๑๙ ก.ค. ๔๔




    หนูๆ ทั้งหลายนี่ยังโชคดีนะคะที่เรียนภาษาอังกฤษแล้ว ยังมีฝรั่งหัวแดงมาให้ดูออกเยอะแยะ สมัย วัยดึก เรียนมัธยมนะคะบางปีไม่เคยเห็นฝรั่งเลยค่ะ อ้อเดี๋ยวนี้ถ้าอยากเห็นฝรั่งทีละเยอะๆ โปรดไปที่ถนนข้าวสารหลังสี่ทุ่มค่ะ เผลอๆ ลืมตัวนึกว่าเดินอยู่ในยุโรปเลย

วันนี้ขอเริ่มรายการด้วยการตั้งคำถามทดสอบภาษาอังกฤษ ขอให้ตอบโดยระวังในเรื่องไวยากรณ์เป็นพิเศษนะคะ
Do you write with left hand or right hand ???
ดูคำเฉลยตอนท้าย อย่าลืมตอบโดยตรวจสอบคำตอบให้แน่ใจว่าถูกต้องนะคะ


วัยดึกหายหน้าไปสองเดือนกว่า เพราะต้องไปค้นคว้าเพื่อทำวิทยานิพนธ์ วัยดึกกำลังต้องการทำสถิติใหม่ของประเทศไทยค่ะ คือเป็นคนที่ได้รับปริญญาเอกที่แก่ที่สุด
พูดถึงเรื่องเรียนแล้วก็อยากจะบอกกับพวกหนูๆ ว่า เรียนนี่ยากเสมอค่ะ ไม่มีใครที่สติดีๆ สักคนบอกว่าเรียนง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก เห็นมีแต่คนบ่นกันว่ายากทั้งนั้น เพราะฉะนั้นหนูคนไหนที่กำลังท้อใจเรื่องเรียนอยู่ ก็ขอเชิญปรึกษาปัญหาเรื่องเรียนได้นะคะ ไม่ใช่รับปรึกษาปัญหาหัวใจเพียงอย่างเดียว
เราไปศึกษาค้นคว้าที่มหาวิทยาลัยพร้อมๆ กันหลายคน สิ่งที่เราต้องทำคือเขียนโครงร่างวิทยานิพนธ์ ความยาวประมาณ 5,000 คำ เมื่อเขียนเสร็จก็ต้องนำเสนอต่อคณะกรรมการ 4 คน (ฝรั่งทั้งนั้น) หลังจากที่แบกหนังสือจากห้องสมุดไปร้านถ่ายเอกสาร กลับหอพัก แล้วก็เวียนไปคืนห้องสมุด อย่างนี้อยู่หลายสัปดาห์ ผลงานก็เป็นรูปเป็นร่าง ใกล้ความจริง 5,000 คำ
เรื่องอ่านเรื่องเขียนน่ะพอจะไหวละหนูๆ ทั้งหลาย ติดขัดอะไรก็ถามเพื่อนบ้าง เปิด ดิคฯ บ้าง แต่จะต้องนำเสนอปากเปล่าต่อหน้าประชาชนทั้งหลายน่ะสิ อาการหนัก
เราก็ตกลงกันว่า "รวมกันเราอยู่ แยกกันเราตาย" เราก็รวมหัวกันช่วยกัน ให้ผู้ที่จะต้องนำเสนอผลงานเสนอต่อเพื่อน เลือกลูกคุณช่างซัก 4 คนให้ทำหน้าที่เป็นกรรมการ ส่วนที่เหลือทำหน้าที่เป็นกองเชียร์ บ้าง ผู้สังเกตการณ์บ้าง เจ้าหน้าที่เทคนิค (power point presentation) บ้าง
คุณสุพัตราเพื่อนเรา ผู้มีความเครียดสูงเป็นสรณะเธอ ถึงกับไมเกรนขึ้น เพราะว่า ท่องเท่าไรก็ไม่จำ ได้หน้าลืมหลัง ได้หลังลืมตรงกลาง อยู่เรื่อย หลังจากลองซ้อมให้เพื่อนดูสองสามรอบแล้วก็ยังไม่ได้ดังใจ เธอเกิดความคับแค้นใจมาก นั่งลงคุกเข่ากราบ สามที่ แล้วทำปากขมุบขมิบ เพื่อนๆมีความสงสัยกันเป็นกำลัง ก็เลยถามคุณสุพัตรว่า เธอทำอะไรของเธอ
คุณสุพัตราตอบว่า
" ฉันกราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ว่าเจ้าพระคุณเอ๋ย เมื่อลูกเกิดใหม่ชาติหน้า ขอให้ภาษาไทยเป็นภาษาสากลเถิด พวกฝรั่งทั้งหลายนี่จะได้มาลำบากลำบนเรียนภาษาไทยให้รู้สึกกันเสียบ้าง "
555555555555555555555555555555555

