บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา


 
ทำบัญชีอย่างง่าย
Front Office & Back Office
เกร็ดเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีของกิจการ SMEs
การแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ใบกำกับภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
 
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า
 


Download ตัวอย่างงบการเงิน

  งบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548
  งบการเงิน บมจ. ยงไทย
 

   
Periodic vs Perpetual วิโรจน์ เฉลิมรัตนา
  ๒๕ เม.ย. ๔๘  

 
“กิจการที่สินค้าแต่ละชิ้นมีมูลค่าค่อนข้างสูง และรายการที่เกิดขึ้นมีไม่มากนัก ควรใช้วิธีบันทึกบัญชีสินค้าแบบบันทึกทันที เพราะทำให้สามารถติดตามยอดคงเหลือ และความเคลื่อนไหวของสินค้าได้ตลอดเวลา”
 

 
สำหรับกิจการที่ขายสินค้า และต้องจัดเก็บสินค้าคงเหลือนั้น ตามปกติมีวิธีปฏิบัติทางบัญชีเพื่อบันทึกรายการเกี่ยวกับสินค้าคงเหลืออยู่ ๒ วิธี ได้แก่ Periodic Inventory System และ Perpetual Inventory System ชื่อเรียกในภาษาไทยอาจเรียกว่า การบันทึกบัญชีแบบตรวจนับสินค้าสิ้นงวด และแบบบันทึกบัญชีสินค้าทันที ตามลำดับ

กิจการที่สินค้าแต่ละชิ้นมีมูลค่าค่อนข้างสูง และรายการที่เกิดขึ้นมีไม่มากนัก ควรใช้วิธีบันทึกบัญชีสินค้าแบบบันทึกทันที เพราะทำให้สามารถติดตามยอดคงเหลือ และความเคลื่อนไหวของสินค้าได้ตลอดเวลา หากแต่กิจการควรตรวจนับสินค้าเป็นระยะๆ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของยอดสินค้าที่มีอยู่จริงกับยอดตามบัญชีสินค้า

กิจการที่มีสินค้าเป็นหน่วยย่อย มูลค่าต่อหน่วยไม่สูงมากนัก และมีรายการเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ในทางปฏิบัติ การใช้วิธีการบันทึกบัญชีสินค้าแบบบันทึกบัญชีสินค้าทันที จะทำได้ยากลำบาก หรือแม้ว่าจะพยายามทำก็อาจพบว่ายิ่งเพิ่มความสับสนวุ่นวายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากไม่สามารถพิสูจน์ยอดได้ว่า ผลแตกต่างที่เกิดขึ้นระหว่างยอดตามที่บันทึกบัญชีสินค้าทันที กับยอดที่มีอยู่จริงจากการตรวจนับ นั้นแตกต่างกันด้วยสาเหตุใด และจะปรับปรุงรายการอย่างไร กิจการจึงมักใช้วิธีการบันทึกบัญชีสินค้าคงเหลือแบบ Periodic กล่าวคือ ใช้วิธีการตรวจนับสินค้าคงเหลือตอนสิ้นงวดเมื่อต้องการจัดทำบัญชีกำไรขาดทุน แล้วนำยอดสินค้าที่มีอยู่จริงตามที่ตรวจนับได้มากระทบยอดกับบัญชีซื้อในระหว่างปี และสินค้าคงเหลือต้นงวดยกมา เพื่อคำนวณต้นทุนสินค้าที่ขาย

ในปัจจุบัน กิจการที่เลือกการบันทึกบัญชีสินค้าแบบตรวจนับสินค้าสิ้นงวดนั้น อาจหาเครื่องมือหรือ เทคโนโลยีมาช่วยในการบันทึกรายการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้เครื่องอ่านแถบรหัส (หรือ Bar Code) เช่น ห้างสรรพสินค้า ทำให้การบันทึกบัญชีสินค้าเข้าออกนั้นทำได้กับสินค้าหน่วยย่อยราวกับใช้วิธีการบันทึกบัญชีสินค้าแบบทันที จนแทบไม่กล้าคิดว่า หากกิจการไม่ใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ดที่ว่าแล้ว จะบันทึกบัญชีสินค้ากันได้อย่างไร

นอกจากนี้ ในกฎหมายภาษีอากร ส่วนของการจัดทำรายงานสินค้าและวัตถุดิบ สำหรับผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่ม ยังบังคับให้บันทึกรายการให้เป็นปัจจุบัน (Up to date) ภายใน ๓ วันทำการ จึงทำให้ระบบการบันทึกบัญชีสินค้าแบบ Periodic ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดดังกล่าวจึงอาจต้องบันทึกโดยใช้วิธีการบันทึกบัญชีสินค้าแบบ Perpetual ควบคู่กันไปด้วย

คู่บัญชีในการบันทึกบัญชีสินค้าแบบ Perpetual นั้น แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ดังนี้
(๑) การบันทึกรายการซื้อสินค้า – จะบันทึกบัญชี “สินค้าคงเหลือ” และบันทึก เจ้าหนี้การค้าไว้คู่กัน
(๒) การบันทึกรายการขายสินค้า – จะบันทึกบัญชีไว้ ๒ ขั้นตอน คือ
  (๒.๑) บันทึกบัญชีลูกหนี้การค้า คู่กับ รายได้จากการขาย และ
  (๒.๒) บันทึก ต้นทุนสินค้าที่ขาย คู่กับ ล้างสินค้าคงเหลือ ออก

ในขณะที่การบันทึกบัญชีแบบ Periodic นั้น จะบันทึกบัญชีตอนซื้อสินค้าผ่านบัญชี “ซื้อ” (แทนที่จะเป็นบัญชีสินค้าคงเหลือ หากใช้วิธี Perpetual) การบันทึกต้นทุนขายนั้นจะใช้วิธีกระทบยอดเมื่อปิดบัญชีในแต่ละงวดโดยใช้รูปแบบการกระทบรายการตามตัวอย่างข้างล่างนี้

การบันทึกรายการหนี้สงสัยจะสูญจะเกิดคู่บัญชี คือ หนี้สงสัยจะสูญ (ค่าใช้จ่าย) และค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (บัญชีปรับมูลค่าลูกหนี้การค้า) ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเรียกว่า Allowance for doubtful debt

ตัวอย่าง
สินค้าคงเหลือต้นงวด
  100,000 บาท
200 ชิ้น @ 500 บาท
บวก ซื้อระหว่างงวด   500,000 บาท
1,000 ชิ้น @ 500 บาท
สินค้าที่มีเพื่อขาย
  600,000 บาท
1,200 ชิ้น @ 500 บาท
หัก สินค้าคงเหลือปลายงวด
  (200,000) บาท
(400 ชิ้น) @ 500 บาท
ต้นทุนขาย   400,000 บาท 800 ชิ้น @ 500 บาท

คำอธิบายประกอบงบต้นทุนสินค้าที่ขาย
(โดยมีสมมติฐานว่าราคาสินค้าต่อหน่วยเท่ากันทุกครั้งที่ซื้อ)

