บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา


 
ทำบัญชีอย่างง่าย
Front Office & Back Office
เกร็ดเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีของกิจการ SMEs
การแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ใบกำกับภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
 
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า
 


Download ตัวอย่างงบการเงิน

  งบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548
  งบการเงิน บมจ. ยงไทย
 

   
Book-keeper VS Accountant วิโรจน์ เฉลิมรัตนา
  ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๓  

 
คุณคงเคยได้ยินบางคนเรียกฝ่ายบัญชีของตนว่า Book-keeper แปลง่ายๆ ตรงๆ ก็คือเป็นผู้ดูแลรักษาสมุดบัญชี คำว่า Book ก็มาจากคำว่า Book of account ซึ่งหมายถึงสมุดบัญชีนั่นเอง ส่วนคำว่า Accountant ในภาษาไทยใช้ว่า "สมุห์บัญชี" คำว่า สมุห- หรือ สมุห์ ตามความหมายแปลว่า หัวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ ก็อาจกล่าวได้ว่าหมายถึง "หัวหน้าในส่วนงานทางบัญชี"
Book-keeper ตีความหมายตามภาษาแล้ว จึงน่าจะมีหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลทางการเงิน แล้วสรุปออกมาในรูปแบบทางบัญชี เก็บรักษาไว้ เพื่อให้ฝ่ายบริหารสามารถเรียกข้อมูลมาใช้ตัดสินใจได้ ก็ต้องมีข้อมูล "ผลการดำเนินงาน" อันได้แก่ ยอดขาย ต้นทุนขาย ค่าใช้จ่าย กำไรหรือขาดทุน ด้านหนึ่ง และข้อมูลเกี่ยวกับยอดเงินสดคงเหลือ เงินฝากธนาคาร สินทรัพย์หรือหนี้สินทั้งหลายที่บริษัทมีอยู่ ทุนที่ได้ลงไปแล้ว ข้อมูลส่วนนี้จะบอกสถานะในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เช่น สิ้นเดือน สิ้นไตรมาส และสิ้นปี ส่วนนี้เรียกว่า "ฐานะการเงิน"

โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่ค่อยชอบคำว่า Book-keeper เท่าไรนัก แม้จะรู้สึกว่าจะเรียกว่าอะไรก็ไม่สำคัญ เท่ากับว่าได้ทำอะไรก็ตาม แต่ผมรู้สึกว่าคำนี้ฟังดู "หยุดนิ่ง" คือเหมือนนั่งเก็บรักษาทรัพย์สมบัติ แต่ไม่ได้มีความหมายในเชิงที่ "เคลื่อนไหว" เท่าที่ควร ส่วนคำว่า Accountant หรือสมุห์บัญชีนั้นผมคิดว่าโดยทั่วๆ ไป ไม่ได้ทำให้รู้สึกเช่นเดียวกับคำว่า Book-keeper

หากผมเป็นเจ้าของกิจการ ผมคิดว่าจะไม่ใช้คำว่า Book-keeper เพราะผมมองว่านักบัญชีทำอะไรได้มากกว่าที่คำๆ นี้สื่อความหมาย แม้ว่าในจุดเริ่มต้นของการทำงานจะเริ่มจากการเก็บรวบรวมข้อมูล และ Keep เจ้า Book of account เอาไว้ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย จนทำให้ภาพของนักบัญชีเป็นคนจุกจิก คอยติดตามเรื่องเอกสารประกอบรายการบัญชีก็ตาม แต่หน้าที่สำคัญที่ผมมองว่าเป็นหัวใจ น่าจะอยู่ที่การแปลงสิ่งที่ผมเรียกว่า "ภาษาบัญชี" ให้ส่ง "ข่าวสาร" บางประการแก่ฝ่ายบริหารได้ด้วย

