บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา


 
ทำบัญชีอย่างง่าย
Front Office & Back Office
เกร็ดเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีของกิจการ SMEs
การแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ใบกำกับภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
 
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า
 


Download ตัวอย่างงบการเงิน

  งบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548
  งบการเงิน บมจ. ยงไทย
 

   
รายการปรับปรุงสิ้นปี ไม่ยากอย่างที่กลัว: รายการค้าง ยุพา กาญจนดุล
  ๒๗ มิ.ย. ๔๙ yupha@bkkonline.com

 
“รายการค้าง เป็นรายการลักษณะตรงกันข้ามกับรายการล่วงหน้า คือ มีรายได้หรือค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่มีการรับเงินหรือจ่ายเงิน ฉะนั้นตลอดระยะเวลาที่มีรายได้หรือค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นจะไม่มีการบันทึกรายการใดๆ เลย แต่เมื่อถึงวันสิ้นงวดที่ต้องมีการจัดทำงบการเงิน และเพื่อให้งบการเงินแสดงสถานะภาพที่ตรงกับความจริง จึงต้องปรับปรุงบันทึกรายได้และค่าใช้จ่ายที่ยังไม่เคยได้รับการบันทึก”

 

       คราวที่แล้วเราได้พูดถึงรายการล่วงหน้าไปแล้ว และคราวนี้จะได้พูดถึงรายการค้าง แต่เพื่อให้เกิดการต่อเนื่อง จึงนำบางส่วนมากล่าวถึงในครั้งนี้ด้วย

     การปรับปรุงบัญชีในวันสิ้นงวดก็เพื่อให้ บัญชีรายได้ และบัญชีค่าใช้จ่าย ไปปรากฏในงบกำไรขาดทุนถูกต้องตามที่ควรจะเป็น โดยอาจแยกเป็นรายการประเภท รายการล่วงหน้า และรายการค้าง ดังนี้

  (รับ/จ่าย) ล่วงหน้า ค้าง (รับ/จ่าย)
รายได้ รายได้รับล่วงหน้า รายได้ค้างรับ
ค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย

     รายการล่วงหน้า ได้แก่รายการที่มีการรับเงิน และการจ่ายเงินเกิดขึ้นก่อน จึงต้องมีการบันทึกรายการรับล่วงหน้า หรือจ่ายล่วงหน้าในขณะนั้นทันที แต่เมื่อถึงวันสิ้นงวดต้องมีการลดยอดรายได้รับล่วงหน้า หรือค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าลงตามส่วนของระยะเวลาที่ผ่านไป และนำส่วนนี้ไปบันทึกเป็นรายได้หรือค่าใช้จ่ายสำหรับระยะเวลาที่ผ่านมานั้น จึงถือว่ารายการล่วงหน้าเป็นรายการที่การรับหรือจ่ายเงิน เกิดขึ้นก่อนการบันทึกเป็นรายได้หรือค่าใช้จ่าย

     รายการค้าง เป็นรายการลักษณะตรงกันข้ามคือ มีรายได้หรือค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่มีการรับเงินหรือจ่ายเงิน ฉนั้นตลอดระยะเวลาที่มีรายได้หรือค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นจะไม่มีการบันทึกรายการใดๆ เลย แต่เมื่อถึงวันสิ้นงวดที่ต้องมีการจัดทำงบการเงิน และเพื่อให้งบการเงินแสดงสถานะภาพที่ตรงกับความจริง จึงต้องปรับปรุงบันทึกรายได้และค่าใช้จ่ายที่ยังไม่เคยได้รับการบันทึก เพื่อให้ได้ยอดบัญชีที่ตรงกับความเป็นจริง อย่างนี้อาจมีคนนึกในใจว่านักบัญชีมีลักษณะหน้าไหว้หลังหลอก ก็โถเวลายังไม่ต้องทำงบการเงินล่ะก็ ปล่อยให้ตัวเลขในบัญชีไม่ตรงกับความเป็นจริงอยู่ได้เป็นนานสองนาน พอจะต้องทำงบการเงินขึ้นเพื่อไปให้ใครต่อใครดูจึงค่อยรีบมาบันทึก ก็มีส่วนจริงอยู่บ้างหรอกค่ะ แต่ว่าขืนนักบัญชีจะลุกขึ้นมาทำเป็นขยัน นั่งบันทึกรายได้และค่าใช้จ่ายเป็นรายวันทุกๆ วัน ที่มีรายได้และค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น จะทำให้เกิดภาระในการบันทึกมากมาย แถมบันทึกไปแล้วก็ไม่มีการสรุปตัวเลขใดๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์เลย นักบัญชีก็เลยสรุปว่า เสียเวลาไม่คุ้มค่าค่ะ เมื่อไรที่จะต้องสรุปตัวเลขในบัญชีแยกประเภทเพื่อจัดทำงบการเงินจึงค่อยปรับปรุงน่าจะดีกว่า (ตอนสิ้นงวดนี้ถ้ายังขืนไม่ยอมบันทึกอีกล่ะก็ หมดสิ้นกันเลยกับความเชื่อถือได้ของงบการเงิน )

