บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา
บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา
accounting
Accounting
บัญชี
หลักการบัญชี
ความรู้ทางบัญชี
ทำบัญชีอย่างง่าย
Front Office & Back Office
เกร็ดเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีของกิจการ SMEs
การแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ใบกำกับภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า
Download ตัวอย่างงบการเงิน
งบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548
งบการเงิน บมจ. ยงไทย
สินทรัพย์หมุนเวียนในงบดุลมีอะไรบ้าง
ยุพา กาญจนดุล
๒๗ มิ.ย. ๔๙
yupha@bkkonline.com
สินทรัพย์หมุนเวียน ได้แก่เงินสด และสินทรัพย์อื่น ที่คาดว่าจะเปลี่ยนมาเป็นเงินสด หรือจะขายไป หรือจะใช้หมดไปภายใน 1 ปี หรือน้อยกว่านั้น อันเป็นไปตามปกติของการดำเนินธุรกิจขององค์กร
คราวก่อน เราได้รู้จักกับรูปแบบของงบดุล ซึ่งประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้
ฉะนั้น เราจะทำความรู้จักกันทีละเรื่องไป เริ่มจาก สินทรัพย์หมุนเวียนก่อน ตามด้วย สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เรื่อยไปจนถึงส่วนเกินมูลค่าหุ้น เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นลองดูตัวอย่างจากงบดุลของบริษัท ยูไนเต็ดคอมมูนิเกชั่น อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) เฉพาะส่วนสินทรัพย์หมุนเวียน ดังนี้
งบดุล
บริษัท ยูไนเต็ดคอมมูนิเกชั่น อินดัสตรี จำกัด (มหาชน)
ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2544 และ พ.ศ. 2543
หน่วย : พันบาท
สินทรัพย์หมุนเวียนคืออะไร
สินทรัพย์ของธุรกิจ คืออะไรที่เป็นของเรา หรือที่เรามีสิทธิ์ เป็นสิทธิ์ที่เป็นที่ยอมรับในทางกฏหมาย หรือทางธุรกิจ ธุรกิจสามารถนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของธุรกิจได้ อาจจะมีตัวตน หรือไม่มีตัวตนก็ได้ มีอายุการใช้งานสั้นๆ หรือนานๆ ก็ได้
สินทรัพย์แบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ คือสินทรัพย์หมุนเวียน และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน สินทรัพย์หมุนเวียน ได้แก่เงินสด และสินทรัพย์อื่น ที่คาดว่าจ
ะเปลี่ยนมาเป็นเงินสด หรือจะขายไป หรือจะใช้หมดไป ภายใน 1 ปี หรือน้อยกว่านั้น
อันเป็นไปตามปกติของการดำเนินธุรกิจขององค์กร
สินทรัพย์หมุนเวียนที่พบเห็นบ่อยๆ ได้แก่ เงินสด ลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ และ ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า สินทรัพย์ใดที่สามารถเปลี่ยนมาเป็นเงินสดได้เร็วถือว่ามีความคล่องตัวสูงกว่าสินทรัพย์ที่ใช้เวลานานในการเปลี่ยนมาเป็นเงินสด เช่นลูกหนี้ถือว่ามีความใกล้เป็นเงินสดมาก เพราะเมื่อถึงกำหนดชำระเงิน ก็จะเปลี่ยนสภาพเป็นตัวเงินทันที ส่วนสินค้าคงเหลือนั้น จะต้องขายให้ได้เสียก่อน แล้วกลายสภาพมาเป็นลูกหนี้ ก่อนจะมาเป็นเงินสดอีกต่อหนึ่ง การเรียงรายการสินทรัพย์ในงบดุลจะเรียงลำดับสินทรัพย์ที่มีความคล่องตัวขึ้นก่อน เงินสด จึงมาก่อนลูกหนี้ และลูกหนี้มาก่อนสินค้าคงเหลือ สำหรับค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้านั้นมักเป็นการจ่ายล่วงหน้าสำหรับระยะเวลาสั้นๆ แต่หากเป็นการจ่ายล่วงหน้าที่นานเกินกว่า 1 ปี ส่วนที่เกินกว่า 1 ปี ก็จะต้องถือเป็นสินทรัพย์ที่ไม่หมุนเวียน ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าไม่มีโอกาสกลับคืนมาเป็นเงินสดอีก แต่ช่วยลดภาระที่ต้องจ่ายเงินสดให้น้อยลง ถือว่าเป็นรายการที่มีความคล่องตัวน้อยกว่าสินค้าคงเหลือ บางครั้งอาจเรียกรวมๆ ว่าสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น
สินทรัพย์หมุนเวียนของบริษัทตัวอย่าง
ลองมาดูสินทรัพย์หมุนเวียนของ บริษัท ยูไนเต็ดคอมมูนิเกชั่น อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) ที่ใช้เป็นตัวอย่างกันดีกว่า (ต้องไม่ลืมด้วยนะคะว่าเราต้องดูหมายเหตุประกอบงบการเงินที่เกี่ยวข้องประกอบไปด้วย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน)
1. เงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน
เงินฝากธนาคารที่จะนำมารวมกับเงินสดเป็นรายการเดียวกันได้จะต้องเป็นเงินฝากประเภทที่สามารถถอนใช้ได้ไม่มีเงื่อนเวลาของการฝากเป็นเครื่องบังคับ เช่นเงินฝากประเภทประจำซึ่งต้องถือเป็นรายการเงินลงทุน ดังปรากฏในรายการถัดไป
จากหมายเหตุประกอบงบการเงิน ข้อ 33.4 ตามที่ระบุไว้ ได้ความว่า เงินฝากสถาบันการเงินในงบดุล ของรายการนี้และที่ปรากฏในรายการถัดไป จำนวน 387 ล้านบาท (ปี 44) และ 421 ล้านบาท (ปี 43) ได้วางเป็นหลักทรัพย์เพื่อค้ำประกันวงเงินสินเชื่อที่ได้รับจากธนาคาร ซึ่งก็แปลว่าความคล่องตัวของเงินฝากนี้ มีน้อยกว่าเงินฝากสถาบันการเงินในความหมายทั่วๆ ไปที่ไม่ถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขนี้
2. เงินลงทุนชั่วคราว
บางครั้งอาจเรียกว่าเงินลงทุนระยะสั้น แบ่งออกเป็นเงินฝากประจำกับสถาบันการเงิน และเงินลงทุนในหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด คำว่าในความต้องการของตลาดหมายความว่าสามารถขายได้โดยมีตลาดรองรับ เช่น หลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
เงินลงทุนชั่วคราวเป็นการนำเงินที่มีเหลือเกินความจำเป็นในบางช่วงเวลามาลงทุนหาผลประโยชน์ให้งอกเงย เพราะย่อมดีกว่าเก็บเป็นเงินสดไว้เฉยๆ การลงทุนอาจเป็นการฝากธนาคารประเภทประจำ หรือซื้อตราสาร ซึ่งมีอยู่มากมายหลายชนิด ทั้งตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน พันธบัตร หุ้นกู้ และ หุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น
เงินลงทุนมีทั้งเงินลงทุนระยะสั้น และเงินลงทุนระยะยาว
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการลงทุน ถ้าเพียงต้องการหาผลประโยชน์ในระยะเวลาสั้นๆ ไม่เกิน 1 ปี และเงินลงทุนนั้นสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ในเวลาที่ต้องการ ก็เป็นเงินลงทุนระยะสั้น แต่หากมีความตั้งใจที่จะซื้อเก็บไว้นานๆ หรือด้วยลักษณะของเงินลงทุนนั้นเองไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ตามต้องการ ภายใน 1 ปี อย่างนี้ก็จะเป็นเงินลงทุนระยะยาว
การซื้อเงินลงทุนในตราสารอย่างเดียวกัน แต่หากมีวัตถุประสงค์ต่างกันก็นับเป็นเงินลงทุนต่างประเภทกันได้ เช่นซื้อหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อหวังจะได้รับเงินปันผล เป็นระยะเวลานานๆ ก็จัดเป็นเงินลงทุนระยะยาว แต่ถ้าหากซื้อไว้เป็นการชั่วคราวในบางช่วงเวลาที่มีเงินหมุนเวียนมากเกินความจำเป็น ก็จัดเป็นเงินลงทุนระยะสั้น
จากหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อที่ 5 มีแจ้งไว้ 2 เรื่องสำคัญ คือเรื่องการตีราคาหลักทรัพย์ และการเก็บรักษาหลักทรัพย์
การตีราคาเงินลงทุนในหลักทรัพย์
ตีราคาตามมูลค่ายุติธรรม คือราคาตลาด ณ วันที่ในงบดุล ฉะนั้นแปลว่าต้องมีการปรับปรุงจากราคาทุนเดิมที่ซื้อไว้ ผลต่างระหว่างราคาที่บันทึกไว้เดิม กับราคาใหม่ที่ต้องการให้เป็น เรียกว่ากำไรหรือขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (เพราะการซื้อ/ขายจริงยังไม่เกิดขึ้น) ซึ่งจะไม่นำมาคำนวณในงบกำไรขาดทุนซึ่งถือเป็นกำไรขาดทุนจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นแล้วจริงๆ แล้วนักบัญชีนำไปแสดงไว้ที่ไหน เนื่องจากกำไรขาดทุนนั้นจะมีผลกระทบต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือส่วนของเจ้าของ กำไรขาดทุนที่ปรากฏในงบกำไรขาดทุน ท้ายสุดก็โอนไปเข้าเป็นส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ดี กำไรขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจึงกระโดดข้ามงบกำไรขาดทุน ไปยังส่วนของผู้ถือหุ้นโดยตรงเลย
รายละเอียดของการปรับปรุงนี้ เราจะได้รู้จักมากขึ้นในโอกาสต่อไป เมื่อถึงตอนส่วนของผู้ถือหุ้น
การเก็บรักษาหลักทรัพย์
ปกติธุรกิจเก็บรักษาหลักทรัพย์อย่างไร จะไม่มีแจ้งไว้ในหมายเหตุประกอบเงินการเงิน โดยอาจเก็บไว้เอง หรือนำไปฝากเก็บไว้อย่างไรก็ได้ แต่สำหรับกรณีตัวอย่างนี้ เป็นการเก็บรักษา ที่ผูกมัดให้ต้องกระทำตามเงื่อนไขของ การปฏิบัติตามสัญญาการปรับเปลี่ยนโครงสร้างหนี้ ทั้งนี้มิได้เป็นการก่อให้เกิดภาระค้ำประกันหรือสิทธิในทรัพย์สินแก่เจ้าหนี้ทั้งปวง
บริษัทในเมืองไทยจำนวนมากโดยเฉพาะบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีการลงทุนมหาศาลด้วยการกู้ยืมจากต่างประเทศ เมื่อถึงยุคฟองสบู่แตก มีการลดค่าเงินบาท หนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศจำนวนมากได้เพิ่มจำนวนทบทวีคูณ ทำให้ต้องมีการปรับโครงสร้างหนี้กันใหม่ ซึ่งเสมือนเป็นการชุบชีวิตใหม่ ให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ ด้วยการผ่อนปรนจากเจ้าหนี้ และเพื่อให้เจ้าหนี้มีความมั่นใจในการดำเนินงานของลูกหนี้ที่จะดำเนินต่อไปอย่างรอบคอบ ให้สามารถมีเงินมาชำระคืนหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ได้ จึงมักมีการสร้างเงื่อนไขต่างๆ ให้ลูกหนี้ต้องปฏิบัติเป็นการเพิ่มเติมมากกว่าปกติ
จากข้อความในเครื่องหมายคำพูดในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ที่ยกมาข้างต้น หมายความว่าเจ้าหนี้ไม่ยอมให้ลูกหนี้หรือเจ้าของงบดุล เก็บรักษาหลักทรัพย์ไว้ด้วยตนเอง แต่บังคับให้นำไปฝากเก็บไว้กับ
ตัวแทนผู้รักษาหลักทรัพย์
ซึ่งอาจเป็นธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ หรือทนายความที่ได้รับการแต่งตั้ง และทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวของหลักทรัพย์จำนวนนี้ ตัวแทนผู้รักษาหลักทรัพย์จะต้องแจ้งให้เจ้าหนี้ได้ทราบ เพื่อเจ้าหนี้จะได้ทราบการเปลี่ยนแปลงสถานะทางการเงินของลูกหนี้โดยรวดเร็ว โดยหลักทรัพย์นี้ไม่ถือว่าเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันของเจ้าหนี้รายใดๆ ทั้งสิ้น
3. ลูกหนี้การค้า
รายการนี้เขียนชัดเจนว่าลูกหนี้การค้า ไม่ใช่ลูกหนี้เฉยๆ เพราะลูกหนี้เฉย ๆ อาจเป็นลูกหนี้จากการกู้ยืม จากการขายสินทรัพย์ประเภทที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ หรืออะไรก็ได้ แต่ลูกหนี้การค้า เป็นลูกหนี้ที่เกิดจากการซื้อ-ขาย สินค้าหรือบริการของธุรกิจตามการดำเนินงานปกติเท่านั้น จะนำลูกหนี้จากกรณีอื่นๆ มารวมไว้ด้วยไม่ได้
ปกติของการค้ามักเก็บเงินจากลูกหนี้ไม่ได้ครบทั้งหมด ยกเว้นกรณีที่ขายเป็นเงินสดไม่มีการให้เครดิตเลย ลูกหนี้การค้าที่ปรากฏในงบดุลจะแสดงด้วยยอดลูกหนี้ที่คาดว่าจะเก็บได้จริงๆ ฉะนั้นจึงต้องมีการประมาณการว่าจะเก็บไม่ได้สักเท่าไร หรือจะเป็นหนี้สูญเท่าไร ด้วยการตั้งสำรองไว้ หรือเรียกว่าค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไว้ เท่ากับเป็นการยอมรับความเสียหายก่อนที่จะเกิดขึ้นจริง จึงเป็นเพียงการประมาณการ แต่ก็ต้องประมาณการให้ใกล้เคียงกับที่จะเกิดขึ้นจริงให้มากที่สุด เช่น ดูจากสถิติของปีก่อนๆ จากอายุการค้างชำระ (เพราะยิ่งค้างชำระนาน โอกาสจะเป็นหนี้สูญก็มาก) เป็นต้น และจากหมายเหตุประกอบงบการเงิน ก็จะทราบรายละเอียดของลูกหนี้เพิ่มเติมว่ามีความเป็นมาอย่างไรบ้าง มีค้างนานๆ มากเท่าไรเป็นต้น
4. ลูกหนี้การค้ากิจการที่เกี่ยวข้องกัน
เป็นลูกหนี้การค้าที่มีลักษณะเฉพาะพิเศษ จึงถูกบังคับให้แยกออกมาต่างหากจากลูกหนี้การค้าปกติ คือเป็นลูกหนี้อันเกิดจากการดำเนินการค้าตามปกติ แต่ตัวลูกหนี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเป็นพิเศษกับธุรกิจที่เป็นเจ้าของงบดุล ซึ่งความสัมพันธ์นี้อาจมีได้หลายระดับ และหลายลักษณะ เช่นอาจเกิดจากการมีผู้บริหารระดับสูงร่วมกัน หรือมีการถือหุ้นในระหว่างกันจนทำให้มีส่วนในการบริหารข้ามกิจการกันได้
5. เงินให้กู้ยืมระยะสั้นและเงินทดรองแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน
เช่นเดียวกับลูกหนี้การค้า เงินให้กู้ยืมก็เช่นเดียวกัน หากเป็นรายการที่เกิดขึ้นระหว่างองค์กรที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน จำเป็นต้องแยกออกมาจากรายการที่กระทำกับบุคคลอื่นๆ เพื่อให้เห็นได้โดยชัดเจน
รายการที่เกิดขึ้นในระหว่างกิจการที่เกี่ยวข้องกัน
เป็นรายการที่ต้องได้รับความสนใจเป็นพิเศษ จากผู้ใช้งบดุล จึงมีการบังคับให้แยกรายการที่เกิดขึ้นระหว่างกันนี้ออกมาต่างหากจากรายการทางการค้าปกติอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นรายการลูกหนี้การค้า หรือลูกหนี้เงินให้กู้ยืม ก็ต้องแยกออกมาจากลูกหนี้การค้าปกติ และลูกหนี้เงินให้กู้ยืมแก่บุคคลอื่นๆ เพราะบริษัทที่เกี่ยวข้องกันอาจร่วมกันสร้างรายการอันไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นตามปกติทางการค้า แต่ทำให้เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์อื่นๆ ได้ เช่น การสร้างยอดขายเกินจริง กำหนดต้นทุนสินค้าที่ซื้อ-ขายระหว่างกันให้ผิดจากที่ควร เป็นต้น
6. สินค้าคงเหลือ
ใช้ราคาสุทธิหลังจากหักสำรองสินค้าล้าสมัยและค่าเผื่อการลดมูลค่าของสินค้า ซึ่งเท่ากับเป็นการรับรู้ผลเสียหายที่เกิดจากสินค้าล้าสมัย หรือแนวโน้มสินค้าที่มีราคาลดลงในทันที ณ วันที่ในงบดุล โดยไม่รอจนกระทั่งถึงวันขายจริง นักบัญชีมักจะยอมรับรู้ผลเสียหายได้ง่ายและเร็วกว่าการรับรู้ผลกำไรซึ่งมักจะรอไปรับรู้เมื่อเกิดขึ้นแล้วจริงเป็นส่วนใหญ่
7. รายได้ค้างรับ
เป็นลูกหนี้อีกประเภทหนึ่งนอกเหนือจากลูกหนี้การค้า หรือลูกหนี้เงินให้กู้ยืม อาจเป็นลูกหนี้จากรายได้ค่าบริการ หรือรายได้ทางการเงิน เช่น ดอกเบี้ยค้างรับ ในทำนองเดียวกับลูกหนี้อื่นๆ หากมีโอกาสที่จะได้รับไม่ครบเต็มจำนวน จำเป็นต้องมีการหักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไว้ด้วย
8. สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น
อาจเป็นลูกหนี้อื่นๆ นอกเหนือจากที่กล่าวถึงมาแล้ว ลูกหนี้เกิดจากการขอคืนภาษีแต่ยังไม่ได้รับคืน ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า เงินจ่ายล่วงหน้ากรณีต่างๆ และเงินประกัน เป็นต้น
เราได้รู้จักสินทรัพย์หมุนเวียนมาทั้งหมดแล้ว แต่ตัวเลขนี้บอกอะไรให้เราทราบได้บ้างคงจะต้องมาพูดกันต่อในคราวหน้านะคะ
........................................
ห้องสนทนา
เม้าท์ระเบิด
:
โลกกับธรรม
:
English Corner
:
ข่าวประชาสัมพันธ์
:
BKK Blog
:
Work at Home
:
Fan Zone
เกมส์
Games Flash
:
Jigsaw
:
Hang Man
:
Tetris
:
Slider
:
จับคู่
รักและคิดถึง
พบเพื่อนใหม่
:
E-Cards
:
Emotion
:
กลอนแทนใจ
:
ศาลาพักใจ
:
เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง
ฟังเพลงออนไลน์
:
ภาพยนตร์
:
VDO Clip
:
ซุบซิบดารา
:
สัมภาษณ์-เบื้องหลัง
:
เรื่องย่อละคร
:
ข่าวบันเทิง
:
ข่าวประจำวัน
:
ดวงประจำเดือน
:
ดวงประจำสัปดาห์
:
มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้
บัญชีทีเบรค
:
กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน
Everyday English
:
New Nanny
:
E-Dialog with Voice
:
รู้จักญี่ปุ่น
:
ท่องแดนอาทิตย์อุทัย
:
พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK
Business Letter
:
Song of the Week
:
On Khao San Road
:
เพลินภาษาน่ารู้
:
E-Diary
:
ศัพท์ทันโลก
:
สืบสายนิยายดัง
:
Alphabetize
:
SEX
:
วัยรุ่น วัยดึก
:
นางาซากิ
:
นานานก
:
ชีวิตหลากสี
:
ยายวันวาน
:
พาชิมริมครัว
:
IT Audit
:
Chic & Trendy
:
Indy Zone
:
เกร็ดความรู้ไอที
:
Star Corner
:
New York! New York!
:
Did you know?
:
E-Dialog
:
เสวนาธุรกิจ
BKK Center
Hot Links
:
เบอร์โทรศัพท์ฉับไว
:
About us
:
ติดต่อ BKKonline
:
BKK Design
:
Site Map
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................
Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961