บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา
บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา
accounting
Accounting
บัญชี
หลักการบัญชี
ความรู้ทางบัญชี
ทำบัญชีอย่างง่าย
Front Office & Back Office
เกร็ดเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีของกิจการ SMEs
การแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ใบกำกับภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า
Download ตัวอย่างงบการเงิน
งบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548
งบการเงิน บมจ. ยงไทย
เช่าซื้อ หรือ เช่าใช้
วิโรจน์ เฉลิมรัตนา
๓ ก.พ. ๔๘
กรณีสัญญาเช่าดำเนินงานไม่มีประเด็นใดนอกจากบันทึกเงินงวดเป็นค่าเช่า แต่ในกรณีสัญญาเช่าทางการเงินมีรายละเอียดเพิ่มเติมคือ ต้องแยกยอดภาระที่ต้องชำระในเจ้าหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ ออกเป็นส่วนของ เงินต้น และ ดอกเบี้ย โดยต้องหาอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง มาคำนวณเพื่อแยกทั้งสองส่วนนี้ออกจากกัน
สัญญาเช่าซื้อนั้นมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ (1) สัญญาเช่าดำเนินงาน (Operating Lease) และ (2) สัญญาเช่าทางการเงิน (Financial Lease) สัญญาเช่าดำเนินงานบริษัทผู้เช่าจะถือว่าเงินที่จ่ายออกไปทุกเดือนนั้นเป็น ค่าเช่า และกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์นั้นไม่ได้เป็นของผู้เช่า แม้จนหมดอายุในสัญญาบริษัทผู้เช่าก็ไม่ได้มีเจตนาจะซื้อหรือโอนสินทรัพย์นั้นมาเป็นสมบัติของตน ส่วนสัญญาเช่าทางการเงินผู้เช่าจะบันทึกสินทรัพย์ที่เช่าเป็น สินทรัพย์ ของบริษัท และนำมาคำนวณค่าเสื่อมราคา ตั้งแต่เริ่มต้นตามสัญญา
สัญญาเช่าทางการเงิน เรียกกันว่าเป็นการ เช่าซื้อ ส่วนสัญญาเช่าดำเนินงาน เรียกให้เข้าใจง่ายว่า เช่าใช้ กล่าวคือ สัญญาเช่าทางการเงิน ผู้เช่าซื้อตั้งใจจะซื้อสินทรัพย์ แต่ทยอยจ่ายเป็นงวดๆ ส่วนสัญญาเช่าดำเนินงาน ผู้เช่าตั้งใจเช่ามาใช้งาน เมื่อหมดอายุสัญญาก็อาจต่อสัญญา เปลี่ยนสัญญาเป็นการเช่าสินทรัพย์ตัวเดิมหรือตัวใหม่ หรือเลิกสัญญากันไปเลย
ในสัญญาเช่าซื้อบ้านเรา มักมีการเรียกชื่อสัญญาไม่ตรงกับเนื้อหาที่แท้จริง ทำให้เกิดความสับสนในการบันทึกทางบัญชี ดังนั้น วิธีพิจารณาง่ายๆก็คือ พิจารณาเนื้อหาที่แท้จริงในสัญญา โดยปกติหากสัญญาเช่าซื้อ (หรือไม่ว่าจะเรียกชื่อว่าสัญญาอะไรก็ตาม) มีเงื่อนไขว่า ผู้เช่าซื้อสามารถซื้อสินทรัพย์นั้นได้ในราคาต่ำ (โดยเฉพาะต่ำกว่าราคาตลาด หรือ ราคาที่สามารถซื้อหามาได้จริงแล้ว) แปลความหมาย หรือตีความได้เลยครับว่า เจตนาของสัญญานั้นต้องการให้ผู้เช่าซื้อนั้น ซื้อสินทรัพย์ไปภายหลังจากชำระค่างวดครบตามสัญญาแล้ว (เช่น 36 เดือน หรือ 48 เดือน เป็นต้น) ดังนั้น กรณีเช่นนี้ ถือว่าบริษัทต้องบันทึกสินทรัพย์ที่เช่าซื้อนั้น เป็นสินทรัพย์ของบริษัทตั้งแต่ต้น และสามารถนำมาคำนวณค่าเสื่อมราคา แต่หากบริษัทผู้เช่าสามารถเปลี่ยนสินทรัพย์ที่เช่าซื้อหากสินทรัพย์ดังกล่าวไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน เช่น กรณีสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ เราสามารถเปลี่ยนรถยนต์เป็นคันอื่นในรุ่นใกล้เคียงกัน ในช่วงที่รถคันเดิมที่ใช้นั้นมีปัญหาเสียหาย หรือ ใช้งานไม่ได้ เป็นต้น กรณีเช่นนี้ เราถือว่าเป็นสัญญาเช่าดำเนินงาน เงินงวดที่จ่ายออกไปนั้นต้องถือเป็น ค่าเช่า ของบริษัท