หนูๆ ทั้งหลายนี่ยังโชคดีนะคะที่เรียนภาษาอังกฤษแล้ว ยังมีฝรั่งหัวแดงมาให้ดูออกเยอะแยะ สมัย วัยดึก เรียนมัธยมนะคะบางปีไม่เคยเห็นฝรั่งเลยค่ะ อ้อเดี๋ยวนี้ถ้าอยากเห็นฝรั่งทีละเยอะๆ โปรดไปที่ถนนข้าวสารหลังสี่ทุ่มค่ะ เผลอๆ ลืมตัวนึกว่าเดินอยู่ในยุโรปเลย
คำเฉลย
ถ้าคุณตอบว่า I write with my right hand. ผิดค่ะ ถ้าตอบว่า I write with left hand. ก็ผิดค่ะ ต้องตอบว่า I write with my pen.
555555




    เท่าที่ผมสังเกตดู พวกเด็กเล็กๆ นี้ เวลาหยิบอะไรติดมือมาได้ก็มักทำการรู้จักวัตถุนั้นด้วยการ "ชิม" คือหยิบใส่ปากเลย ตอนพ่อแลยื่นปากกาให้เจอร์ราด พี่แอบอกว่า "Right to the Mouth"
    ยังไม่ทันขาดคำ ปากกาทั้งแท่งก็เข้าปากเจ้าหนูเจอร์ราดเข้าไปแล้ว

