 |
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
|
 |
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า |
| |

|
|
|
ค่าเสื่อมราคา(จบ) |
วิโรจน์ เฉลิมรัตนา |
| |
๑๕ ก.ค. ๔๘ |
|
| |
วิธีคำนวณค่าเสื่อมแบบจูงใจ
(Incentive Depreciation) ในทางภาษีอากรได้ให้สิทธิในการหักค่าเสื่อมราคาเป็นกรณีพิเศษสำหรับสินทรัพย์บางชนิด
ที่เห็นว่ามีผลกระตุ้นการพัฒนาและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันตามนโยบายของรัฐ
โดยให้กิจการสามารถคำนวณค่าเสื่อมราคาตามวิธียอดคงเหลือลดลงทวีคูณ |
|
| |
- ตามหลักทางภาษีอากรนั้น การคิดค่าเสื่อมราคาจะยึดตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปเป็นเกณฑ์
แต่มีเงื่อนไขว่าเมื่อใช้เกณฑ์ใดแล้ว ก็ต้องใช้เกณฑ์นั้นอย่างสม่ำเสมอ
และด้วยอัตรานั้นตลอดไป
วิธีเส้นตรง เป็นวิธีที่เป็นที่รู้จักและนิยมมากที่สุด
เพราะเข้าใจง่าย และการคำนวณทำได้ไม่ซับซ้อน โดยอาคารให้คำนวณได้ไม่เกินร้อยละ
5 ต่อปี ต้นทุนการได้มาซึ่งสิทธิการเช่า ไม่เกินร้อยละ 10 ต่อปี
และสินทรัพย์ถาวรประเภทอุปกรณ์ เครื่องตกแต่งและติดตั้ง ไม่เกินร้อยละ
20 ต่อปี เป็นต้น
วิธีหักตามอัตราก้าวหน้า (Progressive
Rate Method) ใช้กับสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้น้อยในระยะแรก และมีแนวโน้มที่จะสามารถให้ประโยชน์ตอบแทนสูงในอนาคต
ส่วนใหญ่จะใช้วิธีผลรวมจำนวนปี (Sum of the year digit) ตัวอย่างสั้นๆที่น่าจะช่วยให้เกิดความเข้าใจ
ได้แก่
สินทรัพย์มูลค่า 105,000 บาท อายุการใช้งาน 5 ปี การคำนวณตามวิธีผลรวมจำนวนปี
ได้ผลดังนี้
| |
ปีที่
|
1 |
105,000 x 1/15 = 7,000 บาท |
| |
ปีที่ |
2 |
105,000 x 2/15 = 14,000 บาท |
| |
ปีที่ |
3 |
105,000 x 3/15 = 21,000 บาท |
| |
ปีที่ |
4 |
105,000 x 4/15 = 28,000 บาท |
| |
ปีที่ |
5 |
105,000 x 5/15 = 35,000 บาท |
| ผลรวมจำนวนปี |
|
15 |
105,000 บาท |
วิธีหักตามอัตราถดถอย (Declining Method) คือการหักค่าเสื่อมราคาในช่วงท้ายของอายุการใช้งานน้อยกว่าในช่วงแรก
วิธีนี้เหมาะกับสินทรัพย์ที่ให้ประโยชน์แก่กิจการในช่วงแรกมาก เช่น
เครื่องจักรที่เสื่อมประโยชน์ไปจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เป็นต้น
วิธีหักตามอัตราถดถอยมีวิธีคำนวณได้หลายแบบ เช่น วิธีมูลค่าต้นทุนคงเหลือ
(Declining Balance Method) และวิธียอดคงเหลือลดลงทวีคูณ (Double
Declining Balance Method) วิธีแรกใช้มูลค่าสุทธิตามบัญชีของสิ้นปีแรกเป็นตัวตั้งในการคำนวณแทน
ราคาทุน ของสินทรัพย์ ในการคำนวณปีที่สอง และใช้มูลค่าสุทธิตามบัญชีในสิ้นปีที่สองเป็นตัวตั้งในการคำนวณในปีที่สาม
วิธีที่สอง ของการคำนวณวิธีตามอัตราถดถอย คือใช้สองเท่าของอัตราค่าเสื่อมราคาเป็นตัวคำนวณ
(เช่น อัตราค่าเสื่อมราคาเท่ากับร้อยละ 20 ก็ใช้ 20 x 2 เท่ากับ
ร้อยละ 40)
ตัวอย่าง (ตามโจทย์เดิม)
| |
ค่าเสื่อมต่อปี |
อัตราค่าเสื่อมที่แท้จริง |
ค่าเสื่อมสะสม |
| ปีที่ 1 |
105,000 x 40% = 42,000 บาท |
40 % |
40 % |
| ปีที่ 2 |
63,000 x 40% = 25,200 บาท |
24 % |
64 % |
| ปีที่ 3 |
37,800 x 40% = 15,120 บาท |
14.40 % |
78.40 % |
| ปีที่ 4 |
22,680 x 40% = 9,072 บาท |
8.64 % |
87.04 % |
| ปีที่ 5 |
13,608 บาท |
12.96 % |
100 % |
| |
รวม 105,000 บาท |
|
|
ตามตัวอย่างนี้ ค่าเสื่อมราคาที่ตัดจำหน่ายในปีแรกจะคำนวณด้วยอัตราร้อยละ
40 แล้วลดเหลือร้อยละ 24 ร้อยละ 14.40 และร้อยละ 8.64 ในปีที่สอง
ปีที่สาม และปีที่สี่ ตามลำดับ จนปีสุดท้ายของอายุการใช้งานตัดส่วนที่เหลือทั้งหมด
การคำนวณก็ใช้มูลค่าสุทธิตามบัญชีคงเหลือของแต่ละปี มาเป็นฐานในการคำนวณปีต่อไป