     เมื่อบันทึกเป็นรายได้หรือค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริงในด้านหนึ่งแล้ว อีกด้านหนึ่งก็บันทึกเป็นรายการค้างรับ หรือ ค้างจ่าย แล้วแต่กรณีดังนี้ค่ะ

     รายการรายได้
     บัญชีแยกประเภทรายได้ มีลักษณะเดียวกับบัญชีทุน (เพราะรายได้ท้ายที่สุดก็ตกไปสู่เจ้าของกิจการ) จึงมียอดด้านเครดิต บัญชีอีกด้านที่ต้องบันทึกก็คือบัญชีรายได้ค้างรับ เพราะยังไม่ได้รับ มีลักษณะเป็นสินทรัพย์ของกิจการ มียอดอยู่ทางด้านเดบิต ด้านเดียวกับบัญชีลูกหนี้ รายได้ค้างรับมีลักษณะใกล้เคียงกับลูกหนี้มาก เพราะเป็นสิทธิ์ของกิจการที่จะได้รับเงินสดเข้ามาในไม่ช้านี้ การบันทึกจึงเป็นดังนี้

          เดบิต รายได้ค้างรับ
          เครดิต รายได้

     รายการค่าใช้จ่าย
     บัญชีค่าใช้จ่ายมียอดทางด้านเดบิต ตรงกันข้ามกับด้านรายได้ จึงเดบิตบัญชีค่าใช้จ่าย ส่วนอีกด้านก็เครดิตบัญชีค่าใช้จ่ายค้างจ่าย บัญชีค่าใช้จ่ายค้างจ่ายนี้มียอดอยู่ทางด้านเครดิต ด้านเดียวกับบัญชีเจ้าหนี้ ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายเป็นหนี้สินของกิจการเช่นเดียวกับเจ้าหนี้เหมือนกัน เพราะเป็นภาระผูกพันของกิจการที่จะต้องชำระหรือจ่ายเงิน การบันทึกจะเป็นดังนี้

          เดบิต ค่าใช้จ่าย
          เครดิต ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย

     รายได้ค้างรับ เช่นกิจการมีเงินสดเหลือเฟือ ไม่อยากเก็บไว้เฉยๆ หรือฝากออมทรัพย์ก็ได้ดอกเบี้ยไม่กี่สตางค์ และหากเศรษฐกิจยังทรงๆ อยู่อย่างนี้ก็ไม่อยากขยับขยายอะไรมากมาย ก็อาจจะนำเงินสดที่เหลือใช้อยู่นี้ไปลงทุนซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่ให้ดอกเบี้ย 6 % หากพันธบัตรนี้ลงวันที่ 1 กันยายน 2544 จ่ายดอกเบี้ยทุกหกเดือน ในวันที่ 1 มีนาคม และ 1 กันยายน ของทุกปี

