บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา
บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา
accounting
Accounting
บัญชี
หลักการบัญชี
ความรู้ทางบัญชี
ทำบัญชีอย่างง่าย
Front Office & Back Office
เกร็ดเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีของกิจการ SMEs
การแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ใบกำกับภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า
Download ตัวอย่างงบการเงิน
งบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548
งบการเงิน บมจ. ยงไทย
ภาระหน้าที่ของกิจการ
วิโรจน์ เฉลิมรัตนา
๑๕ ก.พ. ๔๙
viroj@vas.co.th
ผู้ทำบัญชี ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๓ นั้นมีการกำหนดคุณสมบัติไว้ด้วย โดยผู้ทำบัญชีต้องจบปริญญาตรี สาขาวิชาการบัญชี ตามเงื่อนไข จะมีระบุชื่อสาขาและมหาวิทยาลัยไว้ในกฎหมายลูก พวกกฎกระทรวง ด้วย และผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติครบถ้วนนี้จะต้องแจ้งแก่กระทรวงพาณิชย์ว่าเป็นผู้ทำบัญชีของบริษัทใด ตามระยะเวลาที่กำหนด
กิจการเมื่อตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจ จะมีภาระหน้าที่และความรับผิดชอบเกิดขึ้นตามมาทันทีที่เริ่มจัดตั้ง ในบางครั้งผู้ประกอบกิจการมีความคิดทำธุรกิจ และมองเห็นช่องทางชัดเจน แต่ไม่ได้คำนึงถึงประเด็นภาระหน้าที่ ทำให้เกิดปัญหาที่ต้องกลับไปแก้ไข เข้าทำนองเตรียมหน้าร้านไว้ดี แต่ลืมเตรียมความพร้อมของหลังร้าน ทำให้การดำเนินธุรกิจไม่ราบรื่นเท่าที่ควร
กิจการเมื่อตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจ จะมีภาระหน้าที่และความรับผิดชอบเกิดขึ้นตามมาทันทีที่เริ่มจัดตั้ง ในบางครั้งผู้ประกอบกิจการมีความคิดทำธุรกิจ และมองเห็นช่องทางชัดเจน แต่ไม่ได้คำนึงถึงประเด็นภาระหน้าที่ ทำให้เกิดปัญหาที่ต้องกลับไปแก้ไข เข้าทำนองเตรียมหน้าร้านไว้ดี แต่ลืมเตรียมความพร้อมของหลังร้าน ทำให้การดำเนินธุรกิจไม่ราบรื่นเท่าที่ควร
ประเด็นที่กิจการมีภาระหน้าที่ต้องทำนั้น กล่าวโดยทั่วไปมีดังต่อไปนี้
๑. ขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
๒. จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ (ต้องดูหลักเกณฑ์ว่ากิจการของตนเข้าข่ายต้องจดหรือไม่ และหากต้องจดทะเบียนต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีธุรกิจเฉพาะ)
๓. ขึ้นทะเบียนประกันสังคม
๔. จัดหา "ผู้ทำบัญชี" ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีของบริษัท
๕. จัดทำบัญชีตามกฎเกณฑ์ที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.๒๕๔๓ ในเรื่อง
- ชนิดของบัญชีที่ต้องจัดทำ
- จัดทำงบการเงินประจำปี
- รายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน
๖. เลือกและแต่งตั้งผู้สอบบัญชี
๗. ให้ผู้สอบบัญชีรับรองงบการเงิน
๘. การนำส่งงบการเงินประจำปี
๙. ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การยื่นงบการเงินประจำปี
๑๐. จัดทำรายงานการประชุมสามัญประจำปี รายงานการประชุมวิสามัญ รายงานการประชุมคณะกรรมการ เป็นต้น
รูปแบบธุรกิจที่ผู้ประกอบกิจการเลือกใช้ จะส่งผลต่อภาระหน้าที่ดังกล่าวข้างต้น หากเริ่มไล่เรียงตั้งแต่รูปแบบที่เหมาะสมที่ใช้ดำเนินกิจการ เช่น ทำธุรกิจในรูปบุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด รูปแบบธุรกิจที่เลือกไว้แตกต่างกันจะส่งผลต่อภาระหน้าที่ที่กิจการนั้นมีอยู่
การทำธุรกิจในรูปบุคคล ภาระหน้าที่ก็จะมีน้อย ไม่มีข้อกำหนดให้ต้องจัดทำบัญชีอย่างเป็นทางการ การที่กิจการจะจดบันทึกรายรับรายจ่าย คงเป็นไปตามหลักการวัดผลการดำเนินงานมากกว่าจะถูกกฎหมายบังคับให้ต้องนำส่งงบการเงิน ในรูปแบบที่กำหนด
การทำธุรกิจในรูปบุคคล ภาระที่เกิดขึ้นคือการยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้กลางปี และประจำปี ตามแบบ แบบ ภ.ง.ด. 94 และภ.ง.ด.90 ตามลำดับ จะเป็นเงินได้ประเภทใดก็ว่ากันไปตามกฎเกณฑ์ของประเภทของเงินได้ตามประมวลรัษฎากร
