21 ส.ค. ๔๔


ต่อไปนี้สักสามสี่สัปดาห์จะเขียนวิจารณ์เรื่องแย่ๆ ของคู่ความสัมพันธ์ สักหน่อย
ความจริงตัวเองก็เซ็งอยู่เหมือนกันนะคะว่าในหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีแต่เรื่องร้ายๆ พออยู่แล้ว
สัญญาว่าจะเลือกเขียนเฉพาะที่ร้ายพอประมาณค่ะ ไม่เอาที่ร้ายมากจนกระทั่งคุณทั้งหลายเลิกอ่านนะคะ เดี๋ยวเรทติ้ง bkkonline.com จะไม่พุ่งแรง
ถ้าคุณมีเรื่องแบบนี้ช่วยส่งไปแชร์กันหน่อยสิคะ |
พ่อ / แม่ แย่, ลูกแย่
ตามธรรมดา เราสามารถสรุปได้ว่า
ลูกนั้นเป็นกระจกส่องให้เห็นว่าพ่อ/แม่ มีกรรมพันธุ์แบบไหน นิสัยใจคอ
การเลี้ยงดูลูกเป็นอย่างไร แต่เรื่องของมนุษย์นี้ลึกล้ำมาก ตั้งกฏอะไรขึ้นมาแล้วเอามาใช้ไม่ได้ทั้งร้อยนะคะ
ลูกบางคนเหมือนเทวดาส่งมาเกิด กรรมพันธุ์และสิ่งแวดล้อมก็งั้นๆ ทำไมดีเหลือเกิน ในขณะที่อีกบางคนเหมือนไม่รู้ตัวอะไรส่งมาเกิด
ช่างร้ายได้อย่างไม่น่าเชื่อ แบบที่วัยรุ่นเขาว่า "ร้ายบริสุทธิ์" วันนี้จะบ่นว่าสักสองอย่าง
พ่อแม่ที่หิ้วกระเป๋าหนังสือให้ลูก !!!!!
ถ้าอยากจะแสดงความรักต่อลูก ทำไมไม่ทำโดยการช่วยลูก จัดกระเป๋ากลางคืน
และช่วยชี้แนะว่าทำอย่างไรกระเป๋าจึงจะลดน้ำหนักได้จนเหมาะสมกับอายุของเขา
ทำไมไม่คิดว่าการถือกระเป๋าเป็นการออกกำลังกายที่ดี ทำไมไม่คิดว่าเด็กอื่นๆ เขาทำกันได้อย่างไร
พ่อแม่ที่บังคับให้ลูกเรียนวิชาที่ตนเองชอบ !!!!
ถ้าชอบนักก็เรียนเองสิ ไม่มีอะไรที่แย่ไปกว่าการบังคับให้ลูกเรียนวิชาที่ลูกไม่ชอบ วัยดึก
เคยเป็นกรรมการสอบสัมภาษณ์นักศึกษาเข้าเรียนระดับอุดมศึกษา ถามว่า "ไหนหนูลองบอกเหตุผลสิว่า
ทำไมหนูถึงเลือกเรียนวิชานี้ " "คุณพ่อ (หรือคุณแม่) อยากให้เรียนค่ะ" ถ้าได้ยินแบบนี้แล้วละก็ วัยดึก
มีคำตอบให้สองอย่างคือ "ไปเลยหนู มาทางไหนไปทางนั้นเลย ไว้อยากเรียนเองเมื่อไหร่ค่อยกลับมา"
หรือมิฉะนั้น ก็บอกว่า " อ้าว งั้นไปตามพ่อแม่มาหน่อย จะสัมภาษณ์ เผื่อจะได้ให้เรียนเองเลย"
ลูกขี้อิจฉา !!!!!