วิธีคำนวณค่าเสื่อมแบบจูงใจ (Incentive
Depreciation) ในทางภาษีอากรได้ให้สิทธิในการหักค่าเสื่อมราคาเป็นกรณีพิเศษสำหรับสินทรัพย์บางชนิดที่เห็นว่ามีผลกระตุ้นการพัฒนาและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันตามนโยบายของรัฐ
โดยให้กิจการสามารถคำนวณค่าเสื่อมราคาตามวิธียอดคงเหลือลดลงทวีคูณ
(Double Declining Balance Method) สำหรับสินทรัพย์ดังต่อไปนี้
เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการวิจัยและพัฒนา จะมีวิธีการหักโดยทันทีที่ได้รับสินทรัพย์มาก็สามารถหักได้ร้อยละ
40 ของมูลค่าต้นทุน และในปีแรกที่ใช้งานให้หักได้อีกร้อยละ 20 ของมูลค่าต้นทุน
ผลก็คือ สามารถหักค่าเสื่อมราคาได้สูงถึงร้อยละ 60 ในปีแรก
ปีต่อๆมาก็ให้หักค่าเสื่อมราคาได้ร้อยละ 20 ของมูลค่าต้นทุนตามปกติ
ทำให้หักค่าเสื่อมราคาได้ทั้งหมดภายในเวลา ๓ ปี
อย่างไรก็ตาม ต้องศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมว่า เครื่องจักรที่ใช้ในการวิจัย
และพัฒนาดังกล่าวมีข้อกำหนด และเงื่อนไขอย่างไรจึงจะสามารถใช้สิทธินี้ได้
สินทรัพย์อย่างอื่นที่สามารถหักค่าเสื่อมราคาในลักษณะคล้ายคลึงกัน
ได้แก่ เครื่องบันทึกการเก็บเงิน ซึ่งสามารถเลือกหักตามปกติในอัตราร้อยละ
20 ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี หรือ โดยวิธีพิเศษในลักษณะเดียวกับเครื่องจักรที่ใช้ในการวิจัยและพัฒนา
เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ สามารถหักค่าเสื่อมราคาได้ภายใน
3 ปี หรือจะใช้วิธีพิเศษในลักษณะเดียวกับเครื่องจักรที่ใช้ในการวิจัยและพัฒนา
อาคารโรงงาน สามารถหักในทันทีที่ได้รับสินทรัพย์นั้นมาร้อยละ 25
ของมูลค่าต้นทุน และหักเพิ่มเติมในปีแรกได้อีกร้อยละ 5 ทำให้ปีแรกสามารถหักได้รวมร้อยละ
30 ปีต่อๆมาหักในอัตราร้อยละ 5 ของมูลค่าต้นทุนตามปกติ รวมทั้งสิ้นหักค่าเสื่อมได้ทั้งหมดภายในเวลา
14 ปี
เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในกิจการทั่วไป สามารถหักได้ในทันทีที่ได้รับสินทรัพย์มาร้อยละ
40 ของมูลค่าต้นทุน และหักเพิ่มเติมในปีแรกได้อีกร้อยละ 20 ทำให้ปีแรกหักได้รวมร้อยละ
60 ปีต่อๆมาหักในอัตราร้อยละ 20 รวมทั้งสิ้นหักค่าเสื่อมได้ทั้งหมดภายในเวลา
3 ปี
สำหรับอาคารโรงงานและเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในกิจการทั่วไปนั้น
เป็นเงื่อนไขที่ให้สิทธิการหักค่าเสื่อมแก่กิจการที่มีสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดินไม่เกิน
200 ล้านบาท และมีพนักงานไม่เกิน 200 คน กล่าวคือเป็นแรงจูงใจแก่กิจการที่เรียกว่า
ขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) นั่นเอง
วิธีคำนวณค่าเสื่อมแบบจูงใจนั้น จะว่าไปแล้ว ไม่ได้เป็นวิธีการคำนวณตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป
แต่เป็นเรื่องซึ่งกรมสรรพากร กำหนดขึ้นเพื่อเป็นสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบกิจการที่เข้าเงื่อนไขควรส่งเสริม
วิธีการคำนวณนั้นก็น่าสนใจไม่น้อย เนื่องจากกิจการสามารถนำไปเป็นข้อพิจารณาก่อนจะตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ถาวร
ที่จะช่วยประหยัดภาษีได้พอสมควร
ค่าเสื่อมราคานั้นเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นตัวเงิน
ไม่มีการจ่ายชำระในงวดที่ตัดจำหน่ายจริง แต่กิจการต้องไม่ลืมว่า
เป็นองค์ประกอบสำคัญตัวหนึ่งของต้นทุนการดำเนินงานของกิจการ ที่ทำให้หลายๆคนมองข้ามความสำคัญไป
ทำให้ผู้บริหารของกิจการมองไม่เห็นต้นทุนจม หรือ ต้นทุนคงที่ ดังกล่าวที่มีผลต่อผลการดำเนินงานของกิจการพอสมควรเลยทีเดียว
|
|
|