บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา
บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา
accounting
Accounting
บัญชี
หลักการบัญชี
ความรู้ทางบัญชี
ทำบัญชีอย่างง่าย
Front Office & Back Office
เกร็ดเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีของกิจการ SMEs
การแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ใบกำกับภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า
Download ตัวอย่างงบการเงิน
งบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548
งบการเงิน บมจ. ยงไทย
แม่บทการบัญชี (๒)
วิโรจน์ เฉลิมรัตนา
๒๔ ส.ค. ๔๔
เนื้อหาส่วนที่เหลือของแม่บทการบัญชี ที่ผมได้แจกแจงไว้จากคราวก่อน ได้กล่าวถึงข้อสมมติต่างๆ ที่ถ้าเปรียบเปรยให้เข้าใจง่ายๆว่า เป็นเหมือนกติกา และนิยามคำศัพท์ที่เป็นพื้นฐานของวิชาการบัญชี ซึ่งส่วนนี้เนื้อหาใกล้เคียงกับมาตรฐานการบัญชีฉบับเดิม ผมจะสรุปคร่าวๆ ไว้เพื่อใช้เป็นพื้นฐานสำหรับทำความเข้าใจเรื่องการบัญชี จากนั้นผมจะตบท้ายด้วยประเด็นเนื้อหาที่เคยเกริ่นไว้ว่า เป็นจุดพลิกผันที่ทำให้การจัดทำ และนำเสนองบการเงินในช่วงตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ เป็นต้นมา เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น
ใน
ข้อสมมติของการบัญชี
ตัวที่มีความสำคัญและส่งผลให้งบการเงินที่จัดทำอาจแสดงตัวเลขที่แตกต่างกัน หากใช้ข้อสมมติที่ไม่มีเหมือนกัน เห็นจะได้แก่ การใช้
เกณฑ์คงค้าง
ปกติแล้ววิธีการบัญชีที่ยอมรับกันทั่วไป จะใช้การบันทึกบัญชีด้วยเกณฑ์คงค้าง (เรียกอีกชื่อว่า
เกณฑ์สิทธิ
) จะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆว่า ปกติเราจะรับรู้รายได้ และค่าใช้จ่ายส่วนตัวเราโดยดูว่าเราได้รับเงินมาแล้ว หรือเราจ่ายเงินออกไปแล้ว อย่างนี้เรียกว่า
เกณฑ์เงินสด
หากแต่ในทางบัญชี เป็นที่เห็นตรงกันว่าการรับรู้ด้วยเกณฑ์เงินสดอาจทำให้การบันทึกบัญชี ไม่สามารถสะท้อนภาพที่แท้จริงได้เท่าที่ควร เนื่องจากในงวดบัญชีหนึ่ง แม้ว่าเราอาจจะยังไม่ได้จ่ายค่าใช้จ่ายออกไปเป็นตัวเงินจริงๆ แต่ภาระผูกพันที่จะต้องจ่ายได้เกิดขึ้นแล้ว และเป็นผลมาจากกิจกรรมในงวดนั้นๆ ด้วย หากเราไม่บันทึกในงบการเงิน จะทำให้เข้าใจว่าเรามีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าความเป็นจริง
ในทางกลับกัน
หากเราได้ขายสินค้า หรือให้บริการออกไปในงวดบัญชี แต่ยังไม่ได้รับเงินค่าสินค้า หรือบริการ แต่สิทธิเรียกร้องในการชำระค่าสินค้าหรือบริการนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว หากไม่บันทึกในงบการเงิน ก็จะทำให้รายได้ในงวดต่ำไป
ลองจินตนาการดูว่า ถ้างบการเงินของบริษัท หากกรณีแรกเราจัดทำงบการเงินโดยบันทึกตามเกณฑ์รับ-จ่ายเงินที่เกิดขึ้นแล้ว (เกณฑ์เงินสด) เมื่อเปรียบเทียบกับหากบันทึกโดยดูจากหลักการจับคู่ตามงวดแล้ว (เกณฑ์คงค้าง) งบการเงินที่แสดงผลการดำเนินงานของบริษัททั้งสองกรณีจะให้ตัวเลขที่ต่างกัน และอาจมีผลต่อการนำตัวเลขนั้นมาตัดสินใจได้
ตัวที่สองที่จะกล่าวถึง ได้แก่คำว่า
ความมีนัยสำคัญ
