| มีประกาศสภาวิชาชีพบัญชีอยู่ ๓ ฉบับ ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๙ เป็นการแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ในเรื่องดังต่อไปนี้
ประกาศสภาวิชาชีพบัญชี
- ฉบับที่ ๒๔/๒๕๔๙ เรื่อง แก้ไขมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ ๒๗
โดยประกาศฉบับนี้ให้ใช้ มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ ๒๗ (ปรับปรุง ๒๕๔๙)
เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลในงบการเงินของธนาคารและสถาบันการเงินที่คล้ายคลึงกัน
แทนฉบับที่ ๒๗ เดิม
- ฉบับที่ ๒๕/๒๕๔๙ เรื่อง การบันทึกบัญชีเมื่อมีการตีราคาใหม่
- ฉบับที่ ๒๖/๒๕๔๙ เรื่อง การปฏิบัติตามวิธีการบัญชีเกี่ยวกับมาตรฐานการบัญชี
ฉบับที่ ๔๔ เรื่อง งบการเงินรวมและการบัญชีสำหรับเงินลงทุนในบริษัทย่อย
จะขอกล่าวถึงประกาศสภาวิชาชีพบัญชี ฉบับที่ ๒๕/๒๕๔๙ เรื่อง การบันทึกบัญชีเมื่อมีการตีราคาใหม่
ซึ่งระบุว่า เมื่อมีการตีราคาใหม่ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ ๓๒ เรื่อง
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ให้ปฏิบัติโดยมีทางเลือก ๒ วิธี คือ
๑. ปฏิบัติตามวิธีการเดิม ที่กำหนดไว้ในมาตรฐานการบัญชีฉบับที่
๓๒ ในย่อหน้าที่ ๓๘ หรือ
๒. ปฏิบัติตามเกณฑ์ราคาทุน เมื่อมีการตีราคาเพิ่มขึ้น (วิธีใหม่
ที่คงราคาทุนเดิมไว้ และแยกราคาที่ตีเพิ่มขึ้นออกไปต่างหาก)
เท่ากับว่าประกาศฉบับที่ ๒๕/๒๕๔๙ นี้ เพิ่มทางเลือกแก่ผู้ปฏิบัติให้สามารถบันทึกบัญชีและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการตีราคาสินทรัพย์เพิ่มด้วยวิธีการใหม่ได้
นอกเหนือจากการบันทึกตามมาตรฐานการบัญชีด้วยวิธีเดิม
ตัวอย่าง การปฏิบัติตามวิธีการเดิม และวิธีการใหม่
(ที่เป็นทางเลือก) มีดังต่อไปนี้
ต้นปี 25X1 บริษัทซื้อเครื่องจักรราคาทุน 120,000 บาท อายุการใช้งาน
6 ปี สิ้นปี 25X2 ราคาประเมินเครื่องจักรเท่ากับ 100,000 บาท
| ราคาทุน |
120,000 |
| หัก ค่าเสื่อมราคาสะสม |
(40,000) |
| ราคาตามบัญชี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25X2 |
80,000 |
วิธีการเดิม
บันทึกการตีราคาเครื่องจักรใหม่
| เดบิต |
ค่าเสื่อมราคาสะสม - เครื่องจักร |
40,000 บาท |
|
| |
เครดิต เครื่องจักร |
|
40,000 บาท |
| เดบิต |
เครื่องจักร |
20,000 บาท |
|
| |
เครดิต ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์
|
|
20,000 บาท |
รายการบัญชีข้างต้น เป็นการนำค่าเสื่อมราคาสะสมหักจากราคาตามบัญชีเพื่อให้ได้ราคาตามบัญชีสุทธิ
แล้วนำราคาตามบัญชีสุทธิมาปรับให้เป็นราคาที่ตีใหม่
กล่าวคือ ปรับราคาทุนจาก 120,000 บาท (ราคาทุนเดิม)
ให้เป็น 80,000 บาท (ราคาตามบัญชีสุทธิ ณ สิ้นปี 25X2) แล้วปรับเพิ่มราคาของสินทรัพย์เป็นราคาที่ตีใหม่
คือ ปรับจาก 80,000 บาท ให้เป็น 100,000 บาท โดย 20,000 บาท ที่ตีเพิ่มนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของราคาเครื่องจักร