การบันทึกบัญชีสำหรับสัญญาเช่าทั้งสองชนิดนี้นั้น จะบันทึกแตกต่างกัน ดังนั้นแม้เราพบว่าบริษัทผู้ให้เช่านั้นเรียกสัญญาที่ทำกับเราว่าเป็นสัญญาเช่าซื้อ สัญญาลิสซิ่ง หรือ สัญญาผ่อนชำระสุดแท้แต่ ในทางปฏิบัติจึงต้องพิจารณาในเบื้องต้นก่อนว่า เงื่อนไขในสัญญานั้นเข้าข่ายเป็นสัญญาเช่าดำเนินการ หรือ สัญญาเช่าทางการเงิน
การบันทึกบัญชีของสัญญาเช่าทางการเงิน จึงต้องประยุกต์การบัญชีเกี่ยวกับการเช่าซื้อ มาใช้ โดยมีประเด็นสำคัญอยู่ 2 ประเด็น คือ
ประเด็นแรก
เนื้อหาทางเศรษฐกิจของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่สอดคล้องกับรูปแบบทางกฎหมาย และ
ประเด็นที่สอง
การแบ่งสรรดอกผลเช่าซื้อเป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละงวด กล่าวคือ การเช่าซื้อนั้นกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ยังคงเป็นของผู้ให้เช่าซื้อ แต่ผู้เช่าซื้อได้ครอบครองและใช้งานสินทรัพย์นั้นตั้งแต่เริ่มต้นสัญญา ทำให้ทางบัญชีต้องบันทึกเป็น สินทรัพย์ของผู้เช่าซื้อ ทั้งๆที่ยังไม่ได้รับการโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของตน ในส่วนของประเด็นที่สองนั้น เงินงวดที่ผู้เช่าซื้อชำระออกไปทุกงวดนั้น จะต้องแบ่งสรรออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นการตัดยอดเงินต้นของหนี้สินที่เกิดจากการเช่าซื้อ ส่วนที่สองเป็นการชำระดอกเบี้ย ซึ่งจะถือเป็นค่าใช้จ่าย
วิธีการบันทึกบัญชีสำหรับการ เช่าซื้อ และ เช่าใช้ นั้นสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้
สัญญาเช่าทางการเงิน
สัญญาเช่าดำเนินงาน
รูปแบบค่าใช้จ่าย
ดอกเบี้ยจ่าย
ค่าเช่า
ค่าเสื่อมราคา
งบดุล
สินทรัพย์
ไม่มีรายการ
สินทรัพย์ถาวร
หัก ค่าเสื่อมราคาสะสม
(แสดงในยอดสินทรัพย์ถาวร สุทธิที่เรียกว่า Net Book Value)
หนี้สิน
ไม่มีรายการ
เจ้าหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ
หัก ดอกเบี้ย (ดอกผล) เช่าซื้อรอตัดบัญชี
กรณีสัญญาเช่าดำเนินงานไม่มีประเด็นใดนอกจากบันทึกเงินงวดเป็นค่าเช่า แต่ในกรณีสัญญาเช่าทางการเงินมีรายละเอียดเพิ่มเติมคือ ต้องแยกยอดภาระที่ต้องชำระในเจ้าหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ ออกเป็นส่วนของ เงินต้น และ ดอกเบี้ย โดยต้องหาอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง มาคำนวณเพื่อแยกทั้งสองส่วนนี้ออกจากกัน ในทางปฏิบัติอาจยุ่งยาก และบริษัทผู้ให้เช่าซื้ออาจไม่ยอมบอกอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงแก่ผู้เช่าซื้อ ด้วยวัตถุประสงค์ในแง่การตลาดเพราะต้องการบอกให้ทราบว่า ผู้ให้เช่าซื้อคิดดอกเบี้ยในอัตราคงที่ ซึ่งต่ำกว่าอัตราที่เขาแฝงไว้ในเงินงวด ในบางกรณีที่มีสินทรัพย์ที่ได้มาด้วยวิธีเช่าซื้อจำนวนน้อย อาจอนุโลมใช้อัตราที่เป็น Flat Rate นั้นแทนได้
