บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา
บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา
accounting
Accounting
บัญชี
หลักการบัญชี
ความรู้ทางบัญชี
ทำบัญชีอย่างง่าย
Front Office & Back Office
เกร็ดเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีของกิจการ SMEs
การแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ใบกำกับภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า
Download ตัวอย่างงบการเงิน
งบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548
งบการเงิน บมจ. ยงไทย
หนี้สงสัยจะสูญ
วิโรจน์ เฉลิมรัตนา
๘ เม.ย. ๔๘
หนี้สูญ นั้นหมายถึง ลูกหนี้ที่เรายังไม่ได้รับเงิน และได้ติดตามทางถามจนถึงที่สุดแล้ว แต่ยังไม่ได้รับชำระ และกิจการพิจารณาแล้วเห็นว่า สมควรตัดจำหน่ายลูกหนี้นั้นออกจากบัญชี ส่วนคำว่า หนี้สงสัยจะสูญ นั้นหมายถึง ลูกหนี้ที่คาดว่าจะเรียกเก็บไม่ได้
เมื่อ
กิจการขายสินค้าหรือให้บริการ หากเรียกเก็บค่าสินค้าหรือบริการนั้นทันทีเมื่อส่งมอบสินค้า หรือเมื่อให้บริการเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นการขายเงินสด แต่หากมีเงื่อนไขทางการค้าที่ตกลงกันไว้ว่าผู้ซื้อสินค้า หรือ ผู้รับบริการ สามารถชำระเงินภายหลังจากนั้นได้ ไม่ว่าจะเป็นภายใน 30 วัน 45 วัน หรือ 60 วัน ก็ตาม เรียกว่า เป็นการขายเงินเชื่อ การขายเงินเชื่อ เท่ากับกิจการให้เครดิตกับลูกค้าของตนสามารถนำมาชำระเงินในภายหลังได้ กล่าวคือ เชื่อถือและเชื่อมั่นว่าลูกค้ารายนั้นจะชำระเงินเราในที่สุด อย่างไรก็ตาม ในสภาพความเป็นจริง อาจมีบางครั้งที่ลูกค้าที่เราคาดว่า จะชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการแก่เรา ไม่สามารถชำระเงินได้ตามที่ตกลงกันไว้ จะเกิดเป็นลูกหนี้ที่เรียกเก็บเงินไม่ได้
โดยปกติ เมื่อมีการส่งมอบสินค้าหรือ ให้บริการเสร็จสิ้นแล้ว กิจการจะบันทึกรายการขาย หรือรายได้ไว้ การบันทึกรายการขายนี้จะทำให้ตัวเลขรายได้สำหรับรายการค้าดังกล่าวเข้าไปรวมยอดในงบกำไรขาดทุน เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงาน ดังนั้นเมื่อเกิดรายการที่ขายไปแล้ว แต่เรียกเก็บเงินไม่ได้ เราจะทำอย่างไร
ในทางบัญชีมีศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อยู่ ๒ คำ ได้แก่ หนี้สูญ (Bad Debt) และ หนี้สงสัยจะสูญ (Doubtful Debt หรือ Doubtful Account) หนี้สูญ นั้นหมายถึง ลูกหนี้ที่เรายังไม่ได้รับเงิน และได้ติดตามทางถามจนถึงที่สุดแล้ว แต่ยังไม่ได้รับชำระ และกิจการพิจารณาแล้วเห็นว่า สมควรตัดจำหน่ายลูกหนี้นั้นออกจากบัญชี
ส่วนคำว่า หนี้สงสัยจะสูญ นั้นหมายถึง ลูกหนี้ที่คาดว่าจะเรียกเก็บไม่ได้
กิจการมักจะบันทึกรายการหนี้สูญเมื่อได้ดำเนินการเพื่อเรียกเก็บยอดหนี้คงค้างแล้ว แต่ก็ไม่สามารถเก็บเงินได้ การดำเนินการในขั้นสุดท้ายคือ การดำเนินการตามกฎหมาย อาจจะเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ได้รับชำระเงิน (ในหลายกรณีการดำเนินการตามกฎหมายก็ไม่สามารถทำให้ได้รับชำระเงิน) ในกรณีเช่นนี้ กิจการจำเป็นต้องตัดจำหน่ายลูกหนี้ออกจากบัญชี โดยถือว่าเป็นความสูญเสียของกิจการ จึงบันทึกเป็นค่าใช้จ่าย ที่มีชื่อว่า หนี้สูญ