เสาร์ที่ 3 ตุลาคม

จดหมาย…จดหมาย เมื่อไหร่จะมาเสียทีคอยมานานแล้ว ไม่รู้ป่านนี้น้องๆ เราเป็นไงบ้าง โดยเฉพาะน้องเอิงคิดถึงมาก ที่นีไม่มีคนที่ทั้งอ้วนท้วนและสวยและน่าหยิกอย่างเอิงเลย
ป่านนี้อาจารย์นวลเช็คบิลลูกศิษย์ที่ไม่ส่งงานไปกี่คนแล้ว…
ป่านนี้เบิร์ด เอาเครื่อง RB 20DET ลง Cefiro ของมันหรือยัง ใครก็ได้ ช่วยส่ง จ.ม. มาที เป็น จ.ม. ลูกโซ่จากพระครูวิจิตรธรรมโชติก็ได้ (แต่ต้องเป็นภาษาอังกฤษนะ) ผมส่ง AIRMAILไป ตั้งแต่วันที่ 18 ก็น่าจะถึงเมืองไทยวันที่ 25 เมื่อวานนี้โทร THAILAND DIRECT กลับไปหาแม่ ถามว่าได้รับ จ.ม. กับไดอารี่เล่มแรก หรือยัง แม่บอกว่าได้รับตั้งนานแล้ว ฉะนั้น จ.ม. ที่ส่งไปให้เพื่อนก็น่าจะถึงได้แล้วนี่หว่า
    เออ…ลืมไปว่าเพื่อนๆ คงต้องใช้เวลาตอบ จ.ม. บ้าง…คงกำลังเครียดเรื่องการสอบ
    หรืออาจจะไม่ตอบกลับมาเลยก็ได้…
    อย่าเชียว!เจ้าเพื่อนตัวดี อย่าแม้แต่จะคิด
วกกลับไปเมื่อวันศุกร์ ประมาณ 4 ทุ่ม 38 ผมได้ใช้บริการ THAILAND DIRECT โทรกลับบ้านเป็นครั้งแรก ได้ยินเสียงโอปะเรเตอร์แล้วนึกถึงแม่ค้าขายส้มตำหน้าปากซอยบ้านน้าผมจริงๆเสียงเค้าเหมือนครึ่งหลับครึ่งตื่นยังไงก็ไม่รู้
บริการนี้ผมชอบมาก เพราะมันช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการโทรศัพท์ของผมไปเยอะ บัตรโทรศัพท์ของ Dillons ราคา25 ดอลล์ (1000 บาท) โทรได้ 13 นาที เถียงบุพการียังไม่หายคันปาก ก็ต้องวางสายเสียแล้ว แต่ด้วย Thailand-Direct เราคุยได้ไม่จำกัดแล้วแต่กำลังทรัพย์ในกระเป๋า ท่านพ่อ เพียงหมุน 1800-342-0066 ก็เข้าระบบได้แล้ว แค่บอกว่าต่อไปจังหวัดไหน เบอร์อะไรก็พอ
ผมไม่ได้คุยกับแม่มา 2 อาทิตย์แล้ว พอได้คุยแล้วก็ยิ่งคิดถึงแม่ แม้ว่าตอนนี้จะไม่ร้องห่มร้องไห้แล้วก็ตาม ผมฝากแม่บอกพ่อด้วยว่าผมได้รับแล้ว 2400 ดอลลาร์ที่พ่อโอนเข้าบัญชีมา และวางแผนจะใช้มันอย่างคุ้มค่า
แม่บอกว่าไม่ต้องฝากบอกหรอก พ่อเขากำลังนั่งซดน้ำเต้าหู้อยู่ใกล้ๆ นี่ล่ะ เดี๋ยวจะเรียกให้ ผมเลยได้คุยกับพ่อด้วย ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า โช้คอัพที่เขาเปลี่ยนให้รถพี่แหวนคือ KONIกระบอกเหลือง แบบที่ผมแนะนำให้ใช้ KONI กระบอกเหลืองเป็นแบบที่ปรับ แข็ง-อ่อน ได้จากภายนอกด้วยลูกบิดเล็กๆ กระบอกนึงครึ่งหมื่นเห็นจะได้ ใส่แล้วก็ปรับให้แข็งๆ เข้าไว้ก็จะช่วยให้โฟล์คทรงตัวได้ดีขึ้น โดยเฉพาะถ้าวันไหนพี่แหวนเกิดครึ้มอกครึ้มใจอยาก ดริฟท์ขึ้นมาเจ้ากระบอกเหลืองนี่จะทำให้มั่นใจได้มากขึ้น ว่าเราจะไม่ต้องทำสีโฟล์คเขียวอีกเป็นครั้งที่สอง