เมื่อทราบยอดของเงินต้นและดอกเบี้ยแล้ว ก็ต้องแยกส่วนของดอกเบี้ยบันทึกไว้เป็น ดอกเบี้ยตามสัญญาเช่าซื้อรอตัดบัญชี ในด้านสินทรัพย์ในงบดุล
เมื่อมีการชำระเงินงวดออกไปแต่ละเดือน ก็ต้องบันทึกบัญชีตัดยอด เจ้าหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ ออกเท่ากับยอดที่นำไปตัดออกจากเงินต้นในงวดนั้นๆ อีกส่วนหนึ่งนำไปตัดออกจาก ดอกเบี้ยตามสัญญาเช่าซื้อรอตัดบัญชี ซึ่งตามมาตรฐานการบัญชีต้องแยก 2 ส่วนนี้ออกด้วยการคำนวณตามตาราง Annuity หรือใช้วิธีผลรวมจำนวนตัวเลขหรือ Sum of the digits เพื่อสะท้อนให้ตัวเลขเงินงวดที่จ่ายนั้นตัดเงินต้นน้อยๆ พร้อมๆกับเป็นการชำระดอกเบี้ยมากๆ ในช่วงแรก และตัดเงินต้นมากขึ้นพร้อมๆกับเป็นการชำระดอกเบี้ยที่น้อยลงในช่วงหลัง (แบบเดียวกับการคิดดอกเบี้ยเวลาผ่อนบ้าน)
ในแง่กิจการที่จัดตั้งเป็นรูปแบบบริษัท การได้สินทรัพย์มาไม่ว่าจะในรูปสัญญาเช่าทางการเงิน หรือ สัญญาเช่าดำเนินงาน จึงมีผลกระทบต่องบการเงินแตกต่างกัน รวมถึงจำนวนเงินค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาหักออกจากรายได้ ที่มีผลต่อกำไรสุทธิของกิจการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลอีกด้วย
ห้องสนทนา
เม้าท์ระเบิด
:
โลกกับธรรม
:
English Corner
:
ข่าวประชาสัมพันธ์
:
BKK Blog
:
Work at Home
:
Fan Zone
เกมส์
Games Flash
:
Jigsaw
:
Hang Man
:
Tetris
:
Slider
:
จับคู่
รักและคิดถึง
พบเพื่อนใหม่
:
E-Cards
:
Emotion
:
กลอนแทนใจ
:
ศาลาพักใจ
:
เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง
ฟังเพลงออนไลน์
:
ภาพยนตร์
:
VDO Clip
:
ซุบซิบดารา
:
สัมภาษณ์-เบื้องหลัง
:
เรื่องย่อละคร
:
ข่าวบันเทิง
:
ข่าวประจำวัน
:
ดวงประจำเดือน
:
ดวงประจำสัปดาห์
:
มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้
บัญชีทีเบรค
:
กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน
Everyday English
:
New Nanny
:
E-Dialog with Voice
:
รู้จักญี่ปุ่น
:
ท่องแดนอาทิตย์อุทัย
:
พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK
Business Letter
:
Song of the Week
:
On Khao San Road
:
เพลินภาษาน่ารู้
:
E-Diary
:
ศัพท์ทันโลก
:
สืบสายนิยายดัง
:
Alphabetize
:
SEX
:
วัยรุ่น วัยดึก
:
นางาซากิ
:
นานานก
:
ชีวิตหลากสี
:
ยายวันวาน
:
พาชิมริมครัว
:
IT Audit
:
Chic & Trendy
:
Indy Zone
:
เกร็ดความรู้ไอที
:
Star Corner
:
New York! New York!
:
Did you know?
:
E-Dialog
:
เสวนาธุรกิจ
BKK Center
Hot Links
:
เบอร์โทรศัพท์ฉับไว
:
About us
:
ติดต่อ BKKonline
:
BKK Design
:
Site Map
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................
Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961