การบันทึกหนี้สูญจะเกิดคู่บัญชีคือล้างลูกหนี้การค้าออกจากบัญชี (ล้างสินทรัพย์ออกจากงบดุล) และบันทึกเป็น หนี้สูญ (ค่าใช้จ่าย)
การบันทึกรายการหนี้สงสัยจะสูญ ในสถานการณ์จริงหากในรอบปีที่เราขายสินค้าได้นั้น เราอาจจะยังไม่ทราบว่า ลูกหนี้ดังกล่าวควรจะถือเป็นหนี้สูญ แล้วหรือไม่ หากแต่จากประสบการณ์ทำให้เราพอทราบว่า โอกาสที่จะได้รับชำระจากลูกหนี้รายนั้นมีน้อยเต็มที กรณีเช่นนี้ กิจการจำเป็นต้องบันทึกจำนวนเงินที่กันไว้สำหรับลูกหนี้ที่คาดว่าจะเรียกเก็บไม่ได้นั้น โดยกิจการยังไม่ได้ตัดจำหน่ายลูกหนี้นั้นออกจากบัญชี แต่ปรับมูลค่าลูกหนี้นั้นหักจากยอดลูกหนี้การค้ารายนั้น เพื่อแสดงยอดลูกหนี้ในมูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะเก็บเงินได้
การบันทึกรายการหนี้สงสัยจะสูญจะเกิดคู่บัญชี คือ หนี้สงสัยจะสูญ (ค่าใช้จ่าย) และค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (บัญชีปรับมูลค่าลูกหนี้การค้า) ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเรียกว่า Allowance for doubtful debt
การประมาณยอดและบันทึกหนี้สงสัยจะสูญไว้ในบัญชี ในอีกมุมหนึ่ง คือ การพยายามจับคู่ว่า รายการขายในรอบบัญชีใด หากไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ ก็ควรบันทึก รายการปรับมูลค่าในงวดนั้นๆ จึงจำเป็นต้องใช้ประสบการณ์ในการประมาณการว่าควรตั้งยอด หนี้สงสัยจะสูญ ไว้เป็นจำนวนเงินเท่าใด
ในทางปฏิบัติ การตั้งหนี้สงสัยจะสูญ จึงทำกันใน ๒ รูปแบบ คือ ตั้งแบบเฉพาะเจาะจง (Specific Reserve) หรือ ตั้งแบบทั่วไป (General Reserve)
การตั้งหนี้สงสัยจะสูญแบบเฉพาะเจาะจง กิจการอาจนำรายงานวิเคราะห์อายุลูกหนี้มาเป็นฐานในการตั้งหนี้สงสัยจะสูญ เช่น ตั้งหนี้สงสัยจะสูญ จากลูกหนี้ที่ค้างนานเกินกว่า 120 วันทั้งจำนวน หรือ ตั้งหนี้สงสัยจะสูญ จำนวนเงิน เท่ากับร้อยละ 80 ของลูกหนี้ที่ค้างนานเกินกว่า 90 วัน เป็นต้น
การตั้งหนี้สงสัยจะสูญแบบทั่วไป อาจประมาณจากร้อยละของยอดขายรวม ร้อยละของยอดขายเชื่อ ร้อยละของยอดลูกหนี้ทั้งหมด หรือ ร้อยละของยอดลูกหนี้ค้างชำระ กิจการจะเลือกใช้วิธีใด ก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของวิธีการประมาณ และประสบการณ์การเรียกเก็บหนี้ของกิจการ ว่าวิธีใดจะทำให้การประมาณการตัวเลขสอดคล้องกับรายการของกิจการมากที่สุด
การตั้งหนี้สงสัยจะสูญอาจตั้งทั้งแบบเฉพาะเจาะจง ผสมกับ การตั้งแบบทั่วไป คู่กันไป
หนี้สูญ และหนี้สงสัยจะสูญนั้น ถือเป็นค่าใช้จ่ายในทางบัญชี แต่ต้องปรับปรุงตัวเลขในทางภาษีเงินได้นิติบุคคล เนื่องจากหลักเกณฑ์ ในการบันทึกหนี้สูญ และหนี้สงสัยจะสูญเป็นค่าใช้จ่ายในทางภาษีนั้น มีเงื่อนไขและรายละเอียด เช่น ต้องมีการหลักฐานการทวงถามอย่างชัดแจ้งแต่ไม่ได้รับชำระ ในบางกรณีต้องมีการฟ้องร้องและศาลมีคำสั่งรับคำฟ้อง เป็นต้น ซึ่งจะไม่กล่าวในที่นี้ แต่ผู้อ่านสามารถหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ในประมวลรัษฎากร มาตรา ๖๕ ทวิ (๙) และกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๘๖ (พ.ศ.๒๕๓๔) ว่าด้วยการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้
