บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา


 
ทำบัญชีอย่างง่าย
Front Office & Back Office
เกร็ดเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีของกิจการ SMEs
การแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ใบกำกับภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
 
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า
 


Download ตัวอย่างงบการเงิน

  งบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548
  งบการเงิน บมจ. ยงไทย
 

   
ค่าเสื่อมราคา(จบ) วิโรจน์ เฉลิมรัตนา
  ๑๕ ก.ค. ๔๘  

 
“วิธีคำนวณค่าเสื่อมแบบจูงใจ (Incentive Depreciation) ในทางภาษีอากรได้ให้สิทธิในการหักค่าเสื่อมราคาเป็นกรณีพิเศษสำหรับสินทรัพย์บางชนิด ที่เห็นว่ามีผลกระตุ้นการพัฒนาและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันตามนโยบายของรัฐ โดยให้กิจการสามารถคำนวณค่าเสื่อมราคาตามวิธียอดคงเหลือลดลงทวีคูณ”
 

 
ตามหลักทางภาษีอากรนั้น การคิดค่าเสื่อมราคาจะยึดตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปเป็นเกณฑ์ แต่มีเงื่อนไขว่าเมื่อใช้เกณฑ์ใดแล้ว ก็ต้องใช้เกณฑ์นั้นอย่างสม่ำเสมอ และด้วยอัตรานั้นตลอดไป

วิธีเส้นตรง เป็นวิธีที่เป็นที่รู้จักและนิยมมากที่สุด เพราะเข้าใจง่าย และการคำนวณทำได้ไม่ซับซ้อน โดยอาคารให้คำนวณได้ไม่เกินร้อยละ 5 ต่อปี ต้นทุนการได้มาซึ่งสิทธิการเช่า ไม่เกินร้อยละ 10 ต่อปี และสินทรัพย์ถาวรประเภทอุปกรณ์ เครื่องตกแต่งและติดตั้ง ไม่เกินร้อยละ 20 ต่อปี เป็นต้น

วิธีหักตามอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate Method) ใช้กับสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้น้อยในระยะแรก และมีแนวโน้มที่จะสามารถให้ประโยชน์ตอบแทนสูงในอนาคต ส่วนใหญ่จะใช้วิธีผลรวมจำนวนปี (Sum of the year digit) ตัวอย่างสั้นๆที่น่าจะช่วยให้เกิดความเข้าใจ ได้แก่

สินทรัพย์มูลค่า 105,000 บาท อายุการใช้งาน 5 ปี การคำนวณตามวิธีผลรวมจำนวนปี ได้ผลดังนี้
  ปีที่
1 105,000 x 1/15 =   7,000 บาท
  ปีที่
2 105,000 x 2/15 = 14,000 บาท
  ปีที่
3 105,000 x 3/15 = 21,000 บาท
  ปีที่
4 105,000 x 4/15 = 28,000 บาท
  ปีที่ 5 105,000 x 5/15 = 35,000 บาท
ผลรวมจำนวนปี   15 105,000 บาท


วิธีหักตามอัตราถดถอย (Declining Method) คือการหักค่าเสื่อมราคาในช่วงท้ายของอายุการใช้งานน้อยกว่าในช่วงแรก วิธีนี้เหมาะกับสินทรัพย์ที่ให้ประโยชน์แก่กิจการในช่วงแรกมาก เช่น เครื่องจักรที่เสื่อมประโยชน์ไปจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เป็นต้น

วิธีหักตามอัตราถดถอยมีวิธีคำนวณได้หลายแบบ เช่น วิธีมูลค่าต้นทุนคงเหลือ (Declining Balance Method) และวิธียอดคงเหลือลดลงทวีคูณ (Double Declining Balance Method) วิธีแรกใช้มูลค่าสุทธิตามบัญชีของสิ้นปีแรกเป็นตัวตั้งในการคำนวณแทน “ราคาทุน” ของสินทรัพย์ ในการคำนวณปีที่สอง และใช้มูลค่าสุทธิตามบัญชีในสิ้นปีที่สองเป็นตัวตั้งในการคำนวณในปีที่สาม

วิธีที่สอง ของการคำนวณวิธีตามอัตราถดถอย คือใช้สองเท่าของอัตราค่าเสื่อมราคาเป็นตัวคำนวณ (เช่น อัตราค่าเสื่อมราคาเท่ากับร้อยละ 20 ก็ใช้ 20 x 2 เท่ากับ ร้อยละ 40)

ตัวอย่าง (ตามโจทย์เดิม)
  ค่าเสื่อมต่อปี อัตราค่าเสื่อมที่แท้จริง ค่าเสื่อมสะสม
ปีที่ 1 105,000 x 40% = 42,000 บาท 40 % 40 %
ปีที่ 2 63,000 x 40% = 25,200 บาท 24 % 64 %
ปีที่ 3 37,800 x 40% = 15,120 บาท 14.40 % 78.40 %
ปีที่ 4 22,680 x 40% = 9,072 บาท 8.64 % 87.04 %
ปีที่ 5 13,608 บาท 12.96 % 100 %
  รวม 105,000 บาท    

ตามตัวอย่างนี้ ค่าเสื่อมราคาที่ตัดจำหน่ายในปีแรกจะคำนวณด้วยอัตราร้อยละ 40 แล้วลดเหลือร้อยละ 24 ร้อยละ 14.40 และร้อยละ 8.64 ในปีที่สอง ปีที่สาม และปีที่สี่ ตามลำดับ จนปีสุดท้ายของอายุการใช้งานตัดส่วนที่เหลือทั้งหมด การคำนวณก็ใช้มูลค่าสุทธิตามบัญชีคงเหลือของแต่ละปี มาเป็นฐานในการคำนวณปีต่อไป

วิธีคำนวณค่าเสื่อมแบบจูงใจ (Incentive Depreciation) ในทางภาษีอากรได้ให้สิทธิในการหักค่าเสื่อมราคาเป็นกรณีพิเศษสำหรับสินทรัพย์บางชนิดที่เห็นว่ามีผลกระตุ้นการพัฒนาและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันตามนโยบายของรัฐ โดยให้กิจการสามารถคำนวณค่าเสื่อมราคาตามวิธียอดคงเหลือลดลงทวีคูณ (Double Declining Balance Method) สำหรับสินทรัพย์ดังต่อไปนี้

เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการวิจัยและพัฒนา จะมีวิธีการหักโดยทันทีที่ได้รับสินทรัพย์มาก็สามารถหักได้ร้อยละ 40 ของมูลค่าต้นทุน และในปีแรกที่ใช้งานให้หักได้อีกร้อยละ 20 ของมูลค่าต้นทุน ผลก็คือ สามารถหักค่าเสื่อมราคาได้สูงถึงร้อยละ 60 ในปีแรก

ปีต่อๆมาก็ให้หักค่าเสื่อมราคาได้ร้อยละ 20 ของมูลค่าต้นทุนตามปกติ ทำให้หักค่าเสื่อมราคาได้ทั้งหมดภายในเวลา ๓ ปี

อย่างไรก็ตาม ต้องศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมว่า เครื่องจักรที่ใช้ในการวิจัย และพัฒนาดังกล่าวมีข้อกำหนด และเงื่อนไขอย่างไรจึงจะสามารถใช้สิทธินี้ได้

สินทรัพย์อย่างอื่นที่สามารถหักค่าเสื่อมราคาในลักษณะคล้ายคลึงกัน ได้แก่ เครื่องบันทึกการเก็บเงิน ซึ่งสามารถเลือกหักตามปกติในอัตราร้อยละ 20 ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี หรือ โดยวิธีพิเศษในลักษณะเดียวกับเครื่องจักรที่ใช้ในการวิจัยและพัฒนา

เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ สามารถหักค่าเสื่อมราคาได้ภายใน 3 ปี หรือจะใช้วิธีพิเศษในลักษณะเดียวกับเครื่องจักรที่ใช้ในการวิจัยและพัฒนา

อาคารโรงงาน สามารถหักในทันทีที่ได้รับสินทรัพย์นั้นมาร้อยละ 25 ของมูลค่าต้นทุน และหักเพิ่มเติมในปีแรกได้อีกร้อยละ 5 ทำให้ปีแรกสามารถหักได้รวมร้อยละ 30 ปีต่อๆมาหักในอัตราร้อยละ 5 ของมูลค่าต้นทุนตามปกติ รวมทั้งสิ้นหักค่าเสื่อมได้ทั้งหมดภายในเวลา 14 ปี

เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในกิจการทั่วไป สามารถหักได้ในทันทีที่ได้รับสินทรัพย์มาร้อยละ 40 ของมูลค่าต้นทุน และหักเพิ่มเติมในปีแรกได้อีกร้อยละ 20 ทำให้ปีแรกหักได้รวมร้อยละ 60 ปีต่อๆมาหักในอัตราร้อยละ 20 รวมทั้งสิ้นหักค่าเสื่อมได้ทั้งหมดภายในเวลา 3 ปี

สำหรับอาคารโรงงานและเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในกิจการทั่วไปนั้น เป็นเงื่อนไขที่ให้สิทธิการหักค่าเสื่อมแก่กิจการที่มีสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดินไม่เกิน 200 ล้านบาท และมีพนักงานไม่เกิน 200 คน กล่าวคือเป็นแรงจูงใจแก่กิจการที่เรียกว่า ขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) นั่นเอง

วิธีคำนวณค่าเสื่อมแบบจูงใจนั้น จะว่าไปแล้ว ไม่ได้เป็นวิธีการคำนวณตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป แต่เป็นเรื่องซึ่งกรมสรรพากร กำหนดขึ้นเพื่อเป็นสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบกิจการที่เข้าเงื่อนไขควรส่งเสริม วิธีการคำนวณนั้นก็น่าสนใจไม่น้อย เนื่องจากกิจการสามารถนำไปเป็นข้อพิจารณาก่อนจะตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ที่จะช่วยประหยัดภาษีได้พอสมควร

ค่าเสื่อมราคานั้นเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นตัวเงิน ไม่มีการจ่ายชำระในงวดที่ตัดจำหน่ายจริง แต่กิจการต้องไม่ลืมว่า เป็นองค์ประกอบสำคัญตัวหนึ่งของต้นทุนการดำเนินงานของกิจการ ที่ทำให้หลายๆคนมองข้ามความสำคัญไป ทำให้ผู้บริหารของกิจการมองไม่เห็นต้นทุนจม หรือ ต้นทุนคงที่ ดังกล่าวที่มีผลต่อผลการดำเนินงานของกิจการพอสมควรเลยทีเดียว
 

ห้องสนทนา   เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home : Fan Zone
เกมส์   Games Flash : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
รักและคิดถึง   พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : Emotion : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง   ฟังเพลงออนไลน์ : ภาพยนตร์ : VDO Clip : ซุบซิบดารา : สัมภาษณ์-เบื้องหลัง : เรื่องย่อละคร : ข่าวบันเทิง : ข่าวประจำวัน : ดวงประจำเดือน : ดวงประจำสัปดาห์ : มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้   บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน   Everyday English : New Nanny : E-Dialog with Voice : รู้จักญี่ปุ่น : ท่องแดนอาทิตย์อุทัย :พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK   Business Letter : Song of the Week : On Khao San Road : เพลินภาษาน่ารู้ : E-Diary : ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก : ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone : เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York! : Did you know? : E-Dialog : เสวนาธุรกิจ
BKK Center   Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline : BKK Design : Site Map

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................

Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961