ผมว่าน่าสนุกนะครับถ้านักบัญชีสามารถจัดการกับข้อมูลอย่างที่ผมว่าได้ นักบัญชีคงต้องแยกความคิดออกเป็นสองภาค ภาคที่หนึ่งคือช่วงปิดบัญชี ก็ต้องสวมวิญญาณนักบัญชีเต็มที่ ใครจะว่าอย่างไรก็ต้องลงในรายละเอียดให้ครบถ้วน เมื่อเสร็จแล้วต้องกดปุ่มความคิดไปเป็นภาคที่สอง คือมองข้อมูลในฐานะที่ตนเป็นผู้อ่านตัวเลขนั้น แล้วใช้เทคนิคการวิเคราะห์เปรียบเทียบ (Analytical review) อันได้แก่การมองแนวโน้มของตัวเลข การวิเคราะห์หรืออธิบายตัวเลขที่ผิดปกติว่าทำไมตัวเลขจึงเป็นเช่นนั้น ตัวเลขเหล่านี้กำลังบอกอะไรแก่เราบ้าง คือให้เราเห็นตัวเลขแล้วรู้สึกได้เลยว่ามีอะไรที่น่าสังเกตหรือไม่ บางครั้งเรารู้สึกแปลกๆ กับตัวเลขบางตัว ซึ่งทำให้เราต้องย้อนกลับไปดูในรายละเอียดเพิ่มเติมแล้วก็พบว่า มีการประมวลตัวเลขผิดก็มี

ผมเคยนึกนะครับว่าฝ่ายบัญชีนี่เป็นพนักงานบริษัทที่ได้เปรียบฝ่ายอื่นๆ เพราะเป็นผู้มองเห็นและเข้าถึงข้อมูลสำคัญว่าบริษัทมีสถานะอย่างไรแล้ว คือรู้ก่อนคนอื่นว่าบริษัทมีแนวโน้มที่ดีหรือกำลังลำบาก และจะเป็นการดีหากคุณสามารถใช้ความรู้สึกนี้ ถ่ายทอดข้อมูลผ่านไปให้ถึงฝ่ายบริหารทราบด้วย (แต่ไม่ใช่ผ่านไปยังเพื่อนๆ ในบริษัทคนอื่นๆ ประเภทเม้าท์กันระเบิด เพราะคุณอยู่ในหน้าที่ที่ต้องรู้จักความเหมาะความควร ว่าอะไรเป็นข้อมูลที่สำคัญไม่ควรเปิดเผยทั่วไปด้วยครับ)

ผมคิดว่าคำตอบของการบริหารงานข้อมูล อยู่ที่การประสานระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายบัญชี ให้เกิดความรู้สึกและเป้าหมายตรงกันเช่นนี้ขึ้นให้ได้ ในโลกที่เป็นจริง นักบัญชีซึ่งมักจะมีภาระหน้าที่งานในภาคแรกค่อนข้างมาก ก็จะขาดโอกาสหรือเวลาในการทำงานในภาคที่สอง จึงใช้เวลาไปกับงานเอกสารและการบันทึกบัญชีเสียหมด ก็เลยไม่มีโอกาสได้ทำส่วนที่เป็นเสมือนหัวใจสำคัญให้สมบูรณ์ ทำให้ฝ่ายบริหารไม่มีข้อมูลดังกล่าวมาใช้ช่วยตัดสินใจ

ทางแก้ไขนั้นต้องใช้ความเข้าใจของทั้งสองฝ่าย ฝ่ายบริหารควรให้ความสำคัญกับเครื่องไม้เครื่องมือ ที่จะช่วยให้การทำงานภาคแรกนั้นลุล่วงได้เร็วขึ้น ทั้งในแง่ของส่วนงานอื่นๆ ที่ควรจะมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการจัดเตรียมข้อมูล ที่มาจากฝ่ายของตนให้สมบูรณ์ตามควร หรืออาจเป็นส่วนของโปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ที่ใช้จัดทำบัญชี หรือแม้กระทั่งการมีพนักงานผู้ช่วยฝ่ายบัญชี ที่พอเหมาะกับความมากน้อยของงาน ผมเคยเห็นบางแห่งให้พนักงานบัญชีหนึ่งคนทำทั้งหมดทุกอย่าง นั่งวุ่นอยู่คนเดียวทั้งวัน แล้วจะหวังให้เขาสามารถทำงานภาคที่สองแก่เราได้อย่างไร