มีประเด็นสำคัญที่กิจการมักมองข้ามไปอีกประเด็นหนึ่ง ก็คือ ในบางครั้ง แม้ว่าการมีนโยบายการบัญชีในการประมาณหนี้สงสัยจะสูญ หรือ ตัดบัญชีลูกหนี้เป็นหนี้สูญ จะเป็นสิ่งซึ่งกิจการพึงพิจารณาและทำเป็นประจำเพื่อให้งบการเงินแสดงมูลค่าของลูกหนี้ที่เราสามารถเรียกเก็บได้จริงก็ตาม แต่เคยมีกรณีเกิดขึ้นว่า พนักงานเก็บเงินที่มีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับลูกค้า (น่าจะบอกว่าเจ้าหน้าที่ของลูกค้ามากกว่า) อาจทำข้อตกลงกันเองโดยบริษัทลูกหนี้ชำระค่าสินค้าแก่กิจการในรูปเงินสด แต่พนักงานเก็บเงินไม่นำเข้ามาชำระจริง แล้วเสนอให้ฝ่ายบริหารพิจารณาตัดเป็นหนี้สูญ ในกรณีเช่นนี้ การส่งหนังสือยืนยันยอดลูกหนี้จากฝ่ายบัญชีเพื่อยืนยันยอดระหว่างกัน จะสามารถทำให้ตรวจพบการทุจริตดังกล่าวได้ นอกจากนี้ การมีข้อตกลงการชำระเงินกันโดยใช้เช็คขีดคร่อมและระบุผู้รับเงิน ก็เป็นวิธีการป้องกันที่ดีที่สุด
นอกจากนี้การให้ความใส่ใจต่อการจัดทำรายงานการวิเคราะห์อายุลูกหนี้ ก็เป็นข้อมูลที่จะช่วยให้มองเห็นสถานะของลูกหนี้ และช่วยให้ฝ่ายบริหารสามารถติดตามยอดลูกหนี้ที่ค้างนานว่า แท้ที่จริงเกิดขึ้นเนื่องจากสาเหตุใดได้เป็นอย่างดี
การมีหนี้สูญ และหนี้สงสัยจะสูญ แม้จะเป็นเรื่องที่บางครั้งยากจะหลีกเลี่ยงที่จะไม่ให้เกิดขึ้น หากแต่การใช้รายงานการวิเคราะห์อายุลูกหนี้ก็ถือเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่จะช่วยส่งสัญญาณเตือนให้ทราบว่าควรชะลอการขายสำหรับลูกค้ารายนั้น หรือ หาสาเหตุการค้างชำระเป็นเวลานานสำหรับลูกหนี้รายนั้นๆได้ ก็สามารถช่วยลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นได้
ห้องสนทนา
เม้าท์ระเบิด
:
โลกกับธรรม
:
English Corner
:
ข่าวประชาสัมพันธ์
:
BKK Blog
:
Work at Home
:
Fan Zone
เกมส์
Games Flash
:
Jigsaw
:
Hang Man
:
Tetris
:
Slider
:
จับคู่
รักและคิดถึง
พบเพื่อนใหม่
:
E-Cards
:
Emotion
:
กลอนแทนใจ
:
ศาลาพักใจ
:
เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง
ฟังเพลงออนไลน์
:
ภาพยนตร์
:
VDO Clip
:
ซุบซิบดารา
:
สัมภาษณ์-เบื้องหลัง
:
เรื่องย่อละคร
:
ข่าวบันเทิง
:
ข่าวประจำวัน
:
ดวงประจำเดือน
:
ดวงประจำสัปดาห์
:
มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้
บัญชีทีเบรค
:
กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน
Everyday English
:
New Nanny
:
E-Dialog with Voice
:
รู้จักญี่ปุ่น
:
ท่องแดนอาทิตย์อุทัย
:
พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK
Business Letter
:
Song of the Week
:
On Khao San Road
:
เพลินภาษาน่ารู้
:
E-Diary
:
ศัพท์ทันโลก
:
สืบสายนิยายดัง
:
Alphabetize
:
SEX
:
วัยรุ่น วัยดึก
:
นางาซากิ
:
นานานก
:
ชีวิตหลากสี
:
ยายวันวาน
:
พาชิมริมครัว
:
IT Audit
:
Chic & Trendy
:
Indy Zone
:
เกร็ดความรู้ไอที
:
Star Corner
:
New York! New York!
:
Did you know?
:
E-Dialog
:
เสวนาธุรกิจ
BKK Center
Hot Links
:
เบอร์โทรศัพท์ฉับไว
:
About us
:
ติดต่อ BKKonline
:
BKK Design
:
Site Map
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................
Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961