ใจจริงอยากจะปรึกษาปัญหาด้านการเงินกับป๋ามาก แต่พอถึงเวลาจริงๆ แล้วกลับนึกไม่ออก ผมว่าดีแล้ว ให้พ่อเขาอยู่ห่างเรื่องเงินๆ ทองๆ แล้วพักผ่อนสมองบ้าง เดี๋ยวจะแก่เกินวัย คนไทยไม่ใช่ Highlander หรือ คอนเนอร์ แม็คเคลาด์ จะอยู่เป็นอมตะตลอดกาล เพื่อทำเงินให้ลูกหลานก็คงเป็นมิได้
นอกจากนี้ผมบอกเรื่องอากาศ สภาพอากาศที่นี่ เป็นระดับบ้าเลือด เมื่อวานพุ่งจู๊ดขึ้นไป 90 กว่า (ประมาณ 30 เซลเซียส) พอมาวันนี้ตอนเช้า เล่นกันที่ 60 ต้นๆ(ต่ำกว่า 15 C) กลางคืน 55 F ใครไม่แน่จริงอย่าริมาพำนักใน KANSAS เด็ดขาด ย้ำ! ถ้าไม่มีความสามารถในการปรับตัวระดับอีเห็นทะเลทราย ท่านจะพบว่าไข้หวัดถามหาอยู่ร่ำไป
จากนั้นกลับไปพูดกับแม่ต่ออีกสักพัก ผมบอกแม่ว่าให้เลิกติดต่อทาง Internet ชั่วคราว เพราะตอนนี้ไม่มีที่ให้ใช้ เพราะที่โรงเรียนเขามีนโยบายห้ามนักเรียนใช้ Mailing System ทุกกรณี ใช้ของ อ.มักกะรีก็เกรงใจ จะใช้ที่ห้องสมุดก็ไม่ได้ เขาห้าม…
แม่บอกว่าไม่เป็นไร หันมาใช้ AIR LETTER ก็ได้
ขอบคุณครับ แม่ ถ้าจะให้ดีส่งมาเป็นพักๆ สักเดือนละฉบับคงดีทีเดียว(อันที่จริงผมก็คิดถึง พี่แหวนเหมือนกัน และก็อยากให้เขาเขียนจ.ม.มาหาผมบ้าง แต่ผมไม่อ่าน จ.ม. ของพี่เด็ดขาดถ้าพี่ยังไม่ปรับปรุงลายมือ)
วางสายจากแม่…
ทุกอย่างกลับเข้าสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง…
ยกเว้นเสียงอดัมเป่า Tumba อยู่ข้างล่าง
...........
แม่เลบอกว่าพรุ่งนี้จะมีเด็กมาบ้านเราคนนึงชื่อ เจอร์ราด เด็กต่ำกว่า 1 ขวบ สัญชาติญาณบอกว่าอันตรายใหญ่หลวง
แพนเตรียมป้องกันเต็มที่ ปืนผาหน้าไม้พร้อมสรรพเพื่อรับมือเด็ก
แม่เลไม่รู้หรอกว่าผมเกลียดเด็กขนาดไหน…
Note: ตอนนี้ผมเปลี่ยนชื่อคนในบ้านใหม่หมด
แลร์รี่ (พ่อแล) อเลเชีย (แม่เล) เจเรมี่ (พี่เจ) แอเรียน (พี่แอ) อดัม (ดัม)
ตอนนี้ผมรู้สึกมีความเป็นกันเองระหว่างคนเหล่านี้มากขึ้นแล้ว นั่นเป็นการดี เพราะมันช่วยให้ผมรู้สึกหายคิดถึงบ้าน และช่วยให้สมองของผมรับรู้ว่าบ้านผมตอนนี้คืออเมริกา ไม่ใช่ไทย
ทุกอย่างที่ผมจะทำ เพื่อตอบแทนเขาได้ก็คงเป็นการเขียนถึงพวกเขา ในลักษณะครอบครัว โดยเรียกนำหน้าด้วย พ่อ, แม่, พี่, น้อง นั่นเอง

อาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2541
    พรุ่งนี้ 5 ตุลา เป็นวันเกิดของพี่เจ(วันเดียวกับน้าป๋อเลย!) แต่เราจะฉลองกันวันนี้ ตอนเช้าผมไป Dillons กับพ่อแล ไปซื้อเนื้อ ซื้อผักมาทำกับข้าว ผมค้นพบอะไรบ้างอย่างที่พิเศษมาก มันหลบอยู่ตรงมุมหลังสุด ของซุปเปอร์มาเก็ต…
เครื่องปรุง ไทย ตรา THAI KITCHEN (ว้าว!)

ตะไคร้, น้ำปลา, มะนาว ยันข้าวหอมมะลิมีหมดทุกอย่างในราคา 3-5 เหรียญ ตอนนี้ดีใจมากอยากกระโดดกอดเจ้าของซุปเปอร์ฯนี้จริงๆ อยากบอกให้เขารู้ว่าเขาเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลมาก ไกลไปถึงเมืองไทยโน่นเลย คนอย่างนี้สิครับที่ควรไปอยู่ในรัฐสภา ความที่คิดในส่วนที่คนอื่นคิดไม่ถึงและทำในสิ่งดีๆ ที่ไม่มีใครกล้าทำมันเป็นเรื่องดีเสมอครับ
ผมเลยตอบแทนด้วยการอุดหนุนน้ำปลาขวดเล็กมา 1 ขวด
พอกลับมา ผมก็ขนของออกจากถุงมาวางเป็นชิ้นๆ แม่เลเปิดขวดน้ำปลาออกดมด้วยความอยากรู้อยากเห็น ตามประสาผู้ใหญ่หัวใจเด็ก ผมห้ามแล้ว แต่ไม่ทัน…
เพราะเหตุนี้เองตอนผมทำไข่ตุ๋นมื้อกลางวัน เลยไม่มีใครกล้ากิน ตอนกลางวันนี้ ผมให้เสื้อพี่เจไปตัวนึง Reebok พี่เจชอบมากจัดแจงลองสวมมันตรงโต๊ะอาหารนั่นเลย พี่เจบอกว่า
"เจ๋ง! อย่างนี้แฟนเขาต้องชอบแน่"
แม่เลก็เบรคทันควันว่า "เจเรมี่ ลูกเคยมีแฟนเหรอ?."
ว่าแล้วทุกคนก็หัวเราะกันอย่างสนุกสนานครื้นเครง

