บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา


 
ทำบัญชีอย่างง่าย
Front Office & Back Office
เกร็ดเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีของกิจการ SMEs
การแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ใบกำกับภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
 
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า
 


Download ตัวอย่างงบการเงิน

  งบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548
  งบการเงิน บมจ. ยงไทย
 

   
เกณฑ์เงินสด และ เกณฑ์คงค้าง วิโรจน์ เฉลิมรัตนา
  ๗ มี.ค. ๔๘  

 
กิจการที่อยู่ในรูปนิติบุคคลนั้น อยู่ในบังคับตามกฎหมายไทยให้ต้องจัดทำ และบันทึกรายการบัญชี ทำให้ต้องใช้เกณฑ์คงค้างเพื่อให้การรายงานผลการดำเนินงานนั้นเป็นไปตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป และสอดคล้องกับหลักเกณฑ์การเสียภาษีเงินได้
 

 
โดยทั่วไป เกณฑ์การบันทึกรายการบัญชีจะมีอยู่ ๒ ลักษณะคือ เกณฑ์เงินสด (Cash Basis) และเกณฑ์คงค้าง (Accrual Basis) บางครั้งเรียกว่า “เกณฑ์เงินค้าง” หรือ “เกณฑ์สิทธิ” ก็มี

เกณฑ์เงินสด จะบันทึกรายได้เมื่อเรา “ได้รับเงิน” จากลูกค้าเรียบร้อยแล้ว และจะบันทึกรายจ่าย เมื่อเราได้ “ชำระเงิน” ค่าสินค้าหรือบริการออกไปแล้ว การทำธุรกิจในรูป “บุคคลธรรมดา” และ “ร้านค้า” เล็กๆ นิยมบันทึกรายการบัญชีโดยใช้เกณฑ์เงินสด

เกณฑ์สิทธิ จะบันทึกรายได้เมื่อเกิดรายการขายขึ้นแล้ว แม้ว่าจะยังไม่ได้รับชำระค่าสินค้า หรือ บริการก็ตาม และจะบันทึกรายจ่ายเมื่อได้รับสินค้า หรือ บริการเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าจะยังไม่ได้ชำระเงิน กิจการในรูปนิติบุคคล เช่น ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด มักจะบันทึกบัญชีโดยใช้เกณฑ์สิทธิ

การบันทึกบัญชีโดยใช้เกณฑ์เงินสด หรือ เกณฑ์คงค้าง นั้นจะให้ผลในการแสดงตัวเลขในงบกำไรขาดทุน หรือพูดง่ายๆว่า ให้ผลต่อยอดรายได้ รายจ่าย และกำไร ที่แตกต่างกัน

การบันทึกบัญชีโดยใช้เกณฑ์เงินสดนั้น ทำได้สะดวกรวดเร็ว และไม่ยุ่งยาก แต่จะไม่สะท้อนฐานะการเงิน และผลการดำเนินงาน ในกรณีที่กิจการมีการให้ระยะเวลาการชำระเงินแก่ลูกค้า หรือที่เรียกว่า “ให้เครดิต” เนื่องจากในความเป็นจริงกิจการได้ขายสินค้าให้แก่ลูกค้าแล้ว หากแต่ในรายการบัญชีจะยังไม่บันทึกรายการขาย เพราะว่ายังไม่มีการรับชำระค่าสินค้าจากลูกค้า

ในกรณีที่กิจการซื้อสินค้ามาเก็บไว้รอขาย ในระหว่างนั้นหากใช้เกณฑ์เงินสด กิจการจะบันทึกสินค้าที่ซื้อมานั้นเป็นต้นทุนสินค้า เพราะถือว่าชำระเงินค่าสินค้าแล้ว ทั้งๆที่น่าจะเกิดต้นทุนสินค้าที่ขายเมื่อมีการขายเกิดขึ้นจริง การใช้เกณฑ์เงินสดจึงทำให้การจับคู่ระหว่างรายได้ และค่าใช้จ่ายนั้นไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง

เกณฑ์คงค้างนั้น กิจการต้องรับรู้รายได้ เมื่อมีการขายสินค้าหรือให้บริการแก่ลูกค้าแล้ว และต้องรับรู้ค่าใช้จ่าย เมื่อเกิดค่าใช้จ่ายนั้นขึ้นแล้ว โดยไม่คำนึงถึงว่าจะได้รับชำระค่าสินค้า หรือ จะมีการชำระเงินออกไป แล้วหรือไม่

การใช้เกณฑ์เงินสดนั้นไม่เป็นที่ยอมรับตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป สาเหตุหลักน่าจะมาจากการไม่สะท้อนผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง นอกจากนี้ การใช้เกณฑ์คงค้าง ยังทำให้โอกาสที่กิจการจะวางแผนเพื่อตกแต่งตัวเลขให้เป็นไปตามที่ตนต้องการได้นั้นลดลงด้วย

เกณฑ์ที่ใช้ในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลก็กำหนดให้ใช้เกณฑ์คงค้าง สอดคล้องกับหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป

การรับรู้รายได้ตามเกณฑ์คงค้าง เมื่อเปรียบเทียบกับการรับชำระเงินนั้น มีข้อแตกต่างด้านเวลาอยู่ ๒ ลักษณะคือ (๑) รับรู้รายได้ก่อนที่จะได้รับชำระเงิน และ (๒) รับรู้รายได้ภายหลังจากได้รับชำระเงิน

ตัวอย่าง สำหรับกรณีแรกนั้นได้แก่ กิจการขายสินค้าในวันที่ ๑๐ มกราคม กิจการบันทึกรายการขายในวันดังกล่าวทันที โดยได้รับชำระเงินค่าสินค้าในวันที่ ๒๕ มกราคม เนื่องจากกิจการให้เครดิตแก่ลูกค้า ๑๕ วัน กรณีนี้เรารับรู้รายได้ก่อนที่จะได้รับชำระเงิน

ตัวอย่าง สำหรับกรณีที่สองนั้น ได้แก่ กิจการได้รับชำระเงินค่าเช่าอาคารจากผู้เช่าก่อนล่วงหน้า ๒ เดือน (ตามเงื่อนไขในสัญญาเช่า) กิจการจึงยังไม่ได้บันทึกเป็นรายได้ค่าเช่า แม้ว่าจะได้รับเงินมาแล้ว กรณีนี้ กิจการจะบันทึกเงินที่รับมานั้นเป็น “เงินมัดจำค่าเช่า” หรือ “รายได้รับล่วงหน้าค่าเช่า” เป็นหนี้สิน หรือ ข้อผูกพันที่จะให้บริการในอนาคต จนเมื่อผู้เช่าได้ใช้สถานที่ดังกล่าวตามเงื่อนไขแล้วเรียบร้อย จึงจะบันทึกโอน รายได้รับล่วงหน้าค่าเช่านั้นมารับรู้เป็นรายได้ (จากการให้เช่าสินทรัพย์)

เช่นเดียวกัน การบันทึกค่าใช้จ่าย เมื่อเปรียบเทียบกับการชำระเงินนั้น มีข้อแตกต่างด้านเวลาอยู่ ๒ ลักษณะคือ (๓) บันทึกค่าใช้จ่ายก่อนที่จะมีการชำระเงิน และ (๔) บันทึกค่าใช้จ่ายภายหลังจากที่ได้มีการชำระเงินไปก่อนหน้าแล้ว

ตัวอย่างสำหรับกรณีที่สามนั้น ได้แก่ กรณีกิจการตั้งค่าใช้จ่ายค้างจ่ายขึ้นมา เนื่องจากตามเงื่อนไขแล้ว กิจการมีภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว แต่การชำระเงินนั้นยังไม่เกิดขึ้น เช่น การบันทึกดอกเบี้ยค้างจ่าย โดยต้องชำระดอกเบี้ยดังกล่าวพร้อมกันกับเมื่อครบกำหนดคืนเงินต้น กรณีเช่นนี้ กิจการจะบันทึกดอกเบี้ยจ่ายไว้ ทั้งที่ยังไม่มีการชำระดอกเบี้ยจริงในขณะนั้น แต่มีภาระผูกพันที่จะต้องชำระเกิดขึ้นแล้ว

ตัวอย่าง สำหรับกรณีที่สี่นั้น ได้แก่ กรณีกิจการชำระค่าเบี้ยประกันภัย โดยที่ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยครอบคลุมระยะเวลาคาบเกี่ยวกันระหว่างปี ทำให้กิจการต้องรับรู้ค่าเบี้ยประกันในปีนี้ส่วนหนึ่ง และบางส่วนตั้งยอดไว้เป็นค่าเบี้ยประกันจ่ายล่วงหน้า กรณีลักษณะนี้ กิจการชำระเงินออกไปทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่รับรู้ค่าใช้จ่ายนั้นทันที

กิจการบางอย่างอาจมีความจำเป็นต้องใช้เกณฑ์เงินสดในการรับรู้รายได้และค่าใช้จ่าย เช่น การขายผลไม้ ดอกไม้สด พืชผลทางการเกษตร การค้าขายสิ่งของเครื่องใช้เล็กๆน้อยๆ โดยเฉพาะที่ดำเนินการในรูปร้านค้าหรือบุคคลธรรมดา ในขณะที่กิจการที่อยู่ในรูปนิติบุคคลนั้น อยู่ในบังคับตามกฎหมายไทยให้ต้องจัดทำ และบันทึกรายการบัญชี ทำให้ต้องใช้เกณฑ์คงค้างเพื่อให้การรายงานผลการดำเนินงานนั้นเป็นไปตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป และสอดคล้องกับหลักเกณฑ์การเสียภาษีเงินได้

การใช้เกณฑ์คงค้างนั้นอาจมีความสลับซับซ้อน และยุ่งยากกว่าเกณฑ์เงินสด และในหลายๆกิจการอาจต้องใช้นักบัญชีที่เข้าใจแนวความคิดเรื่องเกณฑ์คงค้าง และการใช้วิจารณญาณในการประยุกต์ใช้จริง แต่อย่างไรก็ตาม การใช้เกณฑ์คงค้างนั้นโดยวิธีการแล้วเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า จะช่วยสะท้อนผลการดำเนินงานที่แท้จริงได้ชัดเจนกว่าการใช้เกณฑ์เงินสด ซึ่งอาจจะเหมาะกับการใช้จ่ายเงินส่วนตัวในกระเป๋า หรือการทำกิจการขนาดเล็กๆที่ไม่มีความซับซ้อนมากนัก
 
 
 

 

ห้องสนทนา   เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home : Fan Zone
เกมส์   Games Flash : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
รักและคิดถึง   พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : Emotion : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง   ฟังเพลงออนไลน์ : ภาพยนตร์ : VDO Clip : ซุบซิบดารา : สัมภาษณ์-เบื้องหลัง : เรื่องย่อละคร : ข่าวบันเทิง : ข่าวประจำวัน : ดวงประจำเดือน : ดวงประจำสัปดาห์ : มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้   บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน   Everyday English : New Nanny : E-Dialog with Voice : รู้จักญี่ปุ่น : ท่องแดนอาทิตย์อุทัย :พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK   Business Letter : Song of the Week : On Khao San Road : เพลินภาษาน่ารู้ : E-Diary : ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก : ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone : เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York! : Did you know? : E-Dialog : เสวนาธุรกิจ
BKK Center   Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline : BKK Design : Site Map

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................

Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961