ใน Letter
of Intent มักจะมีเงื่อนไขที่ผู้ซื้อจะมีสิทธิส่งผู้เชี่ยวชาญทางบัญชี
หรือกฎหมาย เข้ามาตรวจสอบกิจการ หรือที่เรียกว่า ทำ Due Diligence
ไม่ว่าจะเป็น Accounting Due Diligence หรือ Tax Due Diligence
ประการที่สอง การจัดทำบันทึกความเข้าใจระหว่างผู้จะซื้อ
และผู้จะขาย (Memorandum of understanding) จะช่วยให้ทราบความต้องการของทั้งสองฝ่ายในเบื้องต้นชัดเจนยิ่งขึ้น
ในบันทึกความเข้าใจนี้ จะมีการกำหนดเงื่อนไขที่แต่ละฝ่ายต้องการ
และเป็นเสมือนข้อตกลงเบื้องต้นในการซื้อขายกิจการ
ประการที่สาม การเจรจาและกำหนดโครงสร้างการซื้อขาย
ขั้นตอนและกระบวนการที่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องปฏิบัติ (Structuring
the deal)
ประการที่สี่ การจัดทำ
Letter of Intent ซึ่งเป็นเสมือนร่างสัญญาซื้อขายกิจการ ในหนังสือฉบับนี้เป็นผลสรุปของการเจรจา
ตกลงกัน โดยจะระบุหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และข้อกำหนดต่างๆ จำนวนเงินที่จะซื้อขายกิจการ
ขั้นตอนและกระบวนการซื้อขายกิจการ ประเด็นทางกฎหมาย และภาษีอากร
หน้าที่ และความรับผิดชอบของทั้งสองฝ่าย
ใน Letter of Intent มักจะมีเงื่อนไขที่ผู้ซื้อจะมีสิทธิส่งผู้เชี่ยวชาญทางบัญชี
หรือกฎหมาย เข้ามาตรวจสอบกิจการ หรือที่เรียกว่า ทำ Due Diligence
ไม่ว่าจะเป็น Accounting Due Diligence หรือ Tax Due Diligence
ใน Letter of Intent มักจะมีการระบุให้ผู้ซื้อเก็บรักษาความลับการจากเข้ามาตรวจสอบกิจการ
และความลับทางการค้าของกิจการ รวมทั้งเก็บรักษาเป็นความลับว่าตนกำลังดำเนินการเจรจาตกลงเพื่อซื้อขายกิจการกัน
ในบางกรณี เจ้าของกิจการอาจใช้คนกลาง (Broker) ในการเจรจาตกลงซื้อขายกิจการ
คนกลางอาจทำคำเสนอให้มีผู้แจ้งความประสงค์เข้ามาในลักษณะเหมือนเปิดการประมูล
(Bid) ในลักษณะนี้ ผู้ขายกิจการอาจได้รับ Letter of Intent เข้ามาหลายฉบับ
เพื่อเปรียบเทียบเงื่อนไข และราคา ซึ่งผู้เสนอซื้อจะต้องพยายามกำหนดเงื่อนไขต่างๆ
ให้จูงใจและดีกว่าผู้เสนอรายอื่นๆ