 |
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
|
 |
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า |
| |

|
|
|
บัญชีครัวเรือน |
วิโรจน์ เฉลิมรัตนา |
| |
๓๐ ก.ย. ๔๘ |
|
| |
แต่ก่อนนี้
มีเงินเท่าไหร่ ลงขวดหมด พอเริ่มจดบัญชี ก็เลิกเหล้า
แล้วเมียผม ก็ซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า พอเริ่มจดบัญชี ก็เลิก
แต่ก่อนนี้ ใช้แต่ปุ๋ยเคมี พอเริ่มจด ก็ใช้ปุ๋ยชีวภาพ ดนตรี
เพราะทำบัญชี ผมก็เลยเห็นว่า มีรายรับเท่าไหร่ จะตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือยตรงไหน
เลยมีเงินเหลือเก็บ เชื่อผมเถอะ จดแล้วไม่จน |
|
| |
.....ธ.ก.ส.สนับสนุนการทำบัญชีครัวเรือน |
|
| |
- ผมได้ดู และได้ฟังโฆษณาชิ้นนี้จากโทรทัศน์
และวิทยุ น่าสนใจว่า การจดบัญชี สามารถทำให้คนเราเลิกพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ดีหลายๆอย่างได้จริงหรือไม่
ทำให้คนซึ่งเคยดื่มเหล้าเป็นประจำ เลิกได้จริงหรือ? ทำให้คนซึ่งชอบซื้อของทั้งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
และไม่จำเป็นต้องใช้เลย คิดก่อนซื้อได้ ทำให้ความมักง่ายในการใช้ปุ๋ยที่ทำจากสารเคมี
และมีผลเสียต่อสภาพดิน หันกลับมาใช้ปุ๋ยที่ได้จากกระบวนการตามธรรมชาติได้
- แต่อย่างน้อยที่สุด การจดบัญชี น่าจะช่วยให้เราทราบว่า เรามีรายได้มากน้อยแค่ไหน
เราสามารถลดค่าใช้จ่ายรายการใดออกไปได้บ้าง การจดบัญชี น่าจะทำให้เราสร้างสมดุลระหว่างรายได้
และค่าใช้จ่าย ให้เหมาะสมแก่ฐานะการเงินเฉพาะตัวได้ดีพอสมควร และก็น่าจะพอเชื่อคนพูดที่ว่า
เชื่อผมเถอะ จดแล้วไม่จน ได้พอสมควร
- อย่างไรก็ตาม ปัญหาก็คือ การทำบัญชีครัวเรือน นั้น แท้ที่จริงแล้ว
ทำอย่างไร ต่างหรือเหมือนกับการทำบัญชีของกิจการ ห้างร้าน บริษัท
หรือไม่ ประการใด
- ถ้าผมจะลองไล่เรียงออกมาเป็นประเด็นที่ควรคำนึงถึงในการจัดทำบัญชีครัวเรือน
เจ้าของโครงการรณรงค์ การทำบัญชีครัวเรือน หรือ ผู้ออกสตางค์ในการโฆษณาดังกล่าวคงจะไม่ว่ากระไร
- บัญชีครัวเรือน น่าจะเป็นการจัดทำบัญชีแบบที่ง่ายที่สุด ซึ่งใครที่ไม่เคยมีความรู้เรื่อง
การบัญชี มาก่อน ก็น่าจะลองทำเองได้ หลักง่ายๆ คือ แยกรายการออกเป็น
รายรับ และ รายจ่าย
- รายรับ ก็ได้แก่ เงินเดือน ค่าจ้าง ผลตอบแทน ที่ได้จากการทำงานให้
เงินที่ได้จากการขายสินค้า หรือ ทรัพย์สิน เป็นต้น
- รายจ่าย ได้แก่ ค่าใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าสำหรับใช้ในการอุปโภค
บริโภค ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ค่าซ่อมแซม ค่าอุปกรณ์เครื่องใช้
เครื่องไม้เครื่องมือ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเช่า เป็นต้น
เวลาจัดทำบัญชีครัวเรือน มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