ฝ่ายนักบัญชีเองก็ต้องเปิดความคิด และจิตใจให้กว้าง เรียนรู้ ฝึกฝน หาทักษะใหม่ๆ ที่ช่วยให้เรากำจัดความไม่รู้ต่างๆ ออกไปให้มากที่สุด แบ่งเวลา แบ่งงาน บริหารการจัดการข้อมูลนั้นๆ ให้ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องติดตามให้ทันกับเทคโนโลยี ซึ่งผมคิดว่าจะช่วยลดทอนเวลาการทำงานในภาคแรกลงได้มาก แล้วมาให้ความสำคัญกับงานภาคที่สองให้มากขึ้น การหมั่นสื่อสารกับฝ่ายอื่นๆ เพื่อให้เราเข้าใจข้อมูลทั่วไปที่เกี่ยวเนื่องกับการประมวลตัวเลขทางบัญชี รวมทั้งเพื่อนร่วมอาชีพที่อยู่ในบริษัทอื่น จะช่วยให้เราได้แลกเปลี่ยนและ Update วิธีปฏิบัติทางบัญชีในเรื่องต่างๆ ได้ดีที่สุด

ผมคิดว่าเป้าหมายกว้างๆ ที่ต้องพยายามทำให้ได้ในองค์กรก็คือ "ต้องปิดบัญชีให้ได้เป็นรายเดือน" ในช่วงแรกๆ อาจจะยังไม่ได้เร็วทันใจ เพราะผมเชื่อว่าจะต้องติดปัญหาและอุปสรรคทางเทคนิคหลายอย่าง ซึ่งจะยังไม่พูดถึงในรายละเอียดในตอนนี้ แต่ต้องตั้งเป้าว่าจะทำได้ทันกาลมากขึ้น และรวดเร็วขึ้นเป็นลำดับ นั่นคือเป้าหมายง่ายๆ ที่คุณเชื่อหรือไม่ว่าทำยากพอสมควร

บริษัทจดทะเบียนในสหรัฐอเมริกานั้น เขาถึงขั้นแข่งกันว่าใครปิดบัญชีได้เร็ว จะถือว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นเลิศในระบบจัดการ และระบบงานเลยทีเดียว อย่างของเราพอพ้นสิ้นปีตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ ต้องนำส่งงบการเงินภาย ๔๕ วัน แต่บริษัทอเมริกันเหล่านี้ สามารถส่งงบการเงินให้กับตลาดหลักทรัพย์เมืองเขาได้ภายใน ๕-๖ วันหลังจากวันที่สิ้นงวดบัญชีทีเดียว เขาต้องการให้บริษัทของตนได้ชื่อว่านำส่งงบการเงินเป็นบริษัทแรก และนำส่งได้อย่างรวดเร็วก่อนครบกำหนดเสียด้วยครับ

 

ห้องสนทนา   เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home : Fan Zone
เกมส์   Games Flash : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
รักและคิดถึง   พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : Emotion : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง   ฟังเพลงออนไลน์ : ภาพยนตร์ : VDO Clip : ซุบซิบดารา : สัมภาษณ์-เบื้องหลัง : เรื่องย่อละคร : ข่าวบันเทิง : ข่าวประจำวัน : ดวงประจำเดือน : ดวงประจำสัปดาห์ : มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้   บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน   Everyday English : New Nanny : E-Dialog with Voice : รู้จักญี่ปุ่น : ท่องแดนอาทิตย์อุทัย :พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK   Business Letter : Song of the Week : On Khao San Road : เพลินภาษาน่ารู้ : E-Diary : ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก : ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone : เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York! : Did you know? : E-Dialog : เสวนาธุรกิจ
BKK Center   Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline : BKK Design : Site Map

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................

Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961