บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา


 
ทำบัญชีอย่างง่าย
Front Office & Back Office
เกร็ดเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีของกิจการ SMEs
การแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ใบกำกับภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
 
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า
 


Download ตัวอย่างงบการเงิน

  งบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548
  งบการเงิน บมจ. ยงไทย
 

   
ผู้ใช้ (ประโยชน์) ตัวเลขบัญชี ยุพา กาญจนดุล
  ๒๘ ก.พ. ๔๔  

 
      "การบัญชีที่เน้นประโยชน์ของกลุ่มที่อยู่ภายนอกองค์กรเป็นหลัก เรียกว่า การบัญชีการเงิน ส่วนการบัญชีที่เน้นประโยชน์สำหรับการใช้ตัดสินใจภายในองค์กร เอง เรียกว่า การบัญชีบริหาร หรือการบัญชีเพื่อการจัดการ โอ๊ะๆ อย่าเพิ่งเข้าใจนะคะ ว่า งั้น แต่ละองค์กร ก็มีบัญชีคนละ 2 ชุดซี ไม่ใช่แน่นอนค่ะ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นกรมสรรพากรเอาผิดตายเลย"

วันนี้เราจะมาดูกันซิว่า มีใครได้รับประโยชน์จากตัวเลขบัญชีกันบ้าง และประโยชน์ที่ว่านั้นคืออะไร