และแล้ว…ตอนบ่ายแก่ๆ
มาแล้วครับ หนู เจอร์ราด แม่เขาก็มาด้วย ผมถอยหลบเข้าห้องทันที ปิดประตูล็อคกลอนแน่นหนา จะเข้าไปนอนวาดรูปเล่น เจ้ากรรม! ดันลืม สมุดวาดรูปทั้งเล่มไว้ข้างนอก ตอนแรกผมคิดว่า เออ! ช่างหัวมันเถอะ…ไม่เป็นไร เรานอนดูทีวีก็ได้
แต่ 5 นาทีต่อมาก็ต้องเปลี่ยนใจ รีบวิ่งออกไปเอา เพราะถ้าผมไม่รีบไปเอามันมาเสียตอนนี้หนูเจอร์ราดอาจฉีกมันเป็นชิ้นๆ ด้วยความไร้เดียงสาและน่าเตะตามประสาเด็กๆ ผมเองก็ต้องเสียผลงานชิ้นโบว์แดงไป และมิอาจจะไปเคลมกับไทยสมุทรประกันภัยได้ซะด้วย
ผมย่องเงียบมาที่โต๊ะอาหาร แม่เลกับพี่แอนั่งอยู่ที่นั่นกับหนูเจอร์ราด ผมสบตากับเจอร์ราดแว่บนึง
เขายิ้มให้ผมครับ เหมือนกับว่าเขาดีใจที่มีช้างเผือกมาเดินเพ่นพ่านผ่านหน้าเค้า ผมเลยถามแม่เล ถึงอายุของเด็กคนนี้ แม่เลบอกว่าเขาอายุ 11 เดือน กำลังน่ารักเชียว
ผมแปลกใจอยู่อย่าง…ธรรมชาติของพวกเด็กๆ มันต้องรักภัยพิบัติ และความพินาศไม่ใช่เหรอ ภาพพจน์ของเด็กในสายตาผมคือลิงในร่างมนุษย์ดีๆ นี่เอง เก่งแต่ร้องไห้ กับส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวรบกวนโสตประสาทชาวบ้านชาวเมืองตามโรงหนัง และสถานที่ทุกแห่งที่ห้ามใช้เสียง
แต่เด็กคนนี้เงียบ ยิ้มแย้ม ไม่กรีดร้องทำลายข้าวของอย่างเด็กทั่วไป เอาวะ! ไหนๆ เด็กมาเกยถึงบ้านแล้วลองเล่นกับมันหน่อยเป็นไร ถือว่าเป็น CLOSE ENCOUNTER ละกัน!
ผมเลยลองหยอกล้อเล่นกับเขาดู พ่อแลก็มาเล่นด้วย ปรากฎว่าไปๆ มาๆ ผมชักชอบเค้าสิครับ เลยนั่งนอนกลิ้งเล่นอยู่กับเค้าตรงพื้นห้องอาหารนั่นเอง พ่อแลก็เข้ามาเล่นด้วยเหมือนกัน
เท่าที่ผมสังเกตดู พวกเด็กเล็กๆ นี้ เวลาหยิบอะไรติดมือมาได้ก็มักทำการรู้จักวัตถุนั้นด้วยการ "ชิม" คือหยิบใส่ปากเลย ตอนพ่อแลยื่นปากกาให้เจอร์ราด พี่แอบอกว่า "Right to the Mouth" ยังไม่ทันขาดคำ ปากกาทั้งแท่งก็เข้าปากเจ้าหนูเจอร์ราดเข้าไปแล้ว
ด้วยเหตุนี้ผมเลยหายสงสัย กรณีของพี่ปิ่น (ลูกสาวของป้าผม) ที่เกือบได้ลิ้มรสขี้หมาอันโอชะ เมื่อ 20 กว่าปีก่อน กระจ่างชัดแล้วในบัดดล
ยิ่งตอนเย็นยิ่งสนุกใหญ่ เพราะเราอยู่กันพร้อมหน้าทั้งครอบครัว กิน Tortilla เป็นอาหารเย็น ทุกคนดูจะให้ความสนใจกับหนูน้อยมากเป็นพิเศษ โดนเฉพาะพี่เจ ซึ่งชอบทำท่าทางเลียนแบบทารกปัญญาอ่อน แลบลิ้น ปลิ้นตา ส่ายหน้า ส่งเสียงอุแว้ อุแว้ เจอร์ราดเห็นพี่เจเล่นด้วย ก็ยิ้มแก้มปริ
ผมเองก็นึกสนุกปนนับถือในความน่ารักแกมติงต๊องของพี่เจ เลยเอามือปิดปากพะงาบพะงาบทำเสียงอุแว้ อุแว้ ตามไปด้วยอีกคนนึง
ยัง…ยังไม่พอ พอเสร็จคิวผม แม่เลกับพี่แอ จ่อคิวต่อเลยทันที
และทีเด็ดที่สุด แม่เลบอกว่าคราวนี้ทำพร้อมกันเลย คงจะมันพิลึก พ่อแลเริ่มท้วง โอ๋ โน! …โอ๋ โน พลีส อย่า อย่าแม้แต่จะคิด แม่สั่งเตรียมพร้อม นับ 1..2..
พ่อเลร้องขอความกรุณาเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยความที่ไม่อยากให้ความสงบบนโต๊ะอาหารถูกทำลาย
…ช้าไปแล้วครับ คอรัสปัญญาอ่อนมาแล้ว หนูเจอร์ราด นำทั้งโต๊ะ แม่เล (Alesia)
พี่เจ (Jeremy) พี่แอ (Ariane) ดัม (Adam) ประสานเสียงอุแว้กันทั้งโต๊ะ โดยมีแลร์รี่ นั่งกุมขมับกลุ้มใจในความติงต๊องของพวกเรา
ประมาณตี 1 พ่อของหนูน้อยก็มารับกลับบ้าน ตอนกลับเจอร์ราดโบกมือให้ผมด้วย
สำหรับพวกเรานี่ก็เป็นเวลาพักผ่อนแล้ว…พรุ่งนี้ตื่นสัก7โมงก็คงดี
ผมนอนคิดไปคิดมาเกี่ยวกับเด็กๆ ที่ผมเคยเกลียด แล้วก็มาคิดถึงหนูน้อยเจอร์ราด ผู้ที่ทำให้ผมเริ่มมีทัศนคติที่ดีกับเจ้าตัวเล็กทั้งหลาย สักวันถ้าผมจะมีลูก ผมคงจะได้ลูกที่น่ารัก ใช่!ลูกของผม!
แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ผมต้องหาแม่ของลูกผมให้ได้ก่อน !!
 
ห้องสนทนา เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home
เกมส์ Photo Hunt : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
BKK Mobile Picture Message : Logo : Mini Logo : Screen Saver : Text SMS : Color Picture Message : Wallpaper
รักและคิดถึง พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง : ซอกแซกผ่านจอ : มุมฟุตบอล : เสี่ยงเซียมซี : ดวงดาวโคจร ออนไลน์ : Wallpaper : บันเทิง-เริงใจ : ซุบซิบดารา
สารพัดความรู้ เสวนาธุรกิจ : บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน Everyday English : Did you know? : E-Dialog : รู้จักญี่ปุ่น
ห้องสมุด BKK Business Letter : Song of the Week : พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ : เพลินภาษาน่ารู้ :E-Diary :
ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก :
ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone :
เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York!
BKK Center Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline