 |
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
|
 |
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า |
| |

|
| |
การคิดค่าเสื่อมราคา เป็นการกระจายต้นทุนของสินทรัพย์เข้าเป็นต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายของการดำเนินงาน
ตามหลักการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ ไม่ใช่เป็นความพยายามที่จะตีราคาสินทรัพย์เพื่อให้สะท้อนราคาที่ปัจจุบันของสินทรัพย์
|
|
| |
รายการปรับปรุงสิ้นปีประเภทรายการค้าง
และรายการล่วงหน้า เราก็ได้รู้จักกันมาแล้ว วันนี้เราจะมาพูดถึงรายการปรับปรุงสิ้นปีประเภทสุดท้าย
คือ ค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ถาวร
สินทรัพย์ของธุรกิจคืออะไร
สินทรัพย์ของธุรกิจ
คืออะไรก็แล้วแต่ที่มีประโยชน์ต่อการดำเนินงานของธุรกิจ อาจจะมีตัวตน
หรือไม่มีตัวตนก็ได้ มีอายุการใช้งานสั้นๆ หรือนานๆ ก็ได้ เราจึงมีสินทรัพย์อยู่หลายประเภทในงบดุล
ในที่นี้เราจะมาทำความรู้จักกับสินทรัพย์ถาวร และสินทรัพย์ประเภทใช้สิ้นเปลือง
ซึ่งเป็นที่มาของค่าใช้จ่ายประเภท ค่าเสื่อมราคา และค่าวัสดุใช้ไป
สินทรัพย์ถาวร
หรือในปัจจุบันนิยมเรียกให้ชัดลงไปเลยว่า ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เป็นสินทรัพย์ประเภทที่มีตัวตน
จับต้องได้ (ก็แปลว่ามีสินทรัพย์ประเภทที่ไม่มีตัวตนด้วยเหมือนกัน) มีอายุการใช้งานนาน
หรือพูดง่ายๆ ว่ามีประโยชน์ต่อการดำเนินงานของธุรกิจเป็นระยะเวลานาน
จึงถือเป็นสินทรัพย์ประเภทไม่หมุนเวียน
ที่ดิน
อาคาร และอุปกรณ์ มีประโยชน์ต่อการดำเนินงานของธุรกิจเหมือนๆ กัน แต่มีลักษณะที่แตกต่างกัน
คือ ที่ดิน ถือกันว่า ไม่มีการเสื่อมค่า หรือเสื่อมสิ้น เพราะสามารถใช้งานไปได้เรื่อยๆ
อายุการใช้งานจึงมีไม่จำกัด แต่อาคาร ซึ่งอาจเป็นอาคารสำนักงาน หรืออาคารโรงงาน
ก็แล้วแต่จะมีอายุการใช้งานจำกัด อุปกรณ์ก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ประเภท
เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตสินค้า หรืออุปกรณ์ที่ใช้อยู่ในสำนักงาน ในคลังสินค้า
หรือในโชว์รูม ล้วนมีอายุการใช้งานจำกัดเช่นกัน คือเมื่อใช้งานไปได้ระยะหนึ่งสินทรัพย์นั้นๆ
จะเสื่อมสภาพจนไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ต่อไปอีก หรือถึงอาจจะยังพอใช้อยู่ได้
แต่ไม่คุ้มประโยชน์ที่จะใช้ต่อไป
เมื่อสินทรัพย์เสื่อมสภาพบันทึกบัญชีกันอย่างไร
สินทรัพย์ของธุรกิจมีไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการดำเนินงาน อาจจะเป็นประโยชน์ด้านใดก็ได้
ฉะนั้นเมื่อสินทรัพย์เสื่อมสภาพเพราะการใช้ประโยชน์ การเสื่อมนั้นจึงควรถือเป็นต้นทุน
หรือค่าใช้จ่ายของธุรกิจ ซึ่งอาจเป็นต้นทุนการผลิตหากเป็นสินทรัพย์ที่ใช้เพื่อการผลิต
เช่นอาคารโรงงาน หรือเครื่องจักร หรือถ้าหากเป็นอาคารสำนักงาน สำนักงานขาย
การเสื่อมสภาพก็ควรถือเป็นค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
บัญชีค่าใช้จ่าย
มียอดด้านเดบิต ฉะนั้นการจะบันทึกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเสื่อมสภาพของสินทรัพย์
จึงต้องเดบิตบัญชีค่าใช้จ่าย เรียกว่าบัญชีค่าเสื่อมราคา
แต่ควรจะเครดิตบัญชีอะไรดี? และด้วยจำนวนเงินเท่าไร?