    ผู้ใช้ประโยชน์จากตัวเลขบัญชี แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ ผู้ใช้ที่อยู่ภายในองค์กร เช่น ผู้บริหาร และพนักงานของกิจการ และผู้ใช้ที่อยู่ภายนอกองค์กร เช่น เจ้าหนี้ ลูกค้า ผู้ลงทุน (ในกรณีที่เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์) และรัฐบาล หรือ หน่วยงานที่ควบคุมดูแลธุรกิจนั้นๆ
    ผู้ใช้ 2 กลุ่มนี้นักบัญชีถือว่าแตกต่างกันมาก แตกต่างกันมากในแง่ของความสามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลได้ลึกซึ้งต่างกัน กลุ่มที่อยู่ภายในองค์กร ได้เปรียบกว่ากลุ่มที่อยู่ภายนอกองค์กร เพราะสามารถเข้าถึงข้อมูลทางการบัญชีได้โดยไม่มีข้อจำกัด แถมยังเป็นผู้กำหนดนโยบาย และจัดทำบัญชีเองอีกด้วย เพื่อป้องกันผลประโยชน์ของผู้ใช้ตัวเลขบัญชีกลุ่มที่อยู่ภายนอกองค์กร จึงต้องมีหลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เคร่งครัดรัดกุม ในการจัดทำบัญชีอย่างพอเพียง เพื่อให้ตัวเลขบัญชีนั้นน่าเชื่อถือ และเป็นประโยชน์ในการนำไปใช้ช่วยตัดสินใจได้อย่างแท้จริง
การบัญชีที่เน้นประโยชน์ของกลุ่มที่อยู่ภายนอกองค์กรเป็นหลัก เรียกว่า การบัญชีการเงิน ส่วนการบัญชีที่เน้นประโยชน์สำหรับการใช้ตัดสินใจภายในองค์กรเอง เรียกว่า การบัญชีบริหาร หรือการบัญชี เพื่อการจัดการ โอ๊ะๆ อย่าเพิ่งเข้าใจนะคะ ว่า งั้น แต่ละองค์กร ก็มีบัญชีคนละ 2 ชุดซิ ไม่ใช่แน่นอนค่ะ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นกรมสรรพากรเอาผิดตายเลย ที่จริงแล้วการบัญชีทั้งสองประเภทนี้ ก็ตั้งอยู่บนพื้นฐาน และหลักการเดียวกัน เพียงแต่เมื่อมาถึงในส่วนที่เป็นการทำขึ้น เพื่อใช้ประโยชน์ภายในองค์กรเอง ซึ่งอาจมีรายละเอียดต่างๆ เพิ่มมากขึ้น หลักการที่เกี่ยวข้องในส่วนนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเคร่งครัด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของบุคคลภายนอกอีกต่อไป องค์กรหนึ่งๆ จึงมีระบบบัญชีแต่เพียงระบบเดียวเท่านั้น โดยยึดหลักการบัญชีการเงินเป็นแกนสำคัญ หลักการบัญชีที่เราจะนำมาคุยในที่นี้จึงเป็นเรื่องการบัญชีการเงิน (ซึ่งที่จริงแล้วก็มีประโยชน์ใช้ในการตัดสินใจภายในองค์กรได้ด้วย) เป็นส่วนใหญ่
ประโยชน์ของตัวเลขบัญชีนั้นมีแน่ๆ และมีมากเสียด้วย ไม่งั้นวิชาการบัญชีก็คงล่มสลายไม่อยู่มาได้จนป่านนี้แน่นอน เรามาดูด้านกลุ่มผู้ใช้ที่อยู่ภายนอกองค์กรกันก่อนดีกว่า กลุ่มนี้เราอาจเรียกว่า ผู้ใช้งบการเงิน ก็ได้ เพราะตัวเลขบัญชีที่จัดทำขึ้นสำหรับผู้ใช้กลุ่มนี้จะอยู่ในรูปของงบการเงิน ซึ่งประกอบด้วย งบดุล (แสดงให้เห็นถึง ฐานะการเงินขององค์กร ณ วันใดวันหนึ่ง ว่าองค์กรนั้นๆ มีฐานะเป็นอย่างไร มั่งคั่งแค่ไหน หรือใกล้จะแย่แล้ว) งบกำไรขาดทุน (เป็นงบหรือรายงาน ที่แสดงผลการดำเนินงานขององค์กร หรือฝีมือขององค์กร) และงบกระแสเงินสด (สรุปการเคลื่อนไหวด้านเงินสดขององค์กร)
งบการเงินเป็นผลผลิตของการบัญชี ที่แจกจ่ายอย่างเปิดเผยให้แก่คนทั่วไป ใครๆ ก็สามารถดูได้ ซึ่งเป็นข้อกำหนดของกฎหมายให้องค์กร ต้องทำงบการเงินอย่างน้อยปีละครั้งส่งให้แก่ทางการ และมีเก็บไว้ที่กระทรวงพาณิชย์ สำหรับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ก็จะต้องส่งงบการเงินนี้ให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วย แถมยังต้องส่งงบการเงินรายไตรมาสเพิ่มเป็นพิเศษอีกด้วย เพื่อรายงานผลการดำเนินงาน และฐานะของกิจการให้ผู้ลงทุนได้มีโอกาสรับทราบเป็นระยะๆ ในเวลาที่ไม่ห่างไกลกันเกินไป ซึ่งจะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถประเมินผล และติดตามการดำเนินงานของกิจการนั้นๆ ได้อย่างพอเพียง