ลูกบางคนมีความคิดว่าความรักของพ่อแม่เหมือนพิซฃ่า มันแบ่งได้เป็นชิ้นๆ ให้ใครไปแล้วสักชิ้นก็จะเหลือน้อยลง
กลัวแต่พ่อแม่จะรักคนอื่น ชอบอาละวาดทำฤทธิ์ทำเดช ไอ้หนู และอีหนูเอ๋ย ความรักของพ่อแม่นั้นนะเหมือนกับน้ำในแม่น้ำแหละ
ลองไปยืนดูบนสะพานกรุงธนฯ ดูก็ได้ น้ำมันไหลมาจากต้นน้ำไม่มีวันหมดสิ้น
แต่ระดับน้ำในแม่น้ำมันลดระดับลงได้ถ้าไม่มีน้ำฝน ตกลงมาเติม สิ่งดีๆ ที่ลูกทำกับพ่อแม่ก็เปรียบเหมือนน้ำฝนแหละค่ะ
ลูกขี้เกียจตื่นนอนตอนเช้า !!!
ยิ่งในกรุงเทพฯ ที่มีปัญหารถติด ลูกที่ปลุกยากๆ นี่เป็นความปวดหัวของพ่อแม่เลย บางราย น่าขำมาก
พ่อแม่ปลุกเท่าไรก็ไม่ยอมลุก ทำเหมือนเล่นตุ๊กตาล้มลุก ลองลากลงมาจากเตียงเพื่อจะตาสว่าง พอพ่อแม่เผลอคลานกลับไปนอนอยู่บนเตียงอีกแล้ว
ทีนี้ละก็ กลียุคจะเริ่มเกิด เสียงที่หวานๆ นุ่มๆ ก็กลายเป็นเสียงเปรี้ยว หรือมิฉะนั้นก็เผ็ดๆขึ้นมาแทนที่
ที่นี้ละคุณเอ๋ย มันก็จะกลายเป็นการเริ่มต้นวันที่ไม่ดีไปเลย
แปลกอยู่อย่างนะคะ ไอ้ลูกประเภทตอนเช้าปลุกยาก แทบจะต้องกราบให้ตื่นนอนนี่
ตอนกลางคืน ก็มักจะเป็นประเภทต้องลากเข้าเตียงบังคับให้นอนเสียด้วยสิ
วันนี้โดนใครบ้างก็ไม่รู้ อย่าว่ากันนะคะ อโหสิ

พุธที่ 7 ตุลาคม
มหาบุรุษทำพิษอีกแล้ว ภาพแมวที่ผมวาดส่งอาจารย์มักกะรีมันไปมีตัวตนอยู่ที่ บอร์ดใหญ่ หน้าห้องธุรการได้ไงไม่รู้ ตายโหงสิ!
คนนับพัน เดินผ่านเห็นทั้งภาพและชื่อผมเขาคงขำพิลึก |
แถมมีคนฝากโน้ตมาให้อาจารย์มักกะรีด้วย ว่าภาพนั้นจะขายหรือเปล่า (ซึ่งต่อมาผมก็รู้ว่าเป็นคุณตำรวจหนัก 500 ปอนด์
ที่ประจำอยู่ตรงทางเข้าออกโรงเรียนนั้นเอง ชื่อ Sullivan) อย่างนี้ผมก็ได้ใจสิครับ มีคนอยากได้งานของผมเหรอ? ได้ ผมจะให้เค้าสมหวัง
เมื่อผมตกลงว่าจะให้ภาพนี้กับตำรวจSullivan อาจารย์มักกะรีก็นำภาพผมไปเข้าเครื่องสแกน
ด้วยวิทยาการอันทันสมัยของคอมพิวเตอร์ อ.มักกะรีสแกนภาพ Original ของผม แล้วปริ้นต์ออกมาเป็นอีกภาพหนึ่งได้ภายใน 3 นาที
ผมเขียนลายเซ็นต์เอาไว้ที่มุมล่างของภาพ แล้วมอบให้คุณตำรวจSullivan เขาถามผมกลับว่า How much? ผมบอกว่า No,Thanks
เพราะผมไม่นับงานศิลปะเป็นของซื้อของขาย การจะให้ต้องให้ด้วยใจรักเท่านั้น(เว้นแต่ว่าเขาจะให้ราคา3-4พัน อย่างนี้ล่ะก็ต้องเอาเงินไว้ก่อน
งานสุจริตไม่ทำลายชื่อเสียงคนหรอกน่า)