ถ้าหากจะทำให้ง่าย
ก็ควรจะเครดิตบัญชีสินทรัพย์โดยตรง ซึ่งจะมีผลให้บัญชีสินทรัพย์มียอดลดลง
(ปกติบัญชีสินทรัพย์มียอดอยู่ด้านเดบิต) แต่นักบัญชีไม่ทำง่ายๆ ดังกล่าว
เนื่องจากยังมีความต้องการที่จะทราบด้วยว่าสินทรัพย์ต่างๆ ในบัญชีนั้นได้จัดหาหรือซื้อมาในราคาทุนเริ่มแรกเท่าไร
การไปลดยอดในบัญชีสินทรัพย์โดยตรงจะทำให้ข้อมูลด้านต้นทุนแรกเริ่มของสินทรัพย์ขาดหายไป
จึงไปเครดิตบัญชีที่ตั้งขึ้นมาใหม่แทน เรียกว่าบัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม
บัญชีค่าเสื่อมราคาสะสมจึงเป็นบัญชีที่ต้องมีคู่กันไปกับบัญชีสินทรัพย์ประเภท
อาคาร และอุปกรณ์ แต่มียอดตรงข้ามกัน เมื่อนำไปแสดงในงบดุล จะแสดง บัญชีสินทรัพย์
ขึ้นก่อน แล้วตามด้วย บัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม ที่ต้องนำมาหักออกจากบัญชีสินทรัพย์
(ซึ่งบันทึกไว้ในราคาทุน) ผลต่างที่ได้คือราคาสุทธิของสินทรัพย์ หรือเรียกว่า
ราคาสินทรัพย์ตามบัญชี หรือราคาตามบัญชี
การบันทึกค่าใช้จ่ายประเภทค่าเสื่อมราคา
จะทำเมื่อสิ้นงวด ซึ่งอาจเป็นรายเดือน รายไตรมาส หรือ รายปี เมื่อต้องการจัดทำงบกำไรขาดทุนและงบดุล
โดย
เดบิต
บัญชีค่าเสื่อมราคา
เครดิต
บัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม
บัญชีค่าเสื่อมราคา
และบัญชีค่าเสื่อมราคาสะสมเป็นบัญชีคนละประเภท แม้จะมีชื่อคล้ายคลึงกัน
บัญชีค่าเสื่อมราคาเป็นบัญชีค่าใช้จ่าย จึงต้องปิดโอนไปเข้าบัญชีกำไรขาดทุนเพื่อหาผลกำไรหรือขาดทุน
เรียกว่าเกิดขึ้นมาเพื่อที่จะถูกปิดไปเท่านั้นเอง แต่บัญชีค่าเสื่อมราคาสะสมไม่ใช่บัญชีค่าใช้จ่าย
เป็นบัญชีตรงข้ามของบัญชีสินทรัพย์จึงไม่ต้องถูกโอนปิดไปบัญชีกำไรขาดทุนแต่อย่างใด
และดังชื่อที่บอกไว้ในตัวว่า สะสม บัญชีนี้จึงต้องสะสมยอดไปเรื่อยๆ
คือสะสมของปีนี้ ปีหน้า และปีต่อๆ ไป บัญชีนี้จึงมียอดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ตามความเสื่อมสภาพของสินทรัพย์ ซึ่งจะมีผลให้สินทรัพย์สุทธิในงบดุลมียอดลดลงตามลำดับ
ค่าเสื่อมราคาคิดกันอย่างไร?
