บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา


 
ทำบัญชีอย่างง่าย
Front Office & Back Office
เกร็ดเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีของกิจการ SMEs
การแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ใบกำกับภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
 
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า
 


Download ตัวอย่างงบการเงิน

  งบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548
  งบการเงิน บมจ. ยงไทย
 

   
ส่วนของผู้ถือหุ้น วิโรจน์ เฉลิมรัตนา
  ๒๕ มี.ค. ๔๘  

 
“กรณีที่บริษัทมีผลการดำเนินงานกำไรอย่างต่อเนื่อง และมีมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ให้จ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น เมื่อประกาศจ่าย บริษัทจะบันทึก “เงินปันผลจ่าย” โดยเงินปันผลจ่ายจะเป็นยอดหักออกจากส่วนของผู้ถือหุ้น เสมือนหนึ่งนำยอดกำไรที่สะสมไว้ คืนแก่ผู้ถือหุ้น”
 

 
องค์ประกอบหลักของงบการเงินนั้นประกอบด้วย (๑) งบดุล (๒) งบกำไรขาดทุน (๓) งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น และ(๔) งบกระแสเงินสด งบดุลนั้นแสดงฐานะการเงินของกิจการ งบกำไรขาดทุนแสดงผลการดำเนินงาน ส่วนที่เหลือนั้นเป็นงบที่แสดงรายการเปลี่ยนแปลงในส่วนของผู้ถือหุ้น และการเคลื่อนไหวของกระแสเงินสดของกิจการ

บทความนี้ ต้องการกระตุ้นให้ผู้อ่านได้ทำความเข้าใจกับส่วนของผู้ถือหุ้นในงบดุล เผื่อว่าเวลาดูงบการเงินในคราวต่อไป น่าจะให้ความสำคัญและสนใจสังเกตรายการในส่วนของผู้ถือหุ้น ซึ่งอาจจะทำให้พบประเด็นหรือข้อมูลที่น่าสนใจที่เราเคยมองข้ามมาก่อน

ส่วนประกอบสำคัญของ “ส่วนของผู้ถือหุ้น” นั้นประกอบด้วย (๑) ทุนเรือนหุ้น (๒) กำไรสะสม (หรือขาดทุนสะสม) (๓) ส่วนเกินทุน (ซึ่งอาจจะเป็นส่วนที่เกินกว่าทุนอันเนื่องมาจากสาเหตุต่างๆ เช่น เป็นส่วนเกินมูลค่าหุ้น ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ หรือ ส่วนเกินทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุน เป็นต้น) และ (๔) เงินปันผลจ่าย เป็นต้น

ทุนเรือนหุ้นของกิจการทั่วไปนั้น ได้แก่ทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว ในงบการเงินจะมีข้อมูลเกี่ยวกับ ชนิดของหุ้น (ได้แก่ หุ้นสามัญ และหุ้นบุริมสิทธิ) จำนวนหุ้นที่ออกจำหน่าย (และชำระแล้ว) และราคาที่ตราไว้ต่อหุ้นที่บริษัทได้จดทะเบียนแจ้งไว้แก่กระทรวงพาณิชย์ตอนจัดตั้งบริษัท

ตัวอย่าง เช่น บริษัทออกหุ้นสามัญไว้จำนวน 10,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 100 บาท ทุนจดทะเบียนของบริษัทจะเท่ากับจำนวนเงิน 1 ล้านบาท

ส่วนผู้ถือหุ้นได้ชำระค่าหุ้นไว้แล้วเท่าไร นั่นคือ “ทุนชำระแล้ว” บริษัทต้องกำหนดว่าจะให้ผู้ถือหุ้นชำระค่าหุ้นไว้เป็นจำนวนเงินเท่าไร ตามตัวอย่างเดิม สมมติว่ากำหนดให้ชำระเต็มมูลค่าหุ้น แปลว่า ผู้ถือหุ้นแต่ละราย ต้องนำเงินมาชำระแก่บริษัท ตามสัดส่วนที่ตนเองถือหุ้นอยู่ หากบริษัทได้รับชำระมาแล้วทั้งหมด จึงจะสามารถระบุในงบการเงินว่า ทุนชำระแล้วเต็มมูลค่าหุ้น

มูลค่าที่ตราไว้ต่อหุ้น (มักเรียกกันว่า ราคาพาร์ หรือ Par Value) จะเท่ากับ ราคาต่อหุ้นที่จดทะเบียนไว้ ตามตัวอย่างคือ 100 บาท หากผู้ถือหุ้นถือหุ้นไว้ 100 หุ้น ก็เท่ากับต้องชำระเงินค่าหุ้น 10,000 บาท (100 หุ้น คูณราคาหุ้นละ 100 บาท) แต่ในหลายๆกรณี ราคาที่ผู้ถือหุ้นต้องชำระนั้นอาจไม่เท่ากับมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ เรียกโดยทั่วไปว่า ซื้อหุ้นสูงกว่าราคาพาร์ บริษัทจะได้รับเงินค่าหุ้นสูงกว่าราคาหุ้นที่บริษัทจดทะเบียนไว้ ส่วนที่เกินกว่ามูลค่าหุ้นนั้น บริษัทจะบันทึกไว้เป็น “ส่วนเกินมูลค่าหุ้น” ในทางตรงกันข้าม หากราคาหุ้นที่ออกจำหน่ายต่ำกว่าราคาพาร์ บริษัทจะต้องบันทึกส่วนต่างนั้นไว้เป็น “ส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้น” ส่วนเกินมูลค่าหุ้นจะทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นมีมูลค่าสูงขึ้น และส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดต่ำลง

เมื่อบริษัทดำเนินการทางธุรกิจ มีผลการดำเนินงานเป็นผลกำไร ตอนปิดรอบบัญชี จะโอนผลกำไรนั้นปิดเข้าไปในบัญชี “กำไรสะสม” ซึ่งเป็นส่วนประกอบหนึ่งใน “ส่วนของผู้ถือหุ้น” หากตรงกันข้าม ผลการดำเนินงานเป็นผล “ขาดทุน” จะโอนยอดขาดทุนมาลดยอดกำไรสะสมให้เหลือน้อยลง หากผลการดำเนินงานขาดทุนมากๆอย่างต่อเนื่อง ยอดกำไรสะสมจะถูกลดลงจนกลายเป็นยอด “ขาดทุนสะสม” หากมียอด “กำไรสะสม” จะส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นมีมูลค่าสูงขึ้น ในขณะที่หากมี “ขาดทุนสะสม” จะส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นมีมูลค่าต่ำลง ในกิจการที่มีผลการดำเนินงานย่ำแย่มากๆ ผลขาดทุนสะสมอาจมีมากจนเกินกว่าตัวเลขทุนของบริษัท ในกรณีเช่นนี้ยอด “ส่วนของผู้ถือหุ้น” จะแสดงตัวเลขติดลบ และในงบการเงินมักจะระบุไว้ว่า มียอด “ขาดทุนเกินทุน”

กรณีที่บริษัทมีผลการดำเนินงานกำไรอย่างต่อเนื่อง และมีมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ให้จ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น เมื่อประกาศจ่าย บริษัทจะบันทึก “เงินปันผลจ่าย” โดยเงินปันผลจ่ายจะเป็นยอดหักออกจากส่วนของผู้ถือหุ้น เสมือนหนึ่งนำยอดกำไรที่สะสมไว้ คืนแก่ผู้ถือหุ้น การจ่ายเงินปันผลมีรายละเอียดเพิ่มเติมคือ การกันสำรองตามกฎหมาย กล่าวคือ เมื่อบริษัทจะจ่ายเงินปันผล บริษัทต้องกันกำไรของบริษัทไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละห้า จนกว่าทุนสำรองนี้มีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของทุนจดทะเบียน โดยสำรองตามกฎหมายนี้ไม่สามารถนำไปจ่ายเป็นเงินปันผลได้

กรณีที่บริษัทมีรายการธุรกิจที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น อาจมีการนำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นตราสารหนี้หรือตราสารทุน ตัวอย่างการลงทุนในตราสารหนี้ ได้แก่ การที่บริษัทนำเงินไปซื้อหุ้นกู้ หรือ ตราสารที่มีการระบุระยะเวลาที่จะต้องถือไว้และวันที่ครบกำหนด เป็นต้น การลงทุนในตราสารทุนอาจอธิบายหรือเรียกง่ายๆว่า เป็นการลงทุนในหุ้นของบริษัทอื่น ทั้งสองกรณีนี้ บริษัทต้องประเมินและพิจารณามูลค่าตามบัญชีของเงินลงทุนนั้น เปรียบเทียบกับ มูลค่ายุติธรรม (หรือราคาตลาด)

ผลแตกต่างระหว่างราคาตามบัญชี (หรือราคาทุนที่บริษัทลงไป) กับมูลค่ายุติธรรมนั้น ในกรณีที่ถือว่าเงินลงทุนนั้นจัดประเภทเป็น “หลักทรัพย์เผื่อขาย” (ซึ่งมีเงื่อนไข และหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ในเรื่อง เงินลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน) แล้ว บริษัทจะต้องรับรู้ การเปลี่ยนแปลงในราคา หรือ “ผลกำไรหรือขาดทุน” ไว้เป็น “กำไรหรือขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุน” โดยแสดงไว้ใน “ส่วนของผู้ถือหุ้น” รายการดังกล่าวจะทำให้ยอด “ส่วนของผู้ถือหุ้น.” สูงขึ้นหรือต่ำลง

บางบริษัทมีสินทรัพย์ถาวร ที่เรียกกันในทางบัญชีว่า “ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์” และเลือกใช้วิธีให้มีบริษัทผู้ประเมินราคาสินทรัพย์อิสระเข้ามาประเมินราคา ในกรณีเช่นนี้บริษัทอาจรับรู้ผลกำไรหรือขาดทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ถาวรจากผลต่างระหว่างราคาตามบัญชี และมูลค่ายุติธรรม (ซึ่งก็คือราคาตามที่ผู้ประเมินอิสระประเมินมูลค่าไว้) กำไรหรือขาดทุนนี้บริษัทจะต้องบันทึกเข้าเป็น “กำไรหรือขาดทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ถาวร” โดยแสดงไว้ใน “ส่วนของผู้ถือหุ้น” และเช่นเดียวกัน รายการนี้จะทำให้ยอด “ส่วนของผู้ถือหุ้น” สูงขึ้นหรือต่ำลง

“ส่วนของผู้ถือหุ้น” (Shareholders’ Equity) อาจเรียกว่า “ส่วนของเจ้าของ” (Owners’ Equity) หรือ “มูลค่าสุทธิตามบัญชี” (Net Worth) ในกรณีที่เรียกว่า Net Worth นั้น เป็นการมองส่วนของผู้ถือหุ้นว่า เป็นส่วนที่แตกต่างระหว่าง สินทรัพย์ และ หนี้สิน หรือคือ สินทรัพย์ ลบด้วย หนี้สิน นั่นเอง

ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นตัวอย่างสำคัญๆ ที่แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของ “ส่วนของผู้ถือหุ้น” ว่าเกิดขึ้นจากปัจจัย หรือรายการธุรกิจใดบ้าง การวิเคราะห์งบการเงินในส่วนนี้จะทำให้เราทราบว่า ส่วนของเจ้าของบริษัทนั้นมีมูลค่าสูงขึ้นหรือต่ำลงอย่างไรบ้าง ซึ่งต้องวิเคราะห์ให้ออกว่า การสูงขึ้นหรือต่ำลงดังกล่าวเกิดขึ้นจากรายการธุรกิจใด หรือเกิดขึ้นจากผลการดำเนินงานเป็นหลักใหญ่

ในงบการเงินสมัยใหม่ กฎหมายจะบังคับให้จัดทำ “งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น” ไว้ต่างหาก ซึ่งงบดังกล่าวนี้จะช่วยให้ผู้อ่านงบมองเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงในส่วนของผู้ถือหุ้นว่า เกิดจากรายการหรือกิจกรรมใดของกิจการ

คราวต่อไปที่จะดูงบการเงิน อย่าลืมวิเคราะห์ในส่วนของผู้ถือหุ้น และในงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น ด้วย จะพบว่ามีข้อมูลที่สำคัญแสดงอยู่ในส่วนนี้
 
 

 

ห้องสนทนา   เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home : Fan Zone
เกมส์   Games Flash : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
รักและคิดถึง   พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : Emotion : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง   ฟังเพลงออนไลน์ : ภาพยนตร์ : VDO Clip : ซุบซิบดารา : สัมภาษณ์-เบื้องหลัง : เรื่องย่อละคร : ข่าวบันเทิง : ข่าวประจำวัน : ดวงประจำเดือน : ดวงประจำสัปดาห์ : มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้   บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน   Everyday English : New Nanny : E-Dialog with Voice : รู้จักญี่ปุ่น : ท่องแดนอาทิตย์อุทัย :พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK   Business Letter : Song of the Week : On Khao San Road : เพลินภาษาน่ารู้ : E-Diary : ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก : ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone : เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York! : Did you know? : E-Dialog : เสวนาธุรกิจ
BKK Center   Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline : BKK Design : Site Map

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................

Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961