บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา


 
ทำบัญชีอย่างง่าย
Front Office & Back Office
เกร็ดเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีของกิจการ SMEs
การแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ใบกำกับภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
 
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า
 


Download ตัวอย่างงบการเงิน

  งบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548
  งบการเงิน บมจ. ยงไทย
 

   
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย วิโรจน์ เฉลิมรัตนา
  ๓๐ พ.ย.๔๙ viroj@vas.co.th

“หากลองไล่ประเภทของ “เงินได้” ที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย คร่าวๆ กล่าวโดยสรุปได้ว่า การซื้อสินค้านั้น ไม่เข้าข่าย ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ส่วน “ค่าบริการ” ต่างๆ ที่มักเรียกกันในทางภาษีอากร ว่า “ค่าจ้างทำของ” รวมทั้งค่าวิชาชีพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าวิชาชีพทางการบัญชี การสอบบัญชี ค่าวิชาชีพทางกฎหมาย ค่าออกแบบ เป็นต้น กลุ่มนี้จะต้องหัก ภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ ๓”


ภาษีหัก ณ ที่จ่าย นั้น กฎหมายกำหนดให้ผู้จ่ายเงิน (ในกรณีที่กำหนดไว้) ทำหน้าที่หักเงินจากยอดที่ตนต้องจ่ายให้แก่ผู้รับเงิน แล้วนำเงินนั้นส่งแก่รัฐบาล เงินที่ได้หักและนำส่งดังกล่าวถือเป็นเครดิตในการเสียภาษีเงินได้ของผู้รับเงินเมื่อถึงกำหนดเวลายื่นรายการเสียภาษี ถ้ากรณีใดไม่มีกฎหมายกำหนดให้หักภาษี ผู้จ่ายเงินได้ก็ไม่ต้องหักภาษีไว้

ประเภทของเงินได้ที่ต้องหัก ภาษี ณ ที่จ่ายไว้นั้น มีรายละเอียดค่อนข้างมาก แต่หากอธิบายโดยมองในแง่ของผู้จ่ายเงิน ซึ่งมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว แบบแสดงรายการเพื่อนำส่งภาษี หัก ณ ที่จ่าย ดังกล่าว หลักๆแล้วมีอยู่เพียง ๓ แบบ ได้แก่ แบบ ภ.ง.ด.๑, ๓ และ ๕๓

แบบ ภ.ง.ด. ๑ ใช้สำหรับหัก ภาษี ณ ที่จ่าย ประเภท เงินเดือน จากพนักงานของกิจการ การจัดทำตัวเลขในการจ่ายเงินเดือนแก่พนักงานในทุกๆเดือนนั้น ก็ต้องคำนวณยอดเงินไว้ โดยปกติ เงินเดือนพนักงานจะถูกหักด้วย “ภาษี” และ “เงินประกันสังคม” บางบริษัทอาจมียอด “เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” หากบริษัทมีสวัสดิการด้านนี้ให้แก่พนักงานเป็นการเพิ่มเติม (ซึ่งจะไม่กล่าวถึงในที่นี้)

จำนวนเงิน “ภาษี” ที่ว่านี้ จะถูกรวบรวมจากพนักงานแต่ละคน มากบ้าง น้อยบ้าง และนำส่งกรมสรรพากร ภายในวันที่ ๗ ของเดือนถัดไป โดยใช้แบบ ภ.ง.ด. ๑ ซึ่งประกอบด้วย ใบนำส่งที่สรุปยอดเงินภาษีทั้งสิ้นที่ต้องนำส่ง พร้อมแนบด้วยรายละเอียดของเงินเดือน และภาษีที่หักไว้ สำหรับพนักงานแต่ละคน

แบบ ภ.ง.ด.๑ พร้อมใบแนบนี้ จึงเป็นเอกสารที่ต้องจัดเตรียม และเก็บรักษาโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล หรือ ฝ่ายบัญชี โดยต้องถือปฏิบัติเป็น “ความลับ” เพราะมีข้อมูลอันเกี่ยวกับ “บุคคล” อยู่ด้วย ที่เรียกว่าข้อมูลที่มีลักษณะ “Private & Confidential”

เดบิต เงินเดือน 500,000 บาท  
  ค่าล่วงเวลา 12,000 บาท  
  เงินประกันสังคม (ค่าใช้จ่าย) 15,000 บาท (๓)  
  เดรดิต เงินฝากธนาคาร   487,000 บาท
  ภาษี หัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย (ภ.ง.ด.๑)   10,000 บาท (๑)
  เงินประกันสังคมค้างจ่าย   30,000 บาท(๒)

