 |
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
|
 |
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า |
| |

|
|
|
ท่องโลกตลาดหุ้น |
วิโรจน์ เฉลิมรัตนา |
| |
๕ ส.ค. ๔๘ |
|
| |
- ตามธรรมชาติแล้ว กิจการเมื่อแรกตั้งล้วนเริ่มต้นจากกิจการขนาดเล็กๆแล้วค่อยขยับขยายออกไป
จนบางแห่งเติบใหญ่ เหมือนต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขา ขนาดลำต้นก็ใหญ่โตจนจดจำต้นเดิมแทบไม่ได้
บริษัทยักษ์ใหญ่ที่เราได้ยินชื่อกันเป็นประจำนั้น ส่วนใหญ่มีจุดกำเนิดมาจากกิจการที่มีเจ้าของและพนักงานเพียงไม่กี่คน
การที่กิจการจะขยายตัวออกไปได้นั้น เงินทุนก็คงเป็นส่วนสำคัญ การจะสามารถตอบสนองกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากขึ้น
เป็นเครือข่ายที่ใหญ่โตได้นั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มเติมเพื่อเสริมให้สามารถรองรับลูกค้าจำนวนมากๆได้
นอกจากการใช้แหล่งเงินทุนจากของผู้ถือหุ้นเองแล้ว
การใช้แหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงินก็ช่วยให้กิจการสามารถขยายตัวได้
ตลาดหลักทรัพย์ หรือ ตลาดหุ้น ก็เป็นช่องทางการระดมเงินทุนผ่านการซื้อขายหุ้นของบริษัท
รวมทั้งตราสารหนี้อื่นๆ จนกลายเป็นกลไกที่สำคัญในระบบเศรษฐกิจในโลกปัจจุบัน
การระดมทุนจากผู้ถือหุ้นโดยผ่านกลไกของตลาดหลักทรัพย์นั้น โดยพื้นฐานแล้ว
เจ้าของเดิมจะต้องมองเห็นและยินยอมให้มีบุคคลอื่นเข้ามาร่วมเป็นเจ้าของกิจการด้วย
แนวคิดการระดมทุนดังกล่าว เกิดขึ้นเนื่องจากเจ้าของเดิมไม่สามารถใช้แหล่งเงินทุนจากกระเป๋าของตัวเองได้
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด จึงเห็นว่าต้องนำบริษัทของตนมากระจายหุ้นออกไปสู่สาธารณะ
และให้นักลงทุนเข้ามาซื้อหุ้นของบริษัทและร่วมเป็นเจ้าของตามอัตราส่วนของหุ้นที่เข้ามาถือหุ้นอยู่ด้วย
หากเรายังไม่พูดถึงประเด็นข้ออ่อนด้อยของระบบทุนนิยมในบทความนี้
แต่มุ่งทำความเข้าใจกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในโลกปัจจุบัน ซึ่งต่างมุ่งหน้าไปสู่ถนนของระบบทุนนิยมเป็นหลักแล้ว
เรื่องของตลาดหุ้นก็เป็นเรื่องหนึ่งซึ่งหนีไม่พ้นต้องกล่าวถึง และน่าทำความเข้าใจกับมันไม่น้อย
ตำนานของตลาดหุ้นนั้น กล่าวกันว่าในราวปี ค.ศ. ๑๖๙๘ หรือกว่า ๓๐๐
ปีมาแล้ว พบว่ามีหลักฐานเกี่ยวกับรายชื่อ หุ้น (Stock) และ สินค้าเกษตรล่วงหน้า
(Commodity) ปรากฏอยู่ในร้านกาแฟที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ในปี ค.ศ.๑๗๙๐ (หรือ ๒๑๕ ปีล่วงมาแล้ว) รัฐบาลสหรัฐออกขายหุ้นกู้แก่สาธารณะเป็นครั้งแรก
และตลาดหุ้นนิวยอร์กถือกำเนิดอย่างเป็นทางการในเวลา ๒ ปี ต่อมา
บางแห่งเชื่อกันว่าตลาดหุ้นแห่งแรกของโลก เริ่มครั้งแรกที่ประเทศเนเธอร์แลนด์
ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ ๑๗
ในปัจจุบัน ได้มีตลาดหุ้นเกิดขึ้นในประเทศต่างๆทั่วโลก ในเอเชีย
และยุโรป ต่างก็มีตลาดหุ้นอยู่ในแต่ละประเทศไม่ต่ำกว่าทวีปละ ๓๐
แห่ง ในทวีปอเมริกาก็มีอยู่ตามเมืองต่างๆรวมมากกว่า ๒๐ แห่ง
ลองมารู้จักกับดัชนี และตลาดหลักทรัพย์สำคัญของโลก
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์
Dow Jones เป็นดัชนีอ้างอิงที่สำคัญที่สุดตัวหนึ่งในแวดวงตลาดหุ้นทั่วโลก
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวน์โจนส์เป็นข้อมูลสำคัญที่เป็นเสมือนตัวเลขชี้วัดสภาวะหรือกระแสเศรษฐกิจ
ที่เรียกว่า Dow Jones Industrial Average (DJIA) โดยนำมูลค่าตลาดของบริษัทชั้นนำในอเมริกา
(ที่เรียกว่าหุ้น Blue Chip) ๓๐ บริษัทมาคำนวณ และถือว่าเป็นตัวเลขที่สะท้อนสภาวะของตลาดหุ้นในสหรัฐอเมริกาได้
จัดทำโดย Dow Jones & Company ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้ข้อมูลทางการเงินในสหรัฐอเมริกา
ก่อตั้งจากนักข่าว ๓ คน ได้แก่ Charles Dow, Edward Jones และ Charles
Bergstresser จะเปรียบไปก็เป็นเหมือนสำนักข่าวในทำนองเดียวกับ The