     วันที่ 1 กันยายน 2544 เมื่อซื้อพันธบัตร 400,000 บาท จะบันทึกรายการตามปกติ คือสินทรัพย์เงินสดลดลง แต่สินทรัพย์ประเภทพันธบัตร หรือเงินลงทุน เพิ่มขึ้น

     ตลอดระยะเวลาตั้งแต่เมื่อเริ่มซื้อพันธบัตรเข้ามา กิจการจะมีรายได้ดอกเบี้ยรับเกิดขึ้นทุกวัน โดยไม่มีการบันทึกรายการใดๆ จนถึงวันสิ้นงวด ธันวาคม 2544 จึงต้องบันทึกรายได้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ซื้อพันธบัตร (1 ก.ย.44) จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2544 เป็นรายได้ดอกเบี้ยรับ รวม 8,021.92 บาท สำหรับระยะเวลา 122 วัน และดอกเบี้ยรับทั้งหมดนี้ยังไม่ได้รับเลย จึงเป็นดอกเบี้ยค้างรับทั้งหมดดังนี้

เดบิต บัญชีดอกเบี้ยค้างรับ เครดิต
28 ธ.ค.                                8,021.92  
   

เดบิต บัญชีดอกเบี้ยรับ เครดิต
  28 ธ.ค.                                8,021.92
   

     บัญชีดอกเบี้ยรับเป็นบัญชีประเภทรายได้ ซึ่งเป็นบัญชีชั่วคราว จะถูกโอนปิดไปเข้าบัญชีกำไรขาดทุนเพื่อหาผลการดำเนินงานของกิจการ ส่วนบัญชีดอกเบี้ยค้างรับ เป็นบัญชีสินทรัพย์จึงไม่ต้องปิดไปไหน แต่นำไปแสดงในงบดุล

     ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย เช่น พนักงานของกิจการไปต่างประเทศในช่วงสิ้นปีเป็นเวลานาน ไม่สามารถมารับเงินเดือนในวันสิ้นเดือนได้ ที่จริงแล้วกิจการได้ใช้แรงงานของพนักงานไปแล้ว จึงมีภาระที่ต้องชำระ และถือเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเดือนธันวาคมได้แล้ว แต่เนื่องจากรายการนี้ยังไม่มีการจ่ายเงิน จึงถือเป็นรายการค้างชำระ ที่ต้องปรับปรุงในวันสิ้นงวดดังนี้

เดบิต บัญชีเงินเดือน เครดิต
28 ธ.ค.                                45,000.00  
   

เดบิต บัญชีเงินเดือนค้างจ่าย เครดิต
  28 ธ.ค.                                45,000.00
   

     แล้วรายการค้างจะจบลงแค่ตรงนี้เองหรือ แน่นอนจะต้องมีการรับเงินสด และจ่ายเงินสดเกิดขึ้นในปีต่อไปอีก แต่ในชั้นนี้เราจะยังไม่กล่าวถึงรายการใดๆ ทั้งสิ้นที่จะเกิดขึ้นในปีถัดมา เพื่อไม่ให้เรื่องง่ายๆ ต้องกลายมาเป็นเรื่องยากสร้างความสับสนมากมายให้เกิดขึ้นโดยไม่จำเป็นนะคะ

........................................



 

ห้องสนทนา   เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home : Fan Zone
เกมส์   Games Flash : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
รักและคิดถึง   พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : Emotion : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง   ฟังเพลงออนไลน์ : ภาพยนตร์ : VDO Clip : ซุบซิบดารา : สัมภาษณ์-เบื้องหลัง : เรื่องย่อละคร : ข่าวบันเทิง : ข่าวประจำวัน : ดวงประจำเดือน : ดวงประจำสัปดาห์ : มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้   บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน   Everyday English : New Nanny : E-Dialog with Voice : รู้จักญี่ปุ่น : ท่องแดนอาทิตย์อุทัย :พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK   Business Letter : Song of the Week : On Khao San Road : เพลินภาษาน่ารู้ : E-Diary : ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก : ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone : เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York! : Did you know? : E-Dialog : เสวนาธุรกิจ
BKK Center   Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline : BKK Design : Site Map

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................

Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961