การคิดค่าเสื่อมราคา
เป็นการกระจายต้นทุนของสินทรัพย์เข้าเป็นต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายของการดำเนินงาน
ตามหลักการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ ไม่ใช่เป็นความพยายามที่จะตีราคาสินทรัพย์เพื่อให้สะท้อนราคาที่ปัจจุบันของสินทรัพย์
การคิดค่าเสื่อมราคาจึงไม่คำนึงถึงราคาปัจจุบันของสินทรัพย์นั้นๆ แต่อย่างใด
และนี่ก็เป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่งของตัวเลขทางการบัญชี ที่ผู้ใช้จะต้องทำความเข้าใจที่มาที่ไป
ของตัวเลขต่างๆ ก่อนนำไปใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม
เมื่อใช้หลักการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์เป็นที่ตั้ง
จึงต้องมีการคำนวณหรือประมาณว่า สินทรัพย์นั้นมีประโยชน์ทั้งหมดเท่าไร
และเมื่อมีการใช้งานในแต่ละงวดไปเท่าใดก็ต้องถือเป็นค่าเสื่อมราคาไปตามสัดส่วนของประโยชน์ที่ได้ใช้ไป
ประโยชน์ของสินทรัพย์อาจประมาณตามเวลา เช่นประมาณว่าอาคารสำนักงานจะมีอายุการใช้งานได้
20 ปี หรือตามหน่วยผลผลิต หรือหน่วยการผลิต เช่น เครื่องจักรสามารถจะผลิตสินค้าได้ทั้งหมด
5 ล้านชิ้น หรือเดินเครื่องได้นาน 20,000 ชั่วโมง เป็นต้น
การคำนวณค่าเสื่อมราคาจึงมีได้หลายวิธี
วิธีที่ง่ายและนิยมใช้คือ วิธีเส้นตรง โดยถือว่าประโยชน์ทีได้รับจากการใช้สินทรัพย์มีจำนวนเฉลี่ยเท่ากันทุกหน่วยเวลา
หรือ หน่วยผลผลิต อย่างตัวอย่างอาคารสำนักงานที่มีอายุการใช้งาน 20 ปี
การใช้ในแต่ละปีจึงคิดเป็นค่าเสื่อมราคาอาคารสำนักงานเท่ากันทุกปี หรือปีละ
5 เปอร์เซ็นต์ หรือ เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตสินค้า หากปีนี้ใช้ผลิตสินค้าจำนวน
1.2 ล้านชิ้น ก็ควรจะต้องคิดค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร ในอัตรา 1.2 /
5 หรือ 24 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น และหากสมมติต่อไปว่า อาคารสำนักงานมีราคาทุน
10 ล้านบาท ส่วนเครื่องจักรมีราคาทุน 5 ล้านบาท การบันทึกบัญชีจะเป็นดังนี้
| (1) |
เดบิต ค่าเสื่อมราคา - อาคาร |
500,000
|
|
| |
เครดิต
ค่าเสื่อมราคาสะสม อาคาร |
|
500,000 |
| |
บันทึกค่าเสื่อมราคาประจำปี
|
|
|
| |
|
|
|
| (2) |
เดบิต ค่าเสื่อมราคา เครื่องจักร
|
1,200,000 |
|
| |
เครดิต
ค่าเสื่อมราคาสะสม เครื่องจักร
|
|
1,200,000 |
| |
บันทึกค่าเสื่อมราคาประจำปี
|
|
|
| |
|
|
|
| (3) |
เดบิต บัญชีกำไรขาดทุน
|
500,000 |
|
| |
เครดิต
ค่าเสื่อมราคา อาคาร
|
|
500,000 |
| |
โอนปิดบัญชีค่าเสื่อมราคาไปบัญชีกำไรขาดทุน
|
|
|
| |
|
|
|
| (4) |
เดบิต บัญชีกำไรขาดทุน
|
1,200,000 |
|
| |
เครดิต
ค่าเสื่อมราคา เครื่องจักร
|
|
1,200,000 |
| |
โอนปิดบัญชีค่าเสื่อมราคาไปบัญชีกำไรขาดทุน |
|
|
| เดบิต |
บัญชี ค่าเสื่อมราคา - อาคาร |
เครดิต |
| เดบิต |
บัญชี บัญชี ค่าเสื่อมราคาสะสม - อาคาร |
เครดิต |
| เดบิต |
บัญชี ค่าเสื่อมราคา - เครื่องจักร |
เครดิต |
| (2)
1,200,000
|
(4)
1,200,000
|
| |
|
| เดบิต |
บัญชี บัญชี ค่าเสื่อมราคาสะสม - เครื่องจักร
|
เครดิต |
| เดบิต |
บัญชี กำไรขาดทุน |
เครดิต |
| (3)
500,000 |
|
| (4)
1,200,000
|
|
งบดุลส่วนที่เป็นรายการอาคารและอุปกรณ์ จะเป็นดังนี้
อาคาร
|
|
อาคาร ราคาทุน |
10,000,000 |
หัก ค่าเสื่อมราคาสะสม อาคาร |
500,000 |
| อาคารราคาสุทธิ |
9,500,000 |
| |
|
อุปกรณ์
|
|
เครื่องจักร ราคาทุน |
5,000,000 |
หัก ค่าเสื่อมราคาสะสม เครื่องจักร |
1,200,000 |
| เครื่องจักรราคาสุทธิ |
3,800,000 |
........................................
|
|
|