บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา
บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา
accounting
Accounting
บัญชี
หลักการบัญชี
ความรู้ทางบัญชี
ทำบัญชีอย่างง่าย
Front Office & Back Office
เกร็ดเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีของกิจการ SMEs
การแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ใบกำกับภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า
Download ตัวอย่างงบการเงิน
งบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548
งบการเงิน บมจ. ยงไทย
แยกส่วนการบัญชี
ยุพา กาญจนดุล
๘ ก.พ. ๔๔
กระบวนการผลิตของการบัญชี คือการนำรายการบัญชี มาบันทึก แยกประเภท สรุป และจัดทำเป็นรายงาน หรืองบการเงิน ให้อยู่ในรูปแบบที่จะทำให้ผู้อ่านงบนั้น เกิดความเข้าใจ ในเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ หรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับองค์กรนั้นๆ ได้อย่างถูกต้อง
แยกส่วนการบัญชี ไม่ใช่เป็นการแยกให้แตกความสามัคคีนะคะ แต่เพื่อให้เห็นภาพรวมของหลักการบัญชีได้ชัดเจน และง่ายขึ้นเท่านั้นเอง เช่นเดียวกับการผลิตสินค้า ที่ต้องมีการใส่วัตถุดิบ ทำการผลิต แล้วจึงได้เป็นสินค้าสำเร็จรูปออกมา การบัญชีก็เป็นเช่นนั้น การบัญชีจึงอาจแยกออกได้เป็น ส่วน INPUT (รายการบัญชี) ส่วน PROCESS (การบันทึก แยกประเภท สรุป และรายงาน และ ส่วน OUTPUT (งบการเงิน)
คลิกที่นี่เพื่อดู Flash Movie
การบัญชีคงไม่เกิดขึ้นถ้าไม่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจใดๆ องค์กรที่ต้องทำบัญชีเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องมีกิจกรรมทางธุรกิจ หรือ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ กับทั้งบุคคล และองค์กรต่างๆ มากมาย ซึ่งอาจมีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น การซื้อขายสินค้าและวัตถุดิบ การชำระเงิน การกู้ยืมเงิน การจ้างแรงงาน การเช่าทรัพย์สิน เป็นต้น กิจกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นตลอดเวลาในสังคมธุรกิจ แต่นักบัญชีจะเลือกเพียงบางกิจกรรมเท่านั้นมาบันทึกบัญชี อย่าเพิ่งเข้าใจนะคะว่า อย่างนั้น การบัญชีก็ทำตามอำเภอใจได้ง่ายๆ ซี โธ่ ! แล้วจะมานั่งเชื่อถือตัวเลขบัญชีกันได้อย่างไร ก็เพราะกลัวว่าจะเป็นอย่างนี้น่ะซีคะ
การบัญชีจึงระมัดระวังเป็นอย่างมาก ที่จะต้องมีหลักการ หลักเกณฑ์ มากมาย เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเลขบัญชี เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้ตามความพอใจของคนทำบัญชี การที่ต้องเลือกบันทึกเพียงบางกิจกรรมเท่านั้น ก็เพื่อให้การบันทึกนั้นมีความหมาย และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้ตัวเลขบัญชี
แล้วนักบัญชีใช้หลักอะไรในการที่จะเลือกประเภทของกิจกรรม เพื่อมาบันทึกบัญชี หลักการหนึ่งก็คือ
หลักความเป็นหน่วยงานของกิจการ
นั่นคือเลือกเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับองค์กรเจ้าของบัญชีเท่านั้น (หลักการนี้เราเคยกล่าวถึงมาแล้วในตอนก่อน) หลักการที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ
หลักการใช้หน่วยเงินตราในการบัญชี ซึ่งแปลความหมายอย่างง่ายๆ ได้ว่ากิจกรรมใดที่ไม่สามารถวัดค่าเป็นหน่วยเงินตราได้อย่างน่าเชื่อถือโดยไม่มีข้อกังขา โดยปกติแล้ว จะไม่นำมาบันทึกบัญชี นอกจากกรณีพิเศษที่จะมีกล่าวถึงเป็นแต่ละกรณีไป
ตัวอย่างเช่น กิจการที่ดำเนินธุรกิจมาระยะหนึ่ง อาจมีค่าความนิยม ซึ่งอาจเกิดจากคุณสมบัติส่วนตัวของผู้บริหารระดับสูงที่ ปรากฎเด่นชัดในสายตาของคนทั่วไป ความนิยมของคนทั่วไปที่มีต่อองค์กรเหนือคู่แข่งขัน ย่อมเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานขององค์กรนั้นๆ ต่อไปในอนาคต ความนิยมนี้จึงมีประโยชน์ และมีอยู่จริง แต่การบัญชีจะไม่ให้บันทึกรายการประเภทนี้ เนื่องจากขาดความแน่นอนในการตีค่าความนิยมนี้เป็นตัวเงิน
เพราะหากอนุญาตให้ประมาณราคาได้ ก็จะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาอีกมากมาย ซึ่งจะเป็นช่องทางให้เกิดการสร้างตัวเลขบัญชีได้ง่าย และจะทำให้ตัวเลขบัญชีหมดความน่าเชื่อถือ ซึ่งนักบัญชีถือว่าความเชื่อถือได้ของตัวเลขบัญชี เป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งต่อการอยู่รอดของวิชาชีพบัญชี
กิจกรรมทางเศรษฐกิจ หรือเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง และที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกตามหลักการบัญชี ให้สมควรได้รับการบันทึกไว้ในบัญชี เรียกว่ารายการบัญชี ซึ่งถือเป็นเสมือนวัตถุดิบของการบัญชี
กระบวนการผลิตของการบัญชี ก็คือการนำรายการบัญชี มาบันทึก แยกประเภท สรุป และมาจัดทำเป็นรายงาน หรืองบการเงิน ให้อยู่ในรูปแบบที่จะทำให้ผู้อ่านงบนั้นเกิดความเข้าใจ ในเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ หรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับองค์กรนั้นๆ ได้อย่างถูกต้อง
การพูดเรื่องบัญชีในที่นี้ ในตอนต่อๆ ไปย่อมเป็นเรื่องเกี่ยวกับขั้นตอนการผลิตของการบัญชี ว่าในการบันทึก แยกประเภท และสรุปนั้น มีหลักการอย่างไรบ้าง แต่ก่อนจะถึงขั้นตอนนั้น เราจำเป็นต้องดูกันก่อนว่า ผลผลิต หรือสินค้าของการบัญชี คืออะไร มีหน้าตาอย่างไร และมีประโยชน์อย่างไร ซึ่งในคราวนี้เราคงมาดูกันคร่าวๆ ก่อน
ผลผลิตของการบัญชี ก็งบการเงิน ที่ต้องทำส่งกระทรวงพาณิชย์ และกรมสรรพากรนั่นแหละค่ะ ที่สำคัญก็ได้แก่ งบดุล งบกำไรขาดทุน และงบกระแสเงินสด นอกจากงบการเงินแล้ว ผลผลิตของการบัญชี ยังรวมถึงรายงานต่างๆ ที่มีหลากหลายรูปแบบอีกด้วย
งบดุล
เป็นงบหรือรายงาน ที่แสดงให้เห็นถึง
ฐานะการเงินขององค์กร ณ วันใดวันหนึ่ง
ว่าองค์กรนั้นๆ มีฐานะเป็นอย่างไร มั่งคั่งแค่ไหน หรือใกล้จะแย่แล้ว เพราะมีแต่หนี้สิน แต่สินทรัพย์มีไม่เท่าไร อะไรอย่างนี้เป็นต้น ที่จริงแล้วงบดุลช่วยบอกอะไรๆ ให้เราได้มากเลย เพราะแม้แต่การมีทรัพย์สินมากมาย แต่ถ้าเป็นทรัพย์สิน ที่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่าย เช่นอาคาร โรงงาน หรือ ที่ดิน เป็นต้น อาจเป็นองค์กรที่มีความมั่งคั่งจริง แต่ก็อาจเกิดกรณีเงินขาดมือ ไม่มีชำระให้เจ้าหนี้การค้า เมื่อถึงกำหนดชำระเงินได้เหมือนกัน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้กิจการนั้นๆ ต้องหยุดชะงักการดำเนินงาน และนำมา ซึ่งความเสียหายอย่างใหญ่หลวงที่จะตามมาอีกมากได้ ฉะนั้นความสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนของสินทรัพย์ที่มีเท่านั้น ยังขึ้นอยู่กับประเภทของสินทรัพย์อีกด้วย ในคราวหน้าเราคงจะได้มีการกล่าวถึงงบดุลกันอีก ให้ละเอียดมากขึ้น
