บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา
บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา
accounting
Accounting
บัญชี
หลักการบัญชี
ความรู้ทางบัญชี
ทำบัญชีอย่างง่าย
Front Office & Back Office
เกร็ดเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีของกิจการ SMEs
การแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ใบกำกับภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า
Download ตัวอย่างงบการเงิน
งบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548
งบการเงิน บมจ. ยงไทย
การส่งงบการเงินปี 2544
วิโรจน์ เฉลิมรัตนา
๕ มี.ค. ๔๕
ต่อไปนี้ ผู้สอบบัญชีที่จะลงลายมือชื่อรับรองงบการเงิน ต้องแจ้งจำนวน และรายชื่อของบริษัทที่ตนจะลงลายมือชื่อ ก่อนที่จะมีการนำส่งงบการเงินของกิจการนั้นๆ ต่อกรมทะเบียนการค้า (สำหรับงบที่ยื่นต่อกรมสรรพากรนั้น ถึงวันนี้ยังไม่มีข้อกำหนดใหม่)
ในปีนี้มีสิ่งใหม่เกิดขึ้นในวงการผู้สอบบัญชี คือทางสำนักงาน ก.บช. (คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี) ได้ออกประกาศ ก.บช.ฉบับที่ ๔๔ สาระสำคัญที่ผมคิดว่าน่าจะกล่าวถึงก็คือ
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจะตรวจสอบและรับรองงบการเงินได้ไม่เกิน 300 รายต่อปี
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องแจ้งรายชื่อธุรกิจที่ลงลายมือชื่อรับรองการสอบบัญชี ต่อ สำนักงาน ก.บช.
กรณีมีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อธุรกิจ ไม่ว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลง ผู้สอบบัญชีต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงภายใน 1 เดือน แต่ต้องก่อนวันที่ที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตลงลายมือชื่อ
แปลง่ายๆ ว่า ต่อไปนี้ ผู้สอบบัญชีที่จะลงลายมือชื่อรับรองงบการเงิน ต้องแจ้งจำนวน และรายชื่อของบริษัทที่ตนจะลงลายมือชื่อก่อนที่จะมีการนำส่งงบการเงินของกิจการนั้นๆ ต่อกรมทะเบียนการค้า (สำหรับงบที่ยื่นต่อกรมสรรพากรนั้น ถึงวันนี้ยังไม่มีข้อกำหนดใหม่)
ในทางปฏิบัติก็คือ เมื่อบริษัทได้ดำเนินการให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบงบการเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้นำงบการเงินดังกล่าวไปยื่นต่อกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์เขาจะตรวจสอบว่าผู้สอบบัญชีที่รับรองงบการเงินนั้น ถูกต้องตรงกันกับที่ผู้สอบบัญชีได้แจ้งไว้ หากไม่ตรงหรือไม่ได้แจ้งไว้ ทางกระทรวงพาณิชย์จะออกใบรับงบการเงินชั่วคราวไว้ให้ แต่กิจการต้องกลับไปแจ้งต่อผู้สอบบัญชีของตนว่า ให้แจ้งรายชื่อเข้าไปให้ถูกต้อง และนำงบการเงินกลับมายื่นใหม่ภายใน 2 เดือน หากดำเนินการตามนี้แล้วจึงจะถือว่านำส่งงบการเงินถูกต้อง และหากวันที่ทางกรมทะเบียนการค้าออกใบรับชั่วคราวมาให้นั้น อยู่ภายในกำหนดเวลาแล้ว ก็จะถือว่านำส่งงบการเงินภายในกำหนด แม้ว่าจะนำส่งแก้ไขในภายหลังเกินกว่ากำหนดก็ตาม เช่น นำส่งงบการเงินวันที่ 28 พฤษภาคม 2545 และได้ใบรับไว้ แต่ต้องกลับไปดำเนินการให้ผู้สอบบัญชีแจ้งรายชื่อของบริษัทตนเข้าไป และนำกลับมายื่นใหม่ในวันที่ 14 มิถุนายน 2545 เป็นต้น
สาเหตุที่ทางก.บช.ออกกฎระเบียบดังกล่าวออกมา ในความเห็นแล้วน่าจะเพื่อเหตุผลอย่างน้อย 2 ประการคือ
เพื่อป้องกันการแอบอ้างใช้ชื่อผู้สอบบัญชี หรือการปลอมลายมือชื่อเพื่อรับรองงบการเงิน
เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลงลายมือชื่อในลักษณะที่ไม่ได้ปฏิบัติงานสอบบัญชีจริง หรือถ้าพูดให้เข้าใจกันง่ายๆ คือ ด้วยวิธีการเช่นนี้ กรมทะเบียนการค้า คาดหมายว่าจะสามารถตัดวงจรพวกที่เรียกกันว่า ผู้สอบบัญชีประเภทมือปืน
จะเห็นว่า ประกาศดังกล่าวกำหนดให้เป็นหน้าที่ของผู้สอบบัญชีที่ต้องแจ้งรายชื่อดังกล่าว แต่ผลกระทบจะเกิดขึ้นกับกิจการ โดยหากว่า ผู้สอบบัญชีไม่ได้แจ้งไว้แล้ว เมื่อกิจการนำส่งงบการเงินจะถูกตีกลับทันที ดังนั้นกิจการจึงต้องคัดเลือก ผู้สอบบัญชีอย่างระมัดระวัง และต้องประสานกับทางผู้สอบบัญชีด้วยว่า ได้แจ้งรายชื่อกิจการของตนแล้วหรือยัง ก่อนที่ตนจะยื่นงบการเงิน
สำหรับรอบปีต่อๆ ไป
ภายในวันที่ 30มิถุนายน ของทุกปี ผู้สอบบัญชีต้องแจ้งรายชื่อธุรกิจ ที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจะลงลายมือชื่อ รับรองการสอบบัญชี ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนธุรกิจ ที่ผู้สอบบัญชีจะลงลายมือชื่อรับรองการสอบ
บัญชีจากที่ได้แจ้งไว้แล้ว ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแจ้งการเปลี่ยนแปลงนั้น ภายใน 1 เดือน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง
เช่น รอบปีบัญชี 2545 ซึ่งจะตรวจสอบและนำส่งงบการเงินภายใน พฤษภาคม 2546 ผู้สอบบัญชีก็ต้องแจ้งรายชื่อไว้ภายใน มิถุนายน 2545 เป็นต้น
พิธีกรรมที่เกี่ยวกับการนำส่ง เช่น แบบฟอร์มนำส่งงบการเงิน หรือ ส.บช.3 นั้น ก็มีรูปแบบใหม่ และข้อความที่ต้องกรอกก็มีการเปลี่ยนแปลง และเพิ่มเติม เช่น ชื่อผู้ทำบัญชีของปีต่อไป เป็นต้น แต่สาระสำคัญในแบบ คงคล้ายๆ กับที่มีอยู่เดิม
ส่วนสุดท้ายที่ความจริงได้ใช้บังคับมาก่อนหน้านี้แล้ว คือที่เกี่ยวข้องกับผู้จัดทำบัญชี ก็คือต้องระบุ ผู้จัดทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้จัดทำบัญชีไว้เรียบร้อยแล้ว ก็คงจะเป็นส่วนที่พอได้รับทราบมาตั้งแต่ปีก่อนแล้วครับ
รายละเอียด และประกาศต่างๆ ทั้งหมดนี้ คุณสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของกรมทะเบียนการค้า
www.thairegistration.com
ครับ
ห้องสนทนา
เม้าท์ระเบิด
:
โลกกับธรรม
:
English Corner
:
ข่าวประชาสัมพันธ์
:
BKK Blog
:
Work at Home
:
Fan Zone
เกมส์
Games Flash
:
Jigsaw
:
Hang Man
:
Tetris
:
Slider
:
จับคู่
รักและคิดถึง
พบเพื่อนใหม่
:
E-Cards
:
Emotion
:
กลอนแทนใจ
:
ศาลาพักใจ
:
เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง
ฟังเพลงออนไลน์
:
ภาพยนตร์
:
VDO Clip
:
ซุบซิบดารา
:
สัมภาษณ์-เบื้องหลัง
:
เรื่องย่อละคร
:
ข่าวบันเทิง
:
ข่าวประจำวัน
:
ดวงประจำเดือน
:
ดวงประจำสัปดาห์
:
มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้
บัญชีทีเบรค
:
กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน
Everyday English
:
New Nanny
:
E-Dialog with Voice
:
รู้จักญี่ปุ่น
:
ท่องแดนอาทิตย์อุทัย
:
พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK
Business Letter
:
Song of the Week
:
On Khao San Road
:
เพลินภาษาน่ารู้
:
E-Diary
:
ศัพท์ทันโลก
:
สืบสายนิยายดัง
:
Alphabetize
:
SEX
:
วัยรุ่น วัยดึก
:
นางาซากิ
:
นานานก
:
ชีวิตหลากสี
:
ยายวันวาน
:
พาชิมริมครัว
:
IT Audit
:
Chic & Trendy
:
Indy Zone
:
เกร็ดความรู้ไอที
:
Star Corner
:
New York! New York!
:
Did you know?
:
E-Dialog
:
เสวนาธุรกิจ
BKK Center
Hot Links
:
เบอร์โทรศัพท์ฉับไว
:
About us
:
ติดต่อ BKKonline
:
BKK Design
:
Site Map
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................
Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961