ใครบ้างเอ่ยที่ต้องใช้งบการเงินประกอบการตัดสินใจ หรือประกอบการทำงาน แน่นอนมาเป็นอันดับแรกต้องได้แก่ กรมสรรพากร ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการจัดเก็บภาษีเงินได้ (เพื่อดูว่า จำนวนเงินที่จะต้องเสียภาษีควรเป็นเท่าไร และการคำนวณภาษีนั้นได้กระทำอย่างถูกต้องเหมาะสมหรือไม่) กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานควบคุมที่ทำหน้าที่ดูแลธุรกิจบางประเภทเป็นเฉพาะพิเศษ (เพื่อดูว่ากิจการนั้นๆ มีการดำเนินงานเป็นไปตามข้อบังคับของกฎหมายหรือไม่อย่างไร) เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานประกันภัย เป็นต้น
ผู้ใช้งบการเงินรายใหญ่ต่อมาก็ได้แก่เจ้าหนี้ โดยเฉพาะเจ้าหนี้เงินกู้ ซึ่งมักเป็นสถาบันการเงิน ก็จะดูว่ากิจการเจ้าของงบการเงินนั้นๆ ควรได้รับการอนุมัติให้กู้เงินหรือไม่ อย่างไร คือจะดูว่าถ้านำเงินกู้เข้าไปรวมกับสินทรัพย์เดิมที่มีอยู่ของกิจการ และด้วยฝีมือจากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา จะสามารถดำเนินการตามโครงการที่ขออนุมัติ ได้สำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่ โดยจะมีเงินเหลือที่จะชำระดอกเบี้ย และเงินต้นคืนกลับได้ในเวลาที่กำหนดหรือไม่ หรือเมื่อปล่อยกู้ไปแล้ว ก็จะดูว่าสมควรจะเรียกหนี้คืนเร็วกว่ากำหนดหรือไม่ หรือตรงกันข้าม
ในกรณีที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ผู้ใช้งบการเงินรายใหญ่สุด คือผู้ลงทุนซื้อ/ขายหุ้น ที่ใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะซื้อหุ้นกิจการใดดี ในราคาเท่าไร ซื้อเมื่อไร และควรจะขายเมื่อไร ในราคาเท่าใด แต่สำหรับในเมืองไทยแล้ว คงมีผู้ลงทุนรายย่อยจำนวนมากที่ซื้อ/ขายหุ้น โดยไม่เคยเหลียวมองงบการเงินของกิจการที่ตนเข้าไปลงทุนเลยแม้แต่น้อย จึงมีเหตุการณ์ที่ผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนจำนวนมากงุนงง สงสัยว่าเหตุใด งบการเงินของบริษัทที่เพิ่งเปิดเผยวันนี้ก็แสนจะดีด้วยประการทั้งปวง ทั้งผลการดำเนินงาน และสินทรัพย์ที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องกันมาโดยตลอด อีกทั้งองค์ประกอบของสินทรัพย์ และหนี้สิน ก็มีเหตุมีผล และเป็นสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่มีวี่แววที่จะทำให้เกิดปัญหาด้านสภาพคล่องได้เลย แต่ราคาซื้อ/ขายหุ้นในวันนั้นและต่อๆ มากลับลดลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ และบางครั้งก็เป็นเหตุการณ์ด้านตรงกันข้าม ทั้งนี้ก็เป็นเพราะว่า ผู้ลงทุนไม่ให้ความสำคัญกับตัวเลขในงบการเงิน แต่ไปให้ความสำคัญกับปัจจัยอื่นๆ ที่อยู่นอกงบการเงินมากกว่า แต่สำหรับผู้ลงทุนขนาดใหญ่ หรือผู้ลงทุนประเภทสถาบัน หรือกองทุนทั้งหลาย จำเป็นต้องใช้งบการเงินประกอบการตัดสินใจซื้อ/ขายหุ้น อย่างแน่นอน
ผู้บริหารเองก็อาศัยงบการเงินประเมินสถานะของตนเองได้ ในทำนองเดียวกับบุคคลภายนอกเช่นกัน หรือแม้แต่พนักงานขององค์การก็อาจจะชำเลืองมองงบการเงิน เพื่อดูว่ากิจการที่ตนทำงานด้วยนั้นมีสถานะการเงิน และความสามารถขนาดใด จะหวังเป็นที่พึ่งได้ยาวนานเพียงไร ควรจะเตรียมทางหนีทีไล่ไว้บ้างดีหรือไม่ เพราะดีไม่ดีอาจถูกยื่นซองขาวได้ง่ายๆ โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจตกต่ำเช่นนี้
นอกจากงบการเงินที่เป็นผลผลิตที่สำคัญ และเปิดเผยทั่วไปของการบัญชี แล้ว เรายังอาจใช้ประโยชน์จากตัวเลขบัญชี ในรูปของรายงานต่างๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจดำเนินงานขององค์กรได้อีกด้วย รายงานเหล่านี้อาจมีรูปแบบแตกต่างกันได้มาก ขึ้นอยู่กับลักษณะการดำเนินงาน และการตัดสินใจของแต่ละองค์กร เป็นแต่ละกรณีไป จึงมักเป็นรายงานที่จัดทำขึ้นใช้เองภายในองค์กร และไม่เปิดเผยทั่วไป