(๑) ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10,000 บาท ที่ว่านี้ คำนวณจากพนักงานแต่ละคนรวมกันทั้งบริษัท

(๒) ส่วนเงินประกันสังคม คำนวณจากฐานของเงินเดือน (ไม่รวมค่าล่วงเวลา) ในอัตราร้อยละ ๕ จากเงินเดือนที่จ่ายจริง หรือไม่เกินฐานของ 15,000 บาท เช่น หากเงินเดือน 25,000 บาท ก็จะคำนวณร้อยละ ๕ จากยอด 15,000 บาท

ในตัวอย่างนี้ เงินประกันสังคมที่หักจากพนักงานทุกคน รวมต้องนำส่ง 15,000 บาท หากแต่ตามกฎหมายประกันสังคม กำหนดให้บริษัทต้องสมทบในจำนวนเท่ากัน คืออีก 15,000 บาท รวมต้องนำส่ง 30,000 บาท

(๓) ขั้นตอนการบันทึกบัญชีต้องบันทึก “เงินประกันสังคม” (ส่วนที่บริษัทสมทบ) เป็นค่าใช้จ่ายไว้ 15,000 บาท

เมื่อชำระภาษี หัก ณ ที่จ่าย (ภายในวันที่ ๗ ของเดือนถัดไป)

เดบิต ภาษี หัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย (ภ.ง.ด.๑) 10,000 บาท  
  เครดิต เงินสด/เงินฝากธนาคาร   10,000 บาท


เมื่อชำระเงินประกันสังคม (ภายใน ๑๕ วัน แต่ขยายเป็นภายในเดือนถัดไป)

เดบิต เงินประกันสังคมค้างจ่าย 30,000 บาท  
  เครดิต เงินสด/เงินฝากธนาคาร   30,000 บาท

แบบ ภ.ง.ด. ๓ และ ๕๓ นั้น ใช้สำหรับนำส่งภาษี หัก ณ ที่จ่าย สำหรับเงินได้ประเภทต่างๆ ในลักษณะเดียวกัน ต่างกันที่ ผู้ถูกหัก ภาษี ณ ที่จ่าย หากเป็นบุคคลธรรมดา บริษัทจะหักภาษีโดยนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด. ๓ ในขณะที่ หากผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นนิติบุคคล (เช่น บริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด กิจการร่วมค้า เป็นต้น) บริษัทจะหักภาษีโดยนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด. ๕๓

ในแบบแสดงรายการก็มีลักษณะเดียวกับแบบ ภ.ง.ด. ๑ กล่าวคือ จะมีใบสรุปยอด และใบแนบซึ่งกรอกรายการของผู้ที่ถูกหัก ภาษี ณ ที่จ่ายไว้เป็นรายบุคคล หรือ รายนิติบุคคล โดยแบบ ภ.ง.ด. ๓ และ ๕๓ มีกำหนดนำส่งภายในวันที่ ๗ ของเดือนถัดไป เช่นเดียวกัน

การบันทึกรายการบัญชี
เมื่อจ่ายเงินค่าบริการ (ประเภทที่ต้องหัก ภาษี ณ ที่จ่ายไว้)

เดบิต ค่าบริการ 20,000 บาท  
  เครดิต ภาษี หัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย (ภ.ง.ด.๓ หรือ ๕๓)   600 บาท (๔)
           เงินสด/เงินฝากธนาคาร   19,400 บาท

เมื่อชำระภาษี หัก ณ ที่จ่าย (ภายในวันที่ ๗ ของเดือนถัดไป)
เดบิต

เดบิต ภาษี หัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย (ภ.ง.ด.๓ หรือ ๕๓) 600 บาท  
  เครดิต เงินสด/เงินฝากธนาคาร   600 บาท


(๔) กรณีตามตัวอย่าง เป็นค่าบริการที่กำหนดให้หัก ภาษี ณ ที่จ่ายไว้ ร้อยละ ๓ (คือ 20,000 บาท คูณร้อยละ ๓ เท่ากับ 600 บาท)

ในทางปฏิบัติ จะซับซ้อนขึ้นอีกเล็กน้อย เนื่องจาก “ค่าบริการ” โดยทั่วไปกำหนดให้ต้องคำนวณ “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” บวกเข้าไปในค่าบริการด้วย ทำให้มักเกิดปัญหา “คำนวณเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายไว้ไม่ถูกต้อง” ให้เห็นอยู่เสมอ