| (๑) |
แยกประเภทของรายได้ และค่าใช้จ่าย แต่ละประเภทออกมา
อาจใช้สมุดบัญชีที่มีขายตามร้านทั่วไป หรือหาสมุดมาตีเส้น
แบ่งออกเป็นแถวในแนวตั้งและแนวนอน เพื่อจดรายการ |
| (๒) |
กำหนดรหัสประเภทของรายได้ และ ค่าใช้จ่าย เพื่อใช้สรุปประเภทของค่าใช้จ่าย |
| (๓) |
เริ่มจากยอดเงินสดยกมา หรือ เงินทุนตั้งต้น แล้ว บวก ด้วยรายได้
หัก ด้วยค่าใช้จ่าย และแสดงยอดคงเหลือไว้ |
| (๔) |
นำรายการที่เป็นบัญชีประเภทเดียวกัน รวมยอดเข้าด้วยกัน
แล้ว แยกไปสรุปไว้ต่างหาก โดยสรุปยอดตามแต่ต้องการ เช่น เป็นรายวัน
รายสัปดาห์ รายปักษ์ หรือรายเดือน เป็นต้น |
ดูตัวอย่างดีกว่าครับ
ขั้นตอนที่ ๑ ถึง ๓ จะได้บัญชีหน้าตาดังนี้

- เมื่อสิ้นวัน สิ้นสัปดาห์ ครบสิบห้าวัน หรือ สิ้นเดือน ก็สรุปยอดโดยนำประเภทบัญชีเดียวกันมารวมยอดกัน
และสรุปออกมาเป็นรายได้รวม และค่าใช้จ่ายรวม อาจเรียกรายการสรุปนี้ว่า
งบรายได้ค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นผลจากการทำตามขั้นตอนที่ ๔ ดังนี้
- ตามตัวอย่าง ในรอบบัญชีดังกล่าว เรามีรายได้มากกว่าค่าใช้จ่าย
1,640 บาท เนื่องจาก มีรายได้ 4,500 บาท และมีค่าใช้จ่ายรวม 2,860
บาท ยอด 1,640 บาท นี้เมื่อนำไปรวมกับยอดเงินตั้งต้น จะได้ 11,640
บาท สองยอดนี้ต้องตรงกัน เป็นอันเสร็จพิธี
- การที่จะแจกแจงบัญชีให้มีข้อมูลประกอบแก่เรามากน้อย
ก็ขึ้นอยู่กับกิจกรรม และรายละเอียดที่เราต้องการทราบ เช่น ค่าใช้จ่ายเราอาจจะแยกออกเป็น
ต้นทุนขาย ซึ่งเป็นรายการที่เป็นต้นทุนทางตรงของเรา แยกต่างหากจาก
ค่าใช้จ่ายทั่วไป ซึ่งบางครั้งเรียกว่า ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
ก็ย่อมทำได้
- หากมองภาพเปรียบเทียบกับการทำบัญชีของกิจการ ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท
นั้น ความจริงแล้วก็มีพื้นฐานความคิดแบบเดียวกันกับ บัญชีครัวเรือน
แต่ข้อแตกต่างพื้นฐานที่สำคัญคือ บัญชีครัวเรือน จะจัดทำด้วย เกณฑ์เงินสด
ส่วนระบบการทำบัญชีตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป ซึ่งประยุกต์ใช้กับกิจการนั้น
ไม่ใช้เกณฑ์เงินสด แต่จะใช้เกณฑ์ที่เรียกกันว่า เกณฑ์คงค้าง หรือเรียกอีกอย่างว่า
เกณฑ์สิทธิ (Accrual Basis) ดังที่เคยกล่าวไว้ในเรื่อง แม่บทการบัญชี
นอกจากนี้ยังมีเกณฑ์อื่นๆที่แตกต่างกันในรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมาย
ซึ่งต่างกันด้วยสาเหตุที่กิจกรรมในการดำเนินธุรกิจ กับ รายรับรายจ่าย
ของครัวเรือน มีความซับซ้อนแตกต่างกัน อีกทั้งตัววัดค่า เพื่อประเมินผลการดำเนินงานนั้น
ก็ต้องพยายามลดข้อจำกัดหลายๆอย่างลง ทำให้ต้องเพิ่มเงื่อนไขในการจัดทำบัญชี
เพื่อให้บัญชีที่จัดทำสะท้อนผลได้ดีที่สุดนั่นเอง
-
|
|
|