ในทางการบัญชี เรามักจะเคยได้ยินกันบ่อยๆ ว่านักบัญชีเป็นคนละเอียดมาก ตัวเลขที่ผิดพลาดไปแม้เพียงเศษสตางค์ ก็ต้องหาให้พบนั้น อยากจะทำความเข้าใจไว้ตรงนี้ว่า ส่วนที่ว่านั้น น่าจะหมายถึง ขั้นตอนการบันทึกบัญชี (PROCESS) มากกว่า เนื่องจากต้องพิสูจน์ยอดให้บัญชีด้านซ้าย และด้านขวา (เดบิต และเครดิต) (ดูบทความของอาจารย์ยุพาในคอลัมน์เดียวกันนี้) เท่ากัน ดังนั้นเมื่อมียอดผลต่างแม้เพียงเล็กน้อย ก็ต้องหาให้พบว่าเกิดจากรายการใด แต่ในการพิจารณาเกี่ยวกับการใช้นโยบายการบัญชีแล้ว นักบัญชีจะคำนึงถึงเรื่องความมีนัยสำคัญด้วย ในมาตรฐานการบัญชีทุกฉบับจะกล่าวไว้ตอนต้นว่า
มาตรฐานการบัญชีฉบับนี้ไม่ถือปฏิบัติกับรายการที่ไม่มีนัยสำคัญ
ผมจะยกเป็นตัวอย่าง เช่น หากเรามีดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์จำนวนเงิน ๑๒๐ บาท โดยธนาคารบันทึกในสมุดออมทรัพย์ให้บริษัทในวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๔ แต่ความเป็นจริงควรจะเป็นดอกเบี้ยรับในปี ๒๕๔๓ ถามว่าหากเราอยากจะบันทึกเป็นดอกเบี้ยรับของปี ๒๕๔๔ ได้หรือไม่ คำตอบคือไม่ได้
แต่
เมื่อพิจารณาถึงความมีนัยสำคัญแล้ว ก็อาจจะถือว่ารายการนี้ไม่มีผลต่อการตัดสินใจในงบการเงิน ก็อนุโลมว่าสามารถจะบันทึกเป็นของปี ๒๕๔๔ ได้ (แต่ถ้าถามว่าบันทึกผิดปีหรือไม่ ตอบว่าผิดปี แต่การบันทึกที่ผิดปีดังกล่าวไม่มีนัยสำคัญ) แต่ถ้าเปลี่ยนจำนวนเงินที่สมมติเป็น ๒ แสนบาท ถามว่าควรจะบันทึกในปี ๒๕๔๔ หรือไม่ ก็ต้องบอกว่า ไม่ควร เพราะการบันทึกผิดปีดังกล่าวมีนัยสำคัญ เป็นต้น
เรื่องนัยสำคัญนี้ต้องนำมาใช้พิจารณากันมากในการแสดงความเห็นของผู้สอบบัญชีต่องบการเงิน เนื่องจากผู้สอบบัญชีจะแสดงความเห็นว่างบการเงินนั้นถูกต้องตามที่ควร คำว่า
ถูกต้องตามที่ควร
นั้นหมายถึง รายการโดยรวมในงบการเงินนั้นถูกต้อง แต่ไม่ได้หมายความว่า มีตัวเลขดอกเบี้ยรับบันทึกผิดไป ๑๐๐ บาทตามที่ได้ยกตัวอย่างไว้แล้ว ผู้สอบบัญชีก็จะต้องรายงานแสดงความเห็นว่างบการเงินไม่ถูกต้องแต่อย่างใด
กล่าวถึงเรื่องนี้ ก็จะรวบคำว่า
ความสมดุลระหว่างประโยชน์ที่ได้รับกับต้นทุนที่เสียไป
และ
ความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ
ไปด้วยกันเลยว่า เราจะคำนึงถึง COST AND BENEFITS ว่าหากเราจะทำบัญชีให้ถูกต้องมากที่สุด ทำงบการเงินที่แสดงรายละเอียดถี่ยิบ ให้ข้อมูลที่มากที่สุดแล้ว บางครั้งการใช้งบการเงินเพื่อการตัดสินใจ อาจไม่จำเป็นต้องทำละเอียดขนาดนั้น เราก็สามารถนำมาใช้เพื่อการตัดสินใจได้ เราก็ต้องคำนึงถึงเวลาและทรัพยากรที่เราต้องใช้ไปเพื่อให้ได้งบการเงินดังกล่าวด้วยว่าคุ้มค่ากับประโยชน์ที่เราจะได้รับหรือไม่ และเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของเราหรือไม่
คำที่สามคือ
เนื้อหาสำคัญกว่ารูปแบบ
(SUBSTANCE OVER FORM) ผมอยากใช้ตัวอย่างอธิบายคำๆ นี้ครับ เช่น สมมติว่า บริษัทไปทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ โดยในสัญญาระบุชื่อว่าเป็นสัญญาเช่าซื้อ หากแต่เนื้อหาและเงื่อนไขอาจไม่มีองค์ประกอบของการเช่าซื้ออยู่ กลับไปใช้องค์ประกอบของการขายผ่อนชำระแทน อย่างนี้นักบัญชีจะมองว่า การบันทึกรายการนี้ต้องใช้หลักการบัญชีเกี่ยวกับการซื้อขายผ่อนชำระมาบันทึกบัญชี เท่ากับว่าบริษัทต้องบันทึกรถยนต์ที่ได้มาตามสัญญาเช่าซื้อที่ว่านี้ เป็น
สินทรัพย์
และพร้อมกับบันทึก
เจ้าหนี้ผ่อนชำระ
และ
ตัดจำหน่ายดอกเบี้ยจ่าย
