ่ง Pizza hut ตามฟอร์ม…เซ็ง และผิดหวัง
แต่ PIZZA ก็อร่อยดี อาหารไทยไว้เดือนหน้าละกัน!
ก่อนนอนวันนี้ก็สวดมนต์ไหว้พระ ทั้งๆ ที่คนอย่างผมไม่ค่อยได้เข้าถึงศาสนามาก่อน แต่มันรู้สึกเหมือนอยากจะทำ ใจมันบอกให้สวด และมือมันประนมเองโดยอัตโนมัติ
 
ห้องสนทนา เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home
เกมส์ Photo Hunt : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
BKK Mobile Picture Message : Logo : Mini Logo : Screen Saver : Text SMS : Color Picture Message : Wallpaper
รักและคิดถึง พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง : ซอกแซกผ่านจอ : มุมฟุตบอล : เสี่ยงเซียมซี : ดวงดาวโคจร ออนไลน์ : Wallpaper : บันเทิง-เริงใจ : ซุบซิบดารา
สารพัดความรู้ เสวนาธุรกิจ : บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน Everyday English : Did you know? : E-Dialog : รู้จักญี่ปุ่น
ห้องสมุด BKK Business Letter : Song of the Week : พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ : เพลินภาษาน่ารู้ :E-Diary :
ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก :
ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone :
เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York!
BKK Center Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline