 |
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
|
 |
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า |
| |

|
| |
ประเด็นทางภาษีอากรที่ว่ากันก็คือ
เนื่องจากเป้าหมายของเทมาเสก ในการเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้ ได้แก่บริษัท
แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (ADVANC) หาก SHIN ขายหุ้น
ADVANC แก่ TEMASEKโดยตรง ผลต่างของราคาทุนของเงินลงทุน เทียบกับราคาขาย
จะบันทึกบัญชีเป็นกำไรจากการขายเงินลงทุน และต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล
|
|
| |
ผมคิดว่าข่าวผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น
จำกัด (มหาชน) หรือ ชินคอร์ป(SHIN) ขายหุ้นให้แก่เทมาเสก โฮลดิ้งของสิงคโปร์เป็นข่าวสำคัญที่สุดของเมืองไทยในรอบหลายปีที่ผ่านมา
เป็นข่าวที่หากจัดประเภทว่าเป็นข่าวธุรกิจก็อยู่ในความสนใจของคนในแวดวงหุ้น
ในขณะที่ก็เป็นข่าวการเมืองที่คนไทยทุกคนต้องทำความเข้าใจ และจับตาดูต่อไปอย่างพินิจพิเคราะห์
เป็นข่าวที่มีแง่มุมให้พิจารณาได้หลากหลายประเด็นและรอบด้าน พาดพิงหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงาน
ตั้งแต่ ก.ล.ต. กรมสรรพากร ตลาดหลักทรัพย์ และธนาคารแห่งประเทศไทย
ยังไม่ต้องกล่าวถึงว่ากรณีนี้จะขยายประเด็นไปสู่เรื่องการเปิดเผยทรัยพ์สิน
หรือเรื่องอื่นๆตามมาหรือไม่ อย่างไร
เป็นข่าวที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ความรู้ความเข้าใจเรื่องธุรกิจ เรื่องหุ้น
เรื่องการเงิน และภาษีอากร นำมาช่วยให้เข้าใจปรากฏการณ์ดังกล่าว
และทำให้มองหรือวิเคราะห์ออกมาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ประเด็นหุ้นชินคอร์ปเป็นประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาระบุว่า นายกรัฐมนตรีไม่มีความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศต่อไป
ถ้าจัดประเภทว่าข่าวนี้เป็นข่าวหุ้น ไม่น่าเชื่อว่าข่าวหุ้นข่าวหนึ่งมีผลต่อชะตากรรมบ้านเมืองของเราขนาดนี้
ในยุคที่สื่อมีอิทธิพลต่อประชาชนเป็นอย่างมาก ประชาชนต้องมีภูมิคุ้มกันเกี่ยวกับการรับสารที่สื่อพยายามโน้มน้าวให้เราเชื่อ
การมีความรู้พื้นฐานรอบๆ ด้านย่อมช่วยให้เราชั่งน้ำหนักข้อมูลที่ได้รับ
และช่วยกรองสิ่งที่แปลกปลอม และเป็นข้อมูลที่ถูกบิดเบือนออกไป ยิ่งในยุคที่ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีเป็นนักธุรกิจ
การมีความรู้เชิงเศรษฐกิจ การเงิน ย่อมทำให้เรารู้เท่าทันว่าอะไรคือข้อเท็จจริง
และควรเชื่อ ไม่ควรเชื่อประเด็นใดบ้าง
มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้มากมาย เช่น ประมวลรัษฎากร ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
หลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
(ก.ล.ต.) กฎหมายเกี่ยวกับการถือครองกิจการโทรคมนาคม เป็นต้น
กรณีการขายหุ้นชินคอร์ปนั้น อาจเป็นเรื่องยากที่จะบอกว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย
เพราะการทำรายการธุรกิจดังกล่าว (Business Transactions) ได้รับการจัดวางมาอย่างดีแล้วจากที่ปรึกษาและนักกฎหมายมืออาชีพ
แต่หากมองกรณีนี้ที่เจตนา และจริยธรรม ก็เป็นเรื่องที่ทำใจยอมรับได้ยากพอสมควร
ผมเห็นว่าเรื่องของจริยธรรมไม่สามารถแยกส่วนออกมาต่างหากได้ จริยธรรมเป็นเรื่องซึ่งไม่ว่าใครในสังคมจะต้องคำนึงถึงควบคู่กับการทำอะไรอยู่ตลอดเวลา
แพทย์รักษาคนไข้จะบอกว่ายกเรื่องจรรยาบรรณออกไปก่อนไม่ได้ คนที่เป็นครูที่แท้จริงจะสอนนักเรียนโดยสอนเนื้อหาวิชาการควบคู่ไปกับจริยธรรมอยู่เสมอ
ผู้สอบบัญชีจะแสดงความเห็นต่องบการเงินโดยไม่คำนึงถึงมรรยาทผู้สอบบัญชีไม่ได้
เพราะการปฏิบัติตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองทั่วไป มีส่วนที่กล่าวถึงมรรยาทของผู้สอบบัญชีไว้ชัดเจน
จริยธรรมควรหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับหลักการและจุดยืนในการกระทำของมนุษย์อยู่ตลอดเวลา
การติดตามข่าวกรณีนี้ ผมคิดว่าต้องติดตามอย่างใช้ปัญญา และหมั่นหาข้อมูลด้วยตัวเอง
การดูรายการข่าวทางโทรทัศน์ โดยเฉพาะรายการประเภทคุยข่าว ไม่น่าจะเพียงพอที่จะได้เนื้อหาสาระมากพอที่จะทำให้เรารู้ความเป็นจริง
การติดตามผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ในฉบับที่เสนอข้อมูลกรณีนี้พอสมควรจะทำให้เราได้รับข่าวสาร
ข้อมูล และข้อเท็จจริงที่รอบด้านมากขึ้น
ไม่ว่ากรณีนี้จะมีประเด็นซับซ้อนมากมายแค่ไหนก็ตาม ผมคิดว่าจุดเริ่มต้นของการติดตามข่าวนี้
น่าจะเริ่มจากความเข้าใจขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับโครงสร้างการถือหุ้นเดิม
และข้อมูลการซื้อขายหุ้นที่ผ่านมา โดยเทมาเสก โฮลดิ้ง เข้ามาซื้อหุ้นจากบุคคลธรรมดา
๕ คน ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
(SHIN) โดยขายได้รวมเป็นเงิน 73,272 ล้านบาท ตามตารางข้างล่างนี้
Name
|
No.of shares
|
% of paid-up
|
Amount
|
|
| |
|
Capital |
|
|
Pinthongta Shinawatra |
604,600,000
|
20.15 |
29.78 |
bn |
Bhannapot Damapong |
404,430,300 |
13.48 |
19.92 |
bn |
Panthongtae Shinawatra |
458,550,220 |
15.29 |
22.58 |
bn |
Yingluck Shinawatra |
20,000,000 |
0.67 |
985 |
mn |
Busaba Damapong |
159,600 |
0.005 |
7.86 |
mn |
| Total |
1,487,740,120 |
49.595 |
73.27286 |
bn |
หมายเหตุ bn = พันล้านบาท, mn = ล้านบาท
และ ชินคอร์ป ถือหุ้นในบริษัทต่างๆในลักษณะเป็นเงินลงทุน อีกชั้นหนึ่งดังนี้
Shin Corp ถือหุ้นในบริษัทต่างๆ
|
% การถือหุ้น |
AIS
|
42.86 |
ShinSat |
41.34 |
ITV |
52.94 |
Capital OK |
60 |
Thai AirAsia |
50 |
Shenington |
100 |
Cambodia Shinawatra |
100 |
| Lao Telecom |
49 |
ในการเข้าซื้อหุ้นชินคอร์ปนั้น ก็ถือผ่านบริษัทหลายทอดหลายชั้น จนมีสัดส่วนการถือหุ้นที่ถือว่าเป็นผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่
(Major Shareholders) และเมื่อเทมาเสกได้หุ้นของชินคอร์ปไปแล้ว เท่ากับ
ได้เงินลงทุนในบริษัทต่างๆไปด้วยทั้งหมด ตามอัตราส่วนการถือหุ้นที่มีอยู่
ประเด็นทางภาษีอากรที่ว่ากันก็คือ เนื่องจากเป้าหมายของเทมาเสก
ในการเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้ ได้แก่บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส
จำกัด (มหาชน) (ADVANC) หาก SHIN ขายหุ้น ADVANC แก่ TEMASEKโดยตรง
ผลต่างของราคาทุนของเงินลงทุน เทียบกับราคาขาย จะบันทึกบัญชีเป็นกำไรจากการขายเงินลงทุน
และต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล
แต่ในกรณีนี้ผู้ซื้อและผู้ขาย คือ TEMASEK และ SHIN เลือกที่จะซื้อขาย
SHIN โดยตรง เพื่อให้ผู้ขายหุ้นเป็นบุคคลธรรมดา และต้องเลือกขายในตลาดหลักทรัพย์
เท่ากับขายหุ้นใน SHIN แล้วพ่วงเงินลงทุน (หรือบริษัทย่อย) ไปด้วย
ผลลัพธ์คือผู้ซื้อจะได้บริษัทเป้าหมายไปเช่นเดียวกัน ส่วนบริษัทย่อยนอกเหนือจาก
ADVANC บริษัทใดไม่ได้เป็นที่ต้องการ ก็ค่อยจัดการขายออกไปในภายหลัง
ประเด็นเกี่ยวกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ก็เกิดคำถามตามมาว่า กรณีนี้มีการเข้าซื้อหุ้นโดยมีวัตถุประสงค์จะเข้าไปมีอำนาจควบคุมการบริหารของบริษัท
ซึ่งกฎหมายเกี่ยวกับหลักทรัพย์มีข้อกำหนดให้ผู้ที่ถือหุ้นในบริษัทใดบริษัทหนึ่งเพิ่มมากถึงเกณฑ์ที่กำหนด
ต้องทำคำเสนอซื้อหุ้นต่อผู้ถือหุ้นทั่วไป (ที่เรียกว่า Trigger Point)
แต่เพราะเหตุใดกรณีนี้จึงได้รับผ่อนผัน แสดงว่าไม่ปกป้องผู้ถือหุ้นรายย่อยใช่หรือไม่
ประเด็นการถือครองกิจการโทรคมนาคมของเทมาเสก แม้ดูจากสัดส่วนการถือหุ้นโดยตรงจากต่างชาติแล้วไม่เกินร้อยละ
๔๙ หากแต่บริษัทไทยที่เข้ามาถือหุ้นนั้น ก็มีผู้ถือหุ้นทางอ้อมเป็นบริษัทต่างชาติ
ทำให้เกิดคำถามว่า แท้ที่จริงแล้วมีบริษัทต่างชาติถือเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่
ยังไม่รวมกรณีที่มีการโอนหุ้น หรือขายหุ้นในขั้นตอนการรวบรวมหุ้นเพื่อขายแก่เทมาเสกว่า
หุ้นที่ได้มานั้นมาจากใคร และในแต่ละทอดที่ขายกันก่อนขายให้กับเทมาเสกนั้น
ต้องเสียภาษีหรือไม่ มีเงินที่ต้องโอนออกจากประเทศซึ่งต้องรายงานธนาคารแห่งประเทศไทยหรือไม่
มีการแจ้งทรัพย์สินไว้ถูกต้องหรือไม่ ฯลฯ
คงไม่มีคำตอบสุดท้ายในที่นี้ว่าอะไรเป็นอะไร
หากแต่ต้องการสร้างความรู้สึกให้เกิดขึ้นโดยทั่วไปว่า ประเทศไทยเป็นของประชาชนทุกคน
แต่ละคนมีหน้าที่ทำความเข้าใจ และรู้เท่าทันบุคคลที่บริหารประเทศอยู่
การจะปล่อยให้ตัวเองไม่รู้ ไม่เห็น ไม่เข้าใจ วัฒนธรรมการตื่นตัวเป็นพักๆ
วิ่งไปกับกระแสข่าว แล้วแต่จะพัดความสนใจเราไปในทิศทางใด โดยไม่ขวนขวายหาความรู้
เป็นสิ่งที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง การที่จะหาความรู้ ความเข้าใจ เตรียมพร้อมไว้ทุกๆวัน
ติดตามข่าวอย่างต่อเนื่อง จะเป็นภูมิคุ้มกันอย่างหนึ่งให้นักการเมืองต้องทำอะไรชัดเจน
ถูกกฎหมายและจริยธรรมในทุกๆเรื่อง
|
|
|