New York Times หรือ Washington Post นั่นเอง มีหนังสือพิมพ์ที่เรารู้จักกันดี
คือ The Wall Street Journal
NASDAQ ย่อมาจาก
National Association of Securities Dealers Automated Quotations
System ดัชนี NASDAQ จัดทำโดย The Nasdaq Stock Market, Inc. มีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสำคัญๆหลายบริษัทมีการซื้อขายหุ้นผ่านเครือข่ายดังกล่าวนี้
โดยใช้ระบบสัญลักษณ์ที่เรียกว่า Ticker Symbol ซึ่งเป็นรหัสย่อหรืออักษร
4 ตัว เช่น Microsoft = MSFT, Dell Computers = DELL, Cisco = CSCO
เป็นต้น
S&P 500 มาจาก
The Standard and Poors 500 จัดทำโดยสถาบันที่ชื่อ Standard and
Poors Corporation เป็นดัชนีที่ได้มาจากการนำบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สำคัญในสหรัฐอเมริกามา
๕๐๐ บริษัท โดยใช้เกณฑ์ต่างๆในการคัดเลือก เช่น สภาพคล่องของหุ้น
ประเภทของอุตสาหกรรม เป็นต้น โดยใช้มูลค่าตลาดของแต่ละบริษัทในการคำนวณ
S&P 500 เป็นดัชนีวัดสภาวะตลาดโดยรวม และมักถูกใช้อ้างอิงเพื่อบอกสภาพเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา
FTSE 100 Index จัดทำโดย
FTSE Group ซึ่งประกอบขึ้นจาก Financial Times กับ London Stock
Exchange โดยคำนวณจากหุ้น ๑๐๐ บริษัท ซึ่งว่ากันว่าเทียบเท่าเกือบร้อยละ
๘๐ ของมูลค่าตลาดรวมในตลาดหลักทรัพย์ของลอนดอน
SET Index เป็นดัชนีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
(Stock Exchange of Thailand) โดยมีดัชนีสำคัญอยู่ ๓ ตัว ได้แก่
SET Index, SET 100 Index และ SET 50 Index
SET Index คำนวณโดยใช้หุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนทุกตัวในตลาดหลักทรัพย์มาคำนวณโดยใช้สูตรการคำนวณ
ดังนี้
ดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์ (SET Index)
มูลค่าตลาดรวมวันฐาน คือ วันที่ 30 เมษายน 2518 ซึ่งถือว่า ดัชนีมีค่าเริ่มต้นที่
100 จุด
SET 50 Index และ SET 100 Index เป็นดัชนีราคาหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์จัดทำขึ้นอีกตัวหนึ่ง
เพื่อใช้แสดงระดับและความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นสามัญ 50 ตัวที่มีมูลค่าตลาดสูงและการซื้อขายมี
สภาพคล่องสูงอย่างสม่ำเสมอ สูตรและวิธีการคำนวณเป็นเช่นเดียวกับ
การคำนวณ SET Index แต่ใช้วันที่ 16 สิงหาคม 2538 และ 30 เมษายน
2548 เป็นวันฐานตามลำดับ
ตลาดหลักทรัพย์สำคัญ
The New York Stock Exchange (NYSE)
ตั้งอยู่หัวมุมถนนที่ชื่อวอลล์ (Wall Street) ในนครนิวยอร์ก เคยเป็นตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดจนราวปี
๑๙๙๖ ที่ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้น NASDAQ แซงหน้า ปัจจุบันน่าจะถือได้ว่าเป็นตลาดหุ้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก
บริเวณวอลล์สตรีทจะมีรูปปั้นกระทิง (bull) ตั้งอยู่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่หมายถึง
เศรษฐกิจดี ส่วนหมี (bear) จะหมายถึงเศรษฐกิจไม่ดี
NASDAQ เป็นตลาดหุ้นที่ซื้อขายกันผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิคส์
บริษัทที่นำหุ้นมาซื้อขายในตลาดนี้มีกว่า ๓,๒๐๐ บริษัท (เคยมีสูงสุดถึง
๕,๕๕๖ บริษัทในปี ๑๙๙๖) ในอุตสาหกรรมด้านต่างๆ ได้แก่ เทคโนโลยี
ขายส่ง โทรคมนาคม สื่อสาร บริการทางการเงิน คมนาคม สาธารณูปโภค อาหาร
พลังงาน และเทคโนโลยีชีวภาพ เป็นต้น NASDAQ จะมีอยู่ ๒ ตลาด ได้แก่
NASDAQ National Market และ NASDAQ SmallCap Market ก็คงคล้ายกับตลาด
SET และตลาด MAI ของบ้านเรา
London Stock Exchange
ตัวอย่างบริษัทที่ซื้อขายหุ้นอยู่ในตลาดนี้ ได้แก่ BP, British Airways,
Lloyd TSB Bank, Rolls-Royce Group, Shell, Standard Chartered,
TESCO, Unilever เป็นต้น สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ Paternoster Square
ใกล้ St. Paul's Cathedral
 |
 |
 |
 |
| The
New York Stock Exchange (NYSE) |
Wall Street |
NASDAQ |
-
-
|
|
|