การทำธุรกิจในรูปบุคคล หรือนิติบุคคลต้องมีการขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบธุรกิจนั้น และนำส่งภาษีต่างๆเป็นรายเดือน รายครึ่งปี รายปี และเมื่อเกิดรายการตามลำดับ และหากรายได้จากการทำธุรกิจสูงกว่า ๑.๘ ล้านบาทต่อปี และประเภทเงินได้ของกิจการเข้าข่ายต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็ต้องจดทะเบียนเป็น ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยยื่นแบบ ภ.พ.01 และเข้าข่ายต้องจัดทำรายงานที่เกี่ยวข้องกับภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น รายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขาย และรายงานสินค้าคงเหลือ เป็นต้น สำหรับบุคคลธรรมดาหากเข้าข่ายต้องจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ผลก็คือต้องจัดทำรายงานในลักษณะเดียวกับนิติบุคคล และต้องทำรายละเอียดเพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนตัวเลขการรายงานทางภาษีไปโดยปริยาย
การเลือกรูปแบบธุรกิจแบบบุคคลธรรมดาเหมาะกับกิจการขนาดเล็กๆ ที่รายได้ไม่มากนัก เนื่องจากหากรายได้อยู่ในเกณฑ์สูง จะไม่สามารถนำค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการมาหักได้ตามจริง แต่คงหักได้เป็นอัตราเหมา เช่น หักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ ๓๐ ของรายได้ เป็นต้น ทำให้ภาระภาษีของบุคคลอาจสูงกว่าถ้าเลือกรูปแบบเป็นนิติบุคคล รูปแบบธุรกิจแบบง่ายคือแบบบุคคลธรรมดา จะไม่มีข้อกำหนดในการจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งแน่นอนการจดทะเบียนดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดภาระหน้าที่ในการรายงานต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ต้องจัดทำบัญชี และส่งงบการเงิน
อัตราภาษีสำหรับบุคคลธรรมดานั้นจะมีหลายอัตรา ตามจำนวนของเงินได้ ที่เรียกกันว่า อัตราภาษีแบบขั้นบันได กล่าวคือ หากมีรายได้น้อยจะเสียภาษีในอัตราต่ำ รายได้ส่วนที่มากขึ้นจะเสียในอัตราสูงขึ้น (หรืออัตราก้าวหน้า) ในปัจจุบัน อัตราภาษีของบุคคลธรรมดา จะเริ่มต้นที่ร้อยละ ๑๐ ร้อยละ ๒๐ ร้อยละ ๓๐ และสูงสุดที่ร้อยละ ๓๗ ในขณะที่อัตราภาษีของนิติบุคคลกรณีเป็นกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม จะเริ่มต้นที่ร้อยละ ๑๕ ร้อยละ ๒๕ และสูงสุดที่ร้อยละ ๓๐ กิจการที่ไม่ใช่กิจการขนาดกลางและขนาดย่อมอัตราภาษีจะเป็นร้อยละ ๓๐ เพียงอัตราเดียว จะเห็นว่าอัตราภาษีสูงสุดของนิติบุคคลจะต่ำกว่าอัตราภาษีสูงสุดของบุคคลธรรมดา
โดยธรรมชาติแล้ว หากกิจการที่มีรายการค้าขายมาก และมีรายได้สูงถึงระดับหนึ่ง การเลือกรูปแบบธุรกิจแบบบุคคลธรรมดา ก็ย่อมไม่เหมาะสมเนื่องจากต้องมีพนักงาน และระบบรองรับ ก็คงต้องกำหนดรูปแบบกิจการให้เป็นกิจลักษณะ
กรณีที่เลือกรูปแบบกิจการเป็นนิติบุคคลประเภท บริษัท ก็จะต้องมีการตรวจสอบบัญชีจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ซึ่งโดยผลของกฎหมาย ๒ ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.๒๕๔๓ และพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๗ ทำให้กิจการมีภาระหน้าที่อย่างน้อยคือ ต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชี และจัดทำบัญชีตาม มาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป ผู้สอบบัญชีก็ต้องปฏิบัติงานตรวจสอบตามมาตรฐานอีกชุดหนึ่งที่เรียกว่า มาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองทั่วไป
ผู้ทำบัญชี ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๓ นั้นมีการกำหนดคุณสมบัติไว้ด้วย โดยผู้ทำบัญชีต้องจบปริญญาตรี สาขาวิชาการบัญชี ตามเงื่อนไข จะมีระบุชื่อสาขาและมหาวิทยาลัยไว้ในกฎหมายลูก พวกกฎกระทรวง ด้วย และผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติครบถ้วนนี้จะต้องแจ้งแก่กระทรวงพาณิชย์ว่าเป็นผู้ทำบัญชีของบริษัทใด ตามระยะเวลาที่กำหนด