ในแต่ละงวดที่จ่ายเงินงวด แทนที่จะบันทึก เป็น
ค่าเช่า
เหมือนการเช่าซื้อจริงๆ เหตุผลก็คือ เราเน้นที่เนื้อหา ว่าโดยลักษณะแล้ว เป็นการซื้อผ่อนชำระ โดยไม่สนใจ
รูปแบบทางสัญญา
ว่า ระบุไว้ว่าเป็นสัญญาเช่าซื้อ
ส่วนที่เหลือได้แก่คำว่า
- ความเชื่อถือได้ - การเป็นตัวแทนอันเที่ยงธรรมความเป็นกลาง - ความระมัดระวัง - ความครบถ้วน
และ
- ความเข้าใจได้ - การเปรียบเทียบกันได้ -
ความสมดุลของลักษณะเชิงคุณภาพ - การแสดงข้อมูลที่ถูกต้องตามควร ได้นั้น ผมอยากกล่าวสั้นๆ เพียงว่า เป็นเรื่องของจริยธรรมในการแสดงข้อมูลทางการเงิน อย่างที่วิญญูชนควรจะกระทำ ให้ถูกต้องตามสมควร มีหลักฐานที่เชื่อถือได้ เหมาะสม สมเหตุสมผล และพยายามกระทำด้วยความระแวดระวัง เพื่อให้งบการเงินที่จัดทำสะท้อนความเป็นจริงของกิจกรรมทางธุรกิจให้มากที่สุด โดยจัดทำในรูปแบบที่เป็นที่เข้าใจได้ และมีการเปรียบเทียบข้อมูลในส่วนที่ควรจะเปรียบ เพื่อให้เกิดภาพเกิดผลต่อการวิเคราะห์ตัวเลขต่างๆ หลักง่ายๆ คือ ให้ถามตัวเองว่า ถ้าเราอยากทราบตัวเลข และข้อมูลที่แท้ จริงแล้ว เราอยากทราบอะไรบ้าง ในรูปแบบหน้าตาที่อ่านง่าย และงบการเงินให้ข้อมูลแก่เราพอสมควร อย่าให้ดูงบแล้วต้องบ่นว่า งบการเงินกำลังจะบอกอะไรเรา หรือ งบการเงินไม่เห็นบอกอะไรแก่เราเลย
ผมตั้งใจจะว่าให้จบเรื่องแม่บทการบัญชี แต่เนื้อหากลับมีมากจนไม่น่าเชื่อ ต้องขออภัย และขอยกไปตอนหน้าที่ว่าจะเล่าตอนสำคัญในแม่บทการบัญชีให้ทราบ เกี่ยวกับว่าอะไรเป็นตัวที่ทำให้เกิดจุดพลิกผันที่ทำให้การจัดทำ และนำเสนองบการเงินในช่วงตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ เป็นต้นมา เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น
ห้องสนทนา
เม้าท์ระเบิด
:
โลกกับธรรม
:
English Corner
:
ข่าวประชาสัมพันธ์
:
BKK Blog
:
Work at Home
:
Fan Zone
เกมส์
Games Flash
:
Jigsaw
:
Hang Man
:
Tetris
:
Slider
:
จับคู่
รักและคิดถึง
พบเพื่อนใหม่
:
E-Cards
:
Emotion
:
กลอนแทนใจ
:
ศาลาพักใจ
:
เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง
ฟังเพลงออนไลน์
:
ภาพยนตร์
:
VDO Clip
:
ซุบซิบดารา
:
สัมภาษณ์-เบื้องหลัง
:
เรื่องย่อละคร
:
ข่าวบันเทิง
:
ข่าวประจำวัน
:
ดวงประจำเดือน
:
ดวงประจำสัปดาห์
:
มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้
บัญชีทีเบรค
:
กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน
Everyday English
:
New Nanny
:
E-Dialog with Voice
:
รู้จักญี่ปุ่น
:
ท่องแดนอาทิตย์อุทัย
:
พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK
Business Letter
:
Song of the Week
:
On Khao San Road
:
เพลินภาษาน่ารู้
:
E-Diary
:
ศัพท์ทันโลก
:
สืบสายนิยายดัง
:
Alphabetize
:
SEX
:
วัยรุ่น วัยดึก
:
นางาซากิ
:
นานานก
:
ชีวิตหลากสี
:
ยายวันวาน
:
พาชิมริมครัว
:
IT Audit
:
Chic & Trendy
:
Indy Zone
:
เกร็ดความรู้ไอที
:
Star Corner
:
New York! New York!
:
Did you know?
:
E-Dialog
:
เสวนาธุรกิจ
BKK Center
Hot Links
:
เบอร์โทรศัพท์ฉับไว
:
About us
:
ติดต่อ BKKonline
:
BKK Design
:
Site Map
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................
Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961