ตามตัวอย่างเดิม หากบริษัทจ่าย “ค่าบริการ” ที่รวม “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” ร้อยละ ๗ จะคำนวณ และบันทึกบัญชีดังต่อไปนี้

เมื่อจ่ายเงินค่าบริการ (ประเภทที่ต้องหัก ภาษี ณ ที่จ่ายไว้)

เดบิต ค่าบริการ 20,000 บาท  
  ภาษีซื้อ 1,400 บาท  
  เครดิต ภาษี หัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย (ภ.ง.ด.๓ หรือ ๕๓)   600 บาท
  เงินสด/เงินฝากธนาคาร   20,800 บาท (๕)


(๕)ในกรณีนี้ “ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ยังคงคำนวณจากฐานของค่าบริการ 20,000 บาท เหมือนเดิม หากแต่จำนวนเงินที่ต้องจ่ายให้แก่ผู้ให้บริการนั้น จะรวมภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าไปอีก 1,400 บาท (ร้อยละ ๗ ของ 20,000 บาท) ทำให้จำนวนเงินที่ต้องจ่ายแก่ผู้ให้บริการเพิ่มขึ้นจากกรณีไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม (กรณีตามตัวอย่างนี้ต้องจ่ายเงินรวมเท่ากับ 19,400 บวก 1,400 บาท)

จะเห็นว่า แม้จะมี “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” เข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ไม่ได้ทำให้ “หลัก” และ “วิธีคิด” เปลี่ยนไป เพียงแต่เพิ่มเติมการคำนวณส่วนของ “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” เข้าไปเท่านั้น

หากลองไล่ประเภทของ “เงินได้” ที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย คร่าวๆ กล่าวโดยสรุปได้ว่า การซื้อสินค้านั้น ไม่เข้าข่าย ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ส่วน “ค่าบริการ” ต่างๆ ที่มักเรียกกันในทางภาษีอากร ว่า “ค่าจ้างทำของ” รวมทั้งค่าวิชาชีพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าวิชาชีพทางการบัญชี การสอบบัญชี ค่าวิชาชีพทางกฎหมาย ค่าออกแบบ เป็นต้น กลุ่มนี้จะต้องหัก ภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ ๓

ค่าเช่า ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ ๕
ค่าโฆษณา ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ ๒
ค่าขนส่ง ค่าระวาง ค่าเบี้ยประกันภัยต่างๆ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ ๑
เงินรางวัลจากการประกวด การชิงโชค ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ ๕
.....เป็นต้น


ส่วนอัตราภาษีสำหรับเงินเดือนพนักงานนั้น ต้องคำนวณกันในอัตราก้าวหน้า หรือเรียกอีกอย่างว่า “อัตราขั้นบันได” กล่าวคือ ขึ้นอยู่กับช่วงของเงินเดือน หากเงินเดือนน้อย ก็ต้องคำนวณภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า เมื่อ “เงินได้” มีจำนวนมากขึ้น โดยอัตราภาษีในปัจจุบันมีดังต่อไปนี้

เงินได้สุทธิตั้งแต่ แต่ไม่เกิน ร้อยละ
0 บาท 100,000 บาท 5 (๖)
100,000 บาท 500,000 บาท 10
500,000 บาท 1,000,000 บาท 20
1,000,000 บาท 4,000,000 บาท 30
4,000,000 บาท ขึ้นไป 37

(๖) ปัจจุบัน ยกเว้นภาษีในอัตราร้อยละ ๕ ดังนั้น หากเงินได้สุทธิไม่เกิน 100,000 บาท ก็ไม่ต้องเสียภาษี


ห้องสนทนา   เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home : Fan Zone
เกมส์   Games Flash : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
รักและคิดถึง   พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : Emotion : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง   ฟังเพลงออนไลน์ : ภาพยนตร์ : VDO Clip : ซุบซิบดารา : สัมภาษณ์-เบื้องหลัง : เรื่องย่อละคร : ข่าวบันเทิง : ข่าวประจำวัน : ดวงประจำเดือน : ดวงประจำสัปดาห์ : มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้   บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน   Everyday English : New Nanny : E-Dialog with Voice : รู้จักญี่ปุ่น : ท่องแดนอาทิตย์อุทัย :พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK   Business Letter : Song of the Week : On Khao San Road : เพลินภาษาน่ารู้ : E-Diary : ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก : ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone : เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York! : Did you know? : E-Dialog : เสวนาธุรกิจ
BKK Center   Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline : BKK Design : Site Map

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................

Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961