งบกำไรขาดทุน
เป็นงบหรือรายงาน ที่แสดงผลการดำเนินงานขององค์กร หรือฝีมือขององค์กรนั่นเอง การมีสินทรัพย์มากอาจดูเหมือนได้เปรียบ แต่หากขาดเสียซึ่งฝีมือ หรือความสามารถในการบริหารจัดการเสียแล้ว สินทรัพย์ที่มีอยู่มาก ก็อาจสู้การมีสินทรัพย์ตามสมควรแต่มีความสามารถมากไม่ได้ การประเมินกิจการใดๆ จึงต้องอาศัยทั้ง งบดุล ที่บอกความมั่งคั่งของกิจการ และงบกำไรขาดทุน ที่บอกถึงฝีมือหรือความสามารถของกิจการ
งบกระแสเงินสด
เป็นงบการเงินที่สรุปการเคลื่อนไหวด้านเงินสดขององค์กร ช่วยอธิบายว่า ในรอบระยะเวลาที่ผ่านมา กิจการมีเงินสด เพิ่มขึ้นหรือลดลง มีการใช้เงินสดไปกับกิจกรรมใดบ้าง และเช่นเดียวกันกิจการมีการรับเงินสดเข้ามาจากกิจกรรมใด และเท่าไร งบกระแสเงินสดเข้ามามีบทบาทภายหลัง งบดุล และงบกำไรขาดทุน ที่มีใช้กันมาเนิ่นนานแล้ว ทั้งนี้เพราะการจัดการเกี่ยวกับเงินสดขององค์กร ได้เพิ่มความสำคัญมากยิ่งขึ้นต่อการอยู่รอดของกิจการ ในสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น การมีแต่เพียงงบดุล และงบกำไรขาดทุน จึงไม่พอเพียง จำเป็นต้องมีงบกระแสเงินสดด้วย
ห้องสนทนา
เม้าท์ระเบิด
:
โลกกับธรรม
:
English Corner
:
ข่าวประชาสัมพันธ์
:
BKK Blog
:
Work at Home
:
Fan Zone
เกมส์
Games Flash
:
Jigsaw
:
Hang Man
:
Tetris
:
Slider
:
จับคู่
รักและคิดถึง
พบเพื่อนใหม่
:
E-Cards
:
Emotion
:
กลอนแทนใจ
:
ศาลาพักใจ
:
เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง
ฟังเพลงออนไลน์
:
ภาพยนตร์
:
VDO Clip
:
ซุบซิบดารา
:
สัมภาษณ์-เบื้องหลัง
:
เรื่องย่อละคร
:
ข่าวบันเทิง
:
ข่าวประจำวัน
:
ดวงประจำเดือน
:
ดวงประจำสัปดาห์
:
มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้
บัญชีทีเบรค
:
กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน
Everyday English
:
New Nanny
:
E-Dialog with Voice
:
รู้จักญี่ปุ่น
:
ท่องแดนอาทิตย์อุทัย
:
พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK
Business Letter
:
Song of the Week
:
On Khao San Road
:
เพลินภาษาน่ารู้
:
E-Diary
:
ศัพท์ทันโลก
:
สืบสายนิยายดัง
:
Alphabetize
:
SEX
:
วัยรุ่น วัยดึก
:
นางาซากิ
:
นานานก
:
ชีวิตหลากสี
:
ยายวันวาน
:
พาชิมริมครัว
:
IT Audit
:
Chic & Trendy
:
Indy Zone
:
เกร็ดความรู้ไอที
:
Star Corner
:
New York! New York!
:
Did you know?
:
E-Dialog
:
เสวนาธุรกิจ
BKK Center
Hot Links
:
เบอร์โทรศัพท์ฉับไว
:
About us
:
ติดต่อ BKKonline
:
BKK Design
:
Site Map
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................
Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961