จ่า Sully ยิ้ม ให้ผมพร้อมกับบอกว่าวันนี้เป็นวันเกิดภรรยาเค้า และเธอก็ชอบแมวมากเสียด้วย
แหมจ่า! น่ารักอย่างนี้ผมก็ต้องช่วยกันล่ะ! ว่าแต่จ่าเหอะ มีลูกสาวให้ผมควงเล่นสักคนมั้ยล่ะ (อันนี้แค่คิด ไม่ได้ถาม ยังไม่อยากติดคุก)
ตอนบ่ายวิชาการละคร ผมเรียนเรื่อง PANTOMIME (ละครใบ้) อ.นิวบี้ ให้ผมทำ PANTOMIME คู่กับ KELLY เราจับสลากได้เป็นคู่ที่ 3 กฎก็มีอยู่ว่า
1. ห้ามพูด 2. เวลาที่ใช้ในการเล่นจะต้องเกิน 2 นาที 3. มี PLOT แล้วมีเวลาให้เตรียมตัว 10 นาที
ผมเลยแสดงเป็นแบบ OLD WEST คาวบอย
เรื่องของเรื่องก็คือ ผมเป็นคาวบอย
ที่เดินเข้ามาในบาร์สั่งเครื่องดื่ม (คาดว่าเป็น Vodka Martini เขย่าแต่ไม่คน)
แล้วก็นั่งคุยกับคนอื่นไป ในขณะที่ Kelly เข้ามานั่งข้างๆ ทำหน้าคล้ายญาติเสียหรือไม่ก็เพิ่งถูกยึดทรัพย์มา
แล้วผมก็จะสูบบุหรี่ แล้วก็ดันเผลอเขี่ยบุหรี่ลงไปในแก้วเหล้าของ Kelly
Kelly สะกิดผมแต่ผมจะทำเป็นไม่สนใจ สุดท้ายเมื่อ Kelly หมดความอดทน เขาก็จะจับหัวผมหันมาหาเขา แล้วก็ทำท่าเอาแก้วเหล้าสาดใส่หน้าผม
แล้วเราก็เริ่มสู้กัน แล้วลงท้ายด้วยการดวลปืน โดยผมเป็นฝ่ายม่องเท่ง ผมกำหนดเวลาการชักปืนให้ Kelly
โดยการกระดิกนิ้วก้อยของผม พอผมกระดิกนิ้วก้อย ก็หมายถึงว่า Kelly ก็จะนับถอยหลัง 5 วิ แล้วก็
ชักปืน ปัง! (โอ้! ลืมไป
ห้ามพูด)
ผมล้มลง
แต่ยัง ยังไม่ตาย Kelly เดินออกห่างไป ผมก็จะลุกขึ้นมา แล้วตั้งท่าจะยิง แต่ Kelly รู้ทัน และหันกลับมายิงก่อน
Perfect ล่ะ!
สถานที่สอบของอาจารย์นิวบี้ คือโรงละครของโรงเรียน
Lights up แล้ว ผมก็เริ่มแสดงและ
เพื่อยืดระยะเวลาของการแสดง ผมเลยทำท่าเดินชนโน่นชนนี่ไปเรื่อย และตอนที่สูบบุหรี่
ผมทำท่าเหมือนหาไฟแช็คไม่เจอ เลยทำท่าเหมือนขอต่อไฟจากคนข้างๆ (เลียนแบบพวกเด็กมัธยมที่โดดเรียนไปสูบบุหรี่ในห้องน้ำที่เมืองไทย
บุหรี่10 มวนต่อไฟแช็ค1อัน)
และก็ตอนที่ Kelly สาดน้ำใส่หน้าผม ผมก็ทำเช็ดหน้าเช็ดตา เหมือนโดนเข้าจริงๆ
แต่เสียอย่างเดียว ตอน Kelly ต่อยหน้าผม มันกะพลาดไป ผมเลยโดนหมัดมันเข้าอย่างจัง
อีตอนทำท่ามึน เลยไม่ต้องใช้ความดัดจริตเข้าช่วย เพราะมันมึนอยู่แล้ว
แล้วเราก็เดินออกไปดวลปืนกันข้างนอก Kelly
ยิงผมล้มลง แล้วก็เดินจากไป ผมลุกขึ้นมายิงอีก Kelly ก็ยิงผมเพื่อปลิดชีพ ก่อนจะเดินมาเหยียบอกผม
เพื่อประกาศชัยชนะ(อันนี้ไม่ได้อยู่ในบทนี่หว่า? เดี๋ยวโดนเตะหรอกไอ้Kelly!)
จบการแสดง
อ.นิวบี้ชอบมาก บอกว่าตอนที่ผมทำท่าสูบบุหรี่เนี่ยเหมือนมาก เหมือนจนได้กลิ่นควันเลยล่ะ!
( แต่ในชีวิตจริงผมแทบไม่เคยนะแม่ เชื่อผมสิ! ผมเกลียดบุหรี่ ผมไม่ชอบกลิ่นควันมันเลย หลังจากสูบครั้งแรกผมก็สำลักแทบบ้า
แล้วก็ไม่เอามันอีกเลย เข็ด) ผมเดินผ่านกลับไปนั่งที่นั่งของผม มีเพื่อนสาวคนนึงส่งยิ้มมาให้
ผมคิดว่าเขาคงชอบการแสดงของผมกับ Kelly ก็เลยโค้งงามๆ กลับไปทีนึง เค้าก็ยิ้ม ไม่รู้ว่ายิ้มให้เราทั้งคู่รึเปล่า
แต่ถ้าว่ากันที่แนวขนานของสายตาที่มองมาทางผมมากกว่า ผมขอตัดสินว่าหล่อนยิ้มให้ผมละกัน
วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 41
วันนี้ ผมออกมาเดินเล่นที่ลานจอดรถในช่วงกลางวัน ไม่มีจุดประสงค์อะไรมากเป็นพิเศษ นอกจากมาเดินดูรถ เด็กที่นี่โชคดีที่ว่าอายุ 16
ก็ขับรถได้แล้ว แต่โชคไม่ค่อยดีตรงที่ว่า ริจะขับรถก็ต้องทำงาน หาเงินซื้อรถเอาเอง พวกที่ใช้รถดีๆ ทั้งหลาย ก็มักจะมีพ่อแม่เป็น Backup
อย่างไอ้เบรท เพื่อนผมใช้ ลินคอล์น ทาว์น คาร์ ยาว 5.4 เมตร ไอ้โทนี่ เพื่อนฮ่องกง ใช้ ACURA INTEGRA คนที่นี่นับถือ ACURA
(หรือ HONDA รุ่นแพงๆ) มากกว่า CADILLAC หรือ FORD 2 เท่าตัว และน้อยกว่าเบนซ์ อยู่นิดนึง
CAMARO ใหม่ก็มีอยู่ 2 คัน เป็นรุ่น Z 28 เครื่อง 5,700c.c. สีเขียวเข้ม (ผมเคยนั่งมาแล้ว) อีกคันหนึ่งเป็นรุ่นปี 98 เครื่อง 3800 c.c. สีขาว
ของใครข้าพเจ้าไม่รู้ เอาเป็นว่าไอ้คันเขียวของเพื่อน (ซึ่งป่านนี้ยังไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนาม)เป็นรถปี 94 ซื้อมา 10,000 เหรียญ
มีหลังคาช่วงกลางถอดออกได้ และติดซุปเปอร์ชาร์จ VORTECH (โห!ขนาดเครื่องเดิม 5,700 แล้วยังไม่พออีกเหรอพ่อคู้ณ!
จะเอาไปวิ่งที่หนาย?)
ออกตัวทีต้องเลี้ยงดีๆ ไม่งั้นล้อฟรีตลอด ถ้าป๋าผมได้มาขับคันนี้รับรองเค้าต้องร้องว่าไอ้ HEMI CUDA ที่เค้าเคยขับได้กลายเป็นทูน่ากระป๋องแน่
|