ตัวอย่างเช่น คุณสมศรี เจ้าของธุรกิจขนาดย่อม ผู้ผลิตสินค้าสำหรับส่งออก อาจอึดอัดเป็นกำลังเมื่อมีคำสั่งซื้อเข้ามามามากมาย แต่ไม่มีเงินไปซื้อวัตถุดิบ เพื่อทำงานตามคำสั่งซื้อที่ได้รับเข้ามา และนั่งสงสัยว่าเงินเราหายไปไหนหมด ก็ในเมื่อขายดิบขายดีมาโดยตลอด จนผลิตแทบไม่ทัน แล้วมาเงินขาดมือได้อย่างไร
คำตอบของปัญหานี้อาจหาได้จากการวิเคราะห์ตัวเลขบัญชี ซึ่งอาจเกิดจากเงินทุนหมุนเวียนของกิจการ มีอยู่ไม่มากพอที่จะรองรับการเก็บเงินจากลูกค้า ที่มีระยะเวลาชำระหนี้ยาวมากกว่าปกติ หรือความสามารถในการเก็บเงินจากลูกค้าไม่ดีพอ หรือไม่พอรองรับการมีวงจรการผลิตสินค้าที่ใช้เวลานาน ทั้งนี้เพราะเงินทุนส่วนใหญ่ที่มี ได้ใช้ไปในการจัดหาเครื่องจักร และโรงงานจนเกือบหมด หรือที่แย่กว่านั้นก็คือ ราคาสินค้าที่ขายอาจไม่คุ้มค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่มี (เพราะมีค่าใช้จ่ายจำนวนมากที่อาจมองเห็นไม่ชัดเจน ทำให้ไม่ได้นำมาคำนึงในการกำหนดราคาสินค้า หรือในกรณีที่ไม่สามารถกำหนดราคาขายได้เอง จำเป็นต้องคล้อยตามตลาด ราคาขายนั้นอาจไม่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เกิดจากการกู้ยืมมาลงทุน หรือเกิดจากประสิทธิภาพการผลิตที่ทำให้ต้นทุนสูงกว่าที่ควร ซึ่งบางครั้งก็เป็นปัจจัยที่กิจการสามารถควบคุมได้ และบางปัจจัยก็อยู่นอกเหนือการควบคุมของกิจการ) ฉะนั้นยิ่งขายมากก็ยิ่งขาดทุนมาก เงินก็ขาดมือได้ หรือในกรณีที่นำเงินส่วนตัว และเงินของกิจการมาปะปนกันจนแยกไม่ออก ก็อาจเป็นได้ว่ามีการเบิกเงินไปใช้จ่ายในครอบครัวมากกว่าที่ควร หรือมากกว่าผลกำไรที่หาได้ ทำให้เงินหมุนเวียนในกิจการลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ
หากองค์กรมีระบบบัญชีที่ดี สามารถใช้ประโยชน์จากตัวเลขบัญชีได้อย่างเต็มที่ บางทีอาจไม่จำเป็นต้องรอให้มีปัญหาเกิดขึ้นก่อน ก็สามารถจะมองเห็นแนวทางของปัญหาที่เริ่มก่อตัวได้แล้ว ทำให้สามารถแก้ไขได้ทัน ก่อนที่ปัญหานั้นจะพอกพูนจนยากแก่การแก้ไข


 

ห้องสนทนา   เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home : Fan Zone
เกมส์   Games Flash : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
รักและคิดถึง   พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : Emotion : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง   ฟังเพลงออนไลน์ : ภาพยนตร์ : VDO Clip : ซุบซิบดารา : สัมภาษณ์-เบื้องหลัง : เรื่องย่อละคร : ข่าวบันเทิง : ข่าวประจำวัน : ดวงประจำเดือน : ดวงประจำสัปดาห์ : มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้   บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน   Everyday English : New Nanny : E-Dialog with Voice : รู้จักญี่ปุ่น : ท่องแดนอาทิตย์อุทัย :พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK   Business Letter : Song of the Week : On Khao San Road : เพลินภาษาน่ารู้ : E-Diary : ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก : ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone : เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York! : Did you know? : E-Dialog : เสวนาธุรกิจ
BKK Center   Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline : BKK Design : Site Map

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................

Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961