1. กิจการมีสินค้ายกมาในคลัง 200 ชิ้น ราคาชิ้นละ 500 บาท จำนวนเงิน 100,000 บาท
2. ในระหว่างงวดกิจการซื้อสินค้ามาเพิ่ม 1,000 ชิ้น ในราคาเดิม กิจการไม่ได้บันทึกรายการทุกครั้งที่ขาย เนื่องจากใช้วิธีการบันทึกแบบ Periodic ตามตัวอย่างจะมีสินค้าที่มีพร้อมเพื่อขายจำนวน 1,200 ชิ้น ราคาชิ้นละ 500 บาท จำนวนเงิน 600,000 บาท
3. ตอนสิ้นงวดกิจการใช้วิธีตรวจนับสินค้าเพื่อหายอดคงเหลือของสินค้า และตีราคาสินค้าคงเหลือ พบว่ามีสินค้าคงเหลืออยู่ 400 ชิ้น ราคาชิ้นละ 500 บาท จำนวนเงิน 200,000 บาท
4. เมื่อนำสินค้าที่มีเพื่อขาย 1,200 ชิ้น หักออกจากสินค้าปลายงวด จะพบว่ากิจการขายสินค้าไปในระหว่างงวดทั้งหมด 800 ชิ้น ราคาชิ้นละ 500 บาท จำนวนเงิน 400,000 บาท เท่ากับว่าต้นทุนสินค้าที่ขายไปเท่ากับ 400,000 บาท (อาจขายในราคาบวกกำไร เช่น ขายชิ้นละ 600 บาท ก็เป็นเรื่องของการบันทึกรายได้จากการขาย)

จากตัวอย่างน่าจะทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าวิธีการบันทึกบัญชีสินค้าแบบ Periodic มีวิธีการคิดอย่างไร และช่วยให้ประหยัดเวลาในการบันทึกบัญชีกว่าวิธี Perpetual ได้อย่างไร หากว่าจำนวนสินค้าในตัวอย่างเปลี่ยนจำนวนเป็นหลัก แสน หรือ หลัก ล้าน

ยังไม่ต้องคิดถึงว่าในความเป็นจริง แต่ละครั้งที่สั่งซื้อสินค้าเข้ามาราคาจะไม่คงที่เท่ากันทุก Lot ราคาอาจไม่ใช่ 500 บาท ในการสั่งซื้อครั้งต่อไป ซึ่งจะทำให้ยากต่อการบันทึกรายการมากยิ่งขึ้น

ด้วยปัจจัย และเงื่อนไขต่างๆตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ไม่ว่าจะโดยหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร และลักษณะสินค้าของแต่ละกิจการ ทำให้ในปัจจุบันการบันทึกบัญชีทั้ง ๒ วิธีข้างต้น จำเป็นต้องนำมาประยุกต์ใช้ในแทบทุกกิจการ โดยต้องใช้ควบคู่กันไปพร้อมๆกัน มากกว่าที่จะเป็นทางเลือกว่ากิจการจะเลือกใช้วิธีการใดวิธีการหนึ่งเหมือนในอดีต อย่างไรก็ตาม การบันทึกบัญชีทั้งสองระบบดังกล่าว ถือเป็นเครื่องมือช่วยในการควบคุมสินค้าที่สำคัญตัวหนึ่ง และคงต้องประยุกต์ใช้ควบคู่กับเทคโนโลยี เช่น เครื่องอ่านบาร์โค้ด และโปรแกรมสำเร็จรูปทางการบัญชี ซึ่งกิจการจะต้องพิจารณาลงทุน และเลือกใช้ตามความเหมาะสมกับลักษณะของกิจการ

 

ห้องสนทนา   เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home : Fan Zone
เกมส์   Games Flash : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
รักและคิดถึง   พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : Emotion : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง   ฟังเพลงออนไลน์ : ภาพยนตร์ : VDO Clip : ซุบซิบดารา : สัมภาษณ์-เบื้องหลัง : เรื่องย่อละคร : ข่าวบันเทิง : ข่าวประจำวัน : ดวงประจำเดือน : ดวงประจำสัปดาห์ : มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้   บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน   Everyday English : New Nanny : E-Dialog with Voice : รู้จักญี่ปุ่น : ท่องแดนอาทิตย์อุทัย :พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK   Business Letter : Song of the Week : On Khao San Road : เพลินภาษาน่ารู้ : E-Diary : ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก : ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone : เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York! : Did you know? : E-Dialog : เสวนาธุรกิจ
BKK Center   Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline : BKK Design : Site Map

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................

Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961