ผู้สอบบัญชีของบริษัทก็เช่นเดียวกัน ต้องมีการแจ้งว่าเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทใด ตามระยะเวลาที่กำหนด กล่าวคือ ภายในกี่วันนับจากวันที่ได้รับแต่งตั้งจากผู้ถือหุ้นของบริษัท
ตามกฎหมายดังกล่าว บริษัทต้องให้ผู้ถือหุ้นลงมติอนุมัติงบการเงินที่ตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีภายใน ๔ เดือนนับจากวันที่สิ้นงวด ดังนั้นหากรอบบัญชีของบริษัทสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ก็ต้องประชุมอนุมัติงบการเงินภายในเดือนเมษายนของปีถัดไป และต้องนำส่งงบการเงินที่อนุมัติเรียบร้อยแล้วนั้นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน ๑ เดือนนับจากวันที่ประชุม เช่น หากประชุมอนุมัติงบการเงินในวันที่ ๓๐ เมษายน ก็ต้องนำส่งงบการเงินภายในวันที่ ๓๑ พฤษภาคม หากประชุมในวันที่ ๒๐ เมษายน ก็ต้องนำส่งงบการเงินภายในวันที่ ๒๐ พฤษภาคม เป็นต้น
ในปัจจุบัน กฎเกณฑ์ในโลกธุรกิจไปไกลจนถึงจุดที่กิจการจะทำอะไรเหมือนแต่ก่อนไม่ได้อีกแล้ว การแสดงรายได้เพื่อเสียภาษี การจัดทำบัญชี การตรวจสอบบัญชี ล้วนถูกยกระดับมาตรฐานให้สูงขึ้น มีข้อกำหนดที่ยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น ภาระหน้าที่ของกิจการก็มีมากและมีรายละเอียดเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว การละเลยไม่ปฏิบัติตามก็มีบทลงโทษรุนแรงและเด็ดขาดจนทำให้กิจการต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น การรู้เท่าทันกฎหมายที่เกี่ยวข้องเหล่านี้กลายเป็นเรื่องจำเป็น กลายเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยากขึ้นทุกที ต้นทุนเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Compliance Cost) เหล่านี้ก็ย่อมจะสูงขึ้นตามลำดับ กิจการมีความจำเป็นต้องเลือกบุคคลากรหรือผู้ให้บริการทางด้านบัญชี ด้านภาษีอากร และด้านกฎหมาย ที่มีคุณภาพ และรับผิดชอบต่อการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เหล่านี้ด้วย หาไม่แล้วกิจการจะได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อยจาก ความไม่รู้ กฎหมาย และได้รับโทษจาก การละเลย ที่จะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้....
ห้องสนทนา
เม้าท์ระเบิด
:
โลกกับธรรม
:
English Corner
:
ข่าวประชาสัมพันธ์
:
BKK Blog
:
Work at Home
:
Fan Zone
เกมส์
Games Flash
:
Jigsaw
:
Hang Man
:
Tetris
:
Slider
:
จับคู่
รักและคิดถึง
พบเพื่อนใหม่
:
E-Cards
:
Emotion
:
กลอนแทนใจ
:
ศาลาพักใจ
:
เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง
ฟังเพลงออนไลน์
:
ภาพยนตร์
:
VDO Clip
:
ซุบซิบดารา
:
สัมภาษณ์-เบื้องหลัง
:
เรื่องย่อละคร
:
ข่าวบันเทิง
:
ข่าวประจำวัน
:
ดวงประจำเดือน
:
ดวงประจำสัปดาห์
:
มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้
บัญชีทีเบรค
:
กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน
Everyday English
:
New Nanny
:
E-Dialog with Voice
:
รู้จักญี่ปุ่น
:
ท่องแดนอาทิตย์อุทัย
:
พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK
Business Letter
:
Song of the Week
:
On Khao San Road
:
เพลินภาษาน่ารู้
:
E-Diary
:
ศัพท์ทันโลก
:
สืบสายนิยายดัง
:
Alphabetize
:
SEX
:
วัยรุ่น วัยดึก
:
นางาซากิ
:
นานานก
:
ชีวิตหลากสี
:
ยายวันวาน
:
พาชิมริมครัว
:
IT Audit
:
Chic & Trendy
:
Indy Zone
:
เกร็ดความรู้ไอที
:
Star Corner
:
New York! New York!
:
Did you know?
:
E-Dialog
:
เสวนาธุรกิจ
BKK Center
Hot Links
:
เบอร์โทรศัพท์ฉับไว
:
About us
:
ติดต่อ BKKonline
:
BKK Design
:
Site Map
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................
Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961