และเพิ่มเข้าเป็น ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ ในส่วนของผู้ถือหุ้น
จากนั้น คำนวณค่าเสื่อมราคาตามอายุการใช้งานที่เหลือ คือ 4 ปี จากราคาทุน
100,000 บาท (ราคาที่ตีใหม่) โดยคิดค่าเสื่อมราคาปีละ 25,000 บาท
(100,000 หาร 4 ปี)
ปี 25X3 คิดค่าเสื่อมราคา
| เดบิต |
ค่าเสื่อมราคา - เครื่องจักร |
25,000 บาท |
|
| |
เครดิต ค่าเสื่อมราคาสะสม เครื่องจักร |
|
25,000 บาท |
วิธีใหม่ (ทางเลือก)
บันทึกการตีราคาเครื่องจักรใหม่
| ๑) เดบิต |
เครื่องจักร - ราคาที่ตีเพิ่ม |
20,000 บาท |
|
| |
เครดิต ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์
|
|
20,000 บาท |
ปี 25X3 คิดค่าเสื่อมราคา
| ๒) เดบิต |
ค่าเสื่อมราคา เครื่องจักร
(ตามต้นทุนเดิม) |
20,000 บาท |
|
| |
เครดิต ค่าเสื่อมราคาสะสม เครื่องจักร
|
|
20,000 บาท |
| |
|
|
|
| ๓) เดบิต |
ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์เพิ่ม
|
|
5,000 บาท |
| |
เครดิต ค่าเสื่อมราคาสะสม เครื่องจักร
ส่วนที่ตีราคาเพิ่ม |
|
5,000 บาท |
โปรดสังเกตว่า วิธีใหม่ มีทางเลือกให้แยกราคาที่ตีเพิ่มแยกออกมาเป็น
บัญชีต่างหาก ชื่อว่า เครื่องจักร ราคาที่ตีเพิ่ม ทำให้เราสามารถติดตามราคาทุนเดิม
และราคาที่ตีเพิ่มได้ตลอดเวลา
การเปิดเผยในงบการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25X3
วิธีเดิม
| ราคาทุน เครื่องจักร (ที่ปรับราคาทุนเป็นราคาที่ตีใหม่แล้ว) |
100,000 |
|
| หัก ค่าเสื่อมราคาสะสม (ราคาทุนเดิม)
|
(25,000) |
75,000 |
ตามวิธีเดิม ส่วนเกินทุนจะแสดงยอดอยู่ในส่วนของผู้ถือหุ้น (ส่วนทุน)
จำนวนเงิน 20,000 บาท และจะปรับเพิ่มหรือลดเมื่อมีการตีราคาใหม่ในคราวต่อไป
หรือเมื่อมีการด้อยค่าของสินทรัพย์ในอนาคต
วิธีใหม่ (ทางเลือก)
| ราคาทุน (ราคาทุนเดิม)
|
120,000 |
|
| หัก ค่าเสื่อมราคาสะสม (ราคาทุนเดิม)
|
(60,000) |
60,000 |
| |
|
|
| เครื่องจักร ราคาที่ตีเพิ่ม |
20,000 |
|
| หัก ค่าเสื่อมราคาสะสม เครื่องจักรส่วนที่ตีราคาเพิ่ม |
(5,000) |
15,000 |
ตามวิธีใหม่ จะมีส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์เพิ่ม จำนวนเงิน
(15,000) บาท แสดงอยู่ในส่วนของผู้ถือหุ้น (หรือส่วนทุน) โดยจำนวนเงินดังกล่าวเกิดจากผลของรายการบัญชีที่
๑ และ ๓ ตามวิธีใหม่ข้างบน
สาระสำคัญของการเปลี่ยนแปลงแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ฉบับที่ ๓๒ เรื่อง ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ จึงอยู่ที่วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับ
การตีราคาสินทรัพย์ใหม่ ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มทางเลือก และปรับวิธีปฏิบัติทางบัญชีให้กับการจัดทำงบการเงิน
ในส่วนที่เกี่ยวกับการตีราคาสินทรัพย์
|