 |
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
|
 |
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า |
| |

|
|
|
รายการบัญชี
(2) |
ยุพา กาญจนดุล |
| |
๑๘ พ.ค. ๔๔ |
|
| |
"จะเห็นว่าด้านซ้ายมือ และด้านขวามือ ของงบดุล มียอดรวมเท่ากันเสมอ
ด้านซ้ายมือ คือสินทรัพย์ที่กิจการมีอยู่ ส่วนด้านขวามือบอกว่า
สินทรัพย์เหล่านั้น ได้มาจากใคร ในที่นี้
มีสินทรัพย์รวม 591,000 บาท ได้มาจากเจ้าหนี้ 60,000 บาท
และ เป็นของเจ้าของกิจการอีก 531,000 บาท " |
|
คราวที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับรายการบัญชี มาแล้ว รวม 3 ประเภท
คือ
1. รายการบัญชีที่เป็นการนำเงินส่วนตัวมาลงทุนในกิจการ
(ร้านชนะไซเบอร์)
2. รายการบัญชีที่เป็นการเปลี่ยนสินทรัพย์ประเภทหนึ่งเป็นสินทรัพย์อีกประเภทหนึ่ง
3. รายการบัญชีเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของหนี้สิน คราวนี้เราจะมาดูกันต่อ
ให้ครบทุกประเภทของรายการบัญชี ซึ่งมีดังนี้ค่ะ
4. รายการบัญชีกรณีมีรายได้เพิ่มขึ้น
5. รายการบัญชีกรณีมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และ
6. รายการบัญชีเมื่อหนี้สินลดลง |
|
 |

4. รายการบัญชีกรณีมีรายได้เพิ่มขึ้น
กิจการจะมีรายได้เมื่อมีการขายสินค้า หรือบริการ ในกรณีของร้านชนะไซเบอร์
เป็นรายได้ค่าบริการจากการให้เช่าใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
คิดเป็นรายชั่วโมง สมมติว่า มีรายรับจากการให้บริการ จำนวน
2,500 ชั่วโมง ในอัตราชั่วโมงละ 20 บาท เป็นเงินรวม 50,000
บาท ได้รับชำระเป็นเงินสดทั้งหมด รายการนี้จะมีผลกระทบทำให้กิจการมีเงินสดเพิ่มขึ้น
|
เป็น 100,000 บาท จากเดิมที่มีอยู่ 50,000
บาท การมีรายได้เป็นผลดีต่อกิจการ
ทำให้สินทรัพย์เพิ่ม
ผลดีนี้ย่อมตกอยู่กับเจ้าของกิจการ ฉนั้นรายได้จึงมีผลทำให้
ส่วนของเจ้าของ (หรือทุน) เพิ่มขึ้น
 |
|

จะเห็นว่า รายได้ทำให้ ธุรกิจมีฐานะมั่งคั่งขึ้น ยอดรวมของสินทรัพย์ด้านซ้ายมือเพิ่มขึ้นจาก
580,000 บาท เป็น 630,000 บาท ในขณะที่ ส่วนของเจ้าของก็เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนที่เท่ากัน
จาก 500,000 บาท เป็น 550,000 บาท
ยอดรวมสินทรัพย์ 630,000 = หนี้สิน 80,000 +
ส่วนของเจ้าของ 550,000
5. รายการบัญชีกรณีมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
หากการหารายได้ขององค์กร มีแต่รายได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เกิดขึ้น
ส่วนของเจ้าของก็จะเพิ่มขึ้นเท่ากับรายได้ทั้งหมด แต่ในความเป็นจริง
การหารายได้ย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเป็นไปในทางตรงกันข้ามกับรายได้
คือสินทรัพย์ลดลง และส่วนของเจ้าของก็ลดลงด้วย มีผลให้
ส่วนของเจ้าของถูกกระทบสองด้านคือ เพิ่มขึ้นด้วยยอดรายได้ และลดลงด้วยยอดค่าใช้จ่าย
ผลต่างระหว่างรายได้และค่าใช้จ่าย คือกำไรหรือขาดทุนนั่นเอง ซึ่งเป็นจำนวนสุทธิที่จะทำให้ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น
(กำไร) หรือลดลง (ขาดทุน) หากสมมติว่ามีการจ่ายเงินเดือน
8,000 บาท และ ค่าเช่า 10,000 บาท เป็นเงินสด เงินสดของกิจการ
และส่วนของเจ้าของก็จะลดลงด้วยจำนวนที่เท่ากัน คือ 18,000 บาท
ดังนี้

จะเห็นว่าความมั่งคั่งขององค์กร ได้ลดน้อยลง จากที่มียอดรวมสินทรัพย์
630,000 บาท ได้ลดลง18,000 บาท (เงินเดือน 8,000 บาท และ ค่าเช่า
10,000 บาท) คงเหลือเพียง 612,000 บาท และส่วนของเจ้าของลดลงจาก
550,000 บาท คงเหลือเพียง 532,000 บาท
หากสมมติต่อไปว่าในการให้บริการได้มีการใช้วัสดุเครื่องเขียนไป
1,000 บาท ซึ่งจะเป็นผลทำให้สินทรัพย์ประเภท วัสดุเครื่องเขียน
ลดจาก 20,000 บาท เหลือเพียง 19,000 บาท รายการนี้เป็นค่าใช้จ่ายอีกประเภทหนึ่ง
แต่ก็มีผลเหมือนกับรายการค่าใช้จ่ายเงินเดือน คือ สินทรัพย์ลดลง
(ในที่นี้คือ วัสดุและเครื่องเขียน) และกระทบต่อส่วนของเจ้าของให้ลดลงด้วยเช่นกัน

ความมั่งคั่งของธุรกิจลดลงอีก 1,000 บาท จาก 612,000 บาท คงเหลือเพียง
611,000 บาท และส่วนของเจ้าของลดลงจาก 532,000 บาท เหลือเพียง
531,000 บาท และ ยอดรวมทางซ้ายมือ ก็ยังคงเท่ากับ ยอดรวมทางขวามือ
อยู่เช่นเดิม คือ
ยอดรวมสินทรัพย์ 611,000 = หนี้สิน 80,000 +
ส่วนของเจ้าของ 531,000
จะเห็นได้ว่า รายได้ ทำให้ส่วนของเจ้าของเพิ่มสูงขึ้น ส่วนค่าใช้จ่าย
ทำให้ส่วนของเจ้าของลดลง
รายได้ส่วนที่เกินกว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น จึงเป็นกำไรของกิจการ
ในที่นี้ รายได้ 50,000 บาท มีค่าใช้จ่ายเงินเดือน 8,000 บาท ค่าเช่า
10,000 บาท และ ค่าวัสดุเครื่องเขียน 1,000 บาท จึงเป็นกำไร 31,000
บาท
ส่วนของเจ้าของ ที่เริ่มจากการนำเงินมาลงทุนเพียง 500,000 จึงเพิ่มขึ้นเป็น
531,000

6. รายการบัญชีเมื่อหนี้สินลดลง
ปกติหนี้สินจะลดลงก็ต่อเมื่อมีการชำระหนี้ ซึ่งมักเกิดจากการนำเงินสดไปชำระหนี้
หนี้สินจึงลดลง เท่ากับ จำนวนสินทรัพย์ที่ลดลง
ซึ่งตรงกันข้ามกับ รายการบัญชีประเภทที่ 3 ที่เรากล่าวถึงมาก่อนแล้ว
|
 |
หากสมมติว่ามีการนำเงินสด ไปชำระหนี้จำนวน
20,000 บาท สถานะการเงินของ ชนะไซเบอร์ จะเป็นดังนี้
 |

ยอดรวมสินทรัพย์ 591,000 = หนี้สิน
60,000 + ส่วนของเจ้าของ 531,000
จะเห็นว่าด้านซ้ายมือ และด้านขวามือ ของงบดุล มียอดรวมเท่ากันเสมอ
ด้านซ้ายมือ คือสินทรัพย์ที่กิจการมีอยู่ ส่วนด้านขวามือบอกว่า
สินทรัพย์เหล่านั้น ได้มาจากใคร ในที่นี้ มีสินทรัพย์รวม 591,000
บาท ได้มาจากเจ้าหนี้ 60,000 บาท และ เป็นของเจ้าของกิจการอีก
531,000 บาท
ถ้าดูเผินๆ ความมั่งคั่งของชนะไซเบอร์ดูเหมือนจะลดลง เพราะยอดรวมสินทรัพย์ลดจาก
611,000 บาท เหลือเพียง 591,000 บาท แต่นอกจากสินทรัพย์รวมจะลดลง
หนี้สินก็ลดลงด้วย ก็เหมือนบุคคลธรรมดานั่นแหละค่ะ มีสินทรัพย์มากๆ
แต่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมามาก ความเสี่ยงที่จะไม่มีเงินชำระหนี้และดอกเบี้ยได้ทันก็มากตามไปด้วย
แล้วควรมีหนี้สินสักเท่าไรจึงจะพอดีนั้นเป็นเรื่องที่พูดยากและยาวค่ะ
แต่การจัดการในเรื่องนี้อย่างไม่เหมาะสมก็เห็นๆ กันแล้วนะคะว่าทำให้ธุรกิจดีๆ
ต้องพบกับความทุกข์ยากแสนสาหัสเพียงไรกับประสบการณ์ ในยุคไอเอ็มเอฟที่ผ่านมา
รายการบัญชี 6 ประเภทนี้ถือเป็นรายการบัญชีพื้นฐานทั้งหมด
จึงเรียกได้ว่าเราได้ทำความรู้จักรายการบัญชีทั้งหมดแล้ว โถมีเพียงแค่
6 ประเภทรายการ การลงบัญชีจึงไม่น่าจะยากเย็นเลยใช่ไหมคะ
ใช่เลยค่ะ ลงบัญชีไม่ยากอย่างที่คิดแน่นอนค่ะ แล้วติดตามต่อไปนะคะ
ว่าจะจริงหรือไม่ ?
|
|
|
|