บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา


 
ทำบัญชีอย่างง่าย
Front Office & Back Office
เกร็ดเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีของกิจการ SMEs
การแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ใบกำกับภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
 
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า
 


Download ตัวอย่างงบการเงิน

  งบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548
  งบการเงิน บมจ. ยงไทย
 

   
ีเงินลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน วิโรจน์ เฉลิมรัตนา
  ๑๕ ธ.ค. ๔๘ viroj@vas.co.th

 
“การลงทุน” ของกิจการนั้น ยังมีเหตุผลทางด้านอื่นๆนอกเหนือจากเพื่อนำเงินสดส่วนเกินนั้นไปดำเนินการให้เกิดดอกผลงอกเงยอีกด้วย เช่น การลงทุนเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้า การลงทุนเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้า การต่อยอดจากธุรกิจเดิมที่ทำอยู่ การลงทุนเพื่อให้มีการจัดโครงสร้างเครือข่ายธุรกิจใหม่ เป็นต้น
 

หากในกระเป๋าสตางค์มีเงินสดคงเหลือมากเกินพอสำหรับจับจ่ายใช้สอยแล้ว ธรรมชาติของมนุษย์จะเริ่มนึกถึง “การลงทุน” โดยหวังว่าเงินสดส่วนเกินนั้นจะสามารถสร้างผลตอบแทนให้แก่เรามากกว่าการเก็บเงินนั้นไว้เฉยๆ ในทางเศรษฐศาสตร์จะเกิดการเปรียบเทียบว่า หากนำเงินไปฝากธนาคารไว้ หรือ ลงทุนในสินทรัพย์ ในตราสารหนี้ หรือ ตราสารทุน อย่างใดจะให้ผลตอบแทนแก่เรามากกว่ากัน

อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่า การที่สินทรัพย์หรือตราสารแต่ประเภทให้ผลตอบแทนแก่เรามากบ้าง น้อยบ้างนั้น “ความเสี่ยง” ในการลงทุนก็ย่อมแตกต่างกันไปด้วย

ในกรณีที่กิจการมีเงินสดคงเหลือเกินกว่าเงินทุนที่จะใช้หมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ ก็อาจพิจารณานำไปใช้เป็น “เงินลงทุน” เช่นเดียวกัน

“การลงทุน” ของกิจการนั้น ยังมีเหตุผลทางด้านอื่นๆนอกเหนือจากเพื่อนำเงินสดส่วนเกินนั้นไปดำเนินการให้เกิดดอกผลงอกเงยอีกด้วย เช่น การลงทุนเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้า การลงทุนเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้า การต่อยอดจากธุรกิจเดิมที่ทำอยู่ การลงทุนเพื่อให้มีการจัดโครงสร้างเครือข่ายธุรกิจใหม่ เป็นต้น

ทางเลือกในการลงทุนนั้นมีอยู่หลากหลาย แต่ละประเภทก็มีวิธีการบันทึกบัญชี และประเด็นปัญหาที่แตกต่างกันไป ตามลักษณะของสินทรัพย์ หรือตราสารในการลงทุน

เริ่มต้นจาก “การบัญชีสำหรับเงินลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน”

ตราสารหนี้ หมายถึง สัญญาที่แสดงว่าผู้ออกตราสารมีภาระผูกพันที่จะต้องจ่ายเงินสด

หรือสินทรัพย์อื่นให้แก่ผู้ถือตราสารตามจำนวน และเงื่อนไขที่กำหนด ตัวอย่างตราสารหนี้ ได้แก่ หุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัทต่างๆ หากกิจการนำเงินไปซื้อหุ้นกู้ดังกล่าวไว้ เท่ากับว่า กิจการมีเงินลงทุนในตราสารหนี้ประเภทหุ้นกู้ในบริษัทนั้น กรณีนี้ผู้ออกหุ้นกู้ถือเป็นลูกหนี้ของผู้ถือเงินลงทุนในหุ้นกู้นั้น เป็นต้น

ตราสารทุน หมายถึง สัญญาที่แสดงว่าผู้ถือตราสารมีความเป็นเจ้าของในส่วนได้เสียของกิจการที่ไปลงทุน ตัวอย่างตราสารทุน ได้แก่ หุ้นทุนที่ออกเพื่อขาย และระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ หากกิจการนำเงินไปซื้อหุ้นทุนดังกล่าวไว้ เท่ากับว่า กิจการมีเงินลงทุนในตราสารทุน (ประเภทที่อยู่ในความต้องการของตลาด) เป็นต้น

มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ ๔๐ เรื่อง การบัญชีสำหรับเงินลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน แบ่งเงินลงทุนไว้เป็น ๒ ประเภท ตามความตั้งใจในการถือไว้ ได้แก่ ๑) เงินลงทุนชั่วคราว และ ๒) เงินลงทุนระยะยาว

เงินลงทุนชั่วคราว หมายถึง เงินลงทุนที่ตั้งใจถือไว้ไม่เกิน ๑ ปี หมายรวมถึง หลักทรัพย์เพื่อค้า หลักทรัพย์เผื่อขาย เงินลงทุนทั่วไป และตราสารหนี้ที่จะครบกำหนดภายใน ๑ ปี

เงินลงทุนระยะยาว หมายถึง เงินลงทุนที่ตั้งใจถือไว้เกิน ๑ ปี หมายรวมถึง ตราสารทุนที่จัดประเภทเป็นหลักทรัพย์เผื่อขาย เงินลงทุนทั่วไป ตราสารหนี้ที่จัดประเภทเป็นหลักทรัพย์เผื่อขาย และตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด

ขอให้สังเกตว่า “หลักทรัพย์เพื่อค้า” นั้นถือเป็นเงินลงทุนชั่วคราว เนื่องจากผู้ถือไม่มีจุดประสงค์จะถือไว้นาน และมีจุดประสงค์หลักที่จะขายในอนาคตอันใกล้ ทำให้กิจการถือหลักทรัพย์นั้นไว้เป็นระยะเวลาสั้นๆ เพื่อหากำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์ ดังนั้น หลักทรัพย์เพื่อค้าจึงมีอัตราการหมุนเวียนสูง

ส่วน “หลักทรัพย์เผื่อขาย” หมายถึง เงินลงทุนในตราสารหนี้ทุกชนิดที่ไม่ใช่ตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด และหมายถึง เงินลงทุนในตราสารทุนในความต้องการของตลาดที่ไม่ใช่หลักทรัพย์เพื่อค้า หลักทรัพย์เผื่อขายไม่รวมถึง เงินลงทุนในบริษัทย่อย และบริษัทร่วม หลักทรัพย์เผื่อขาย อาจถือเป็นเงินลงทุนชั่วคราว หรือ เงินลงทุนระยะยาว ก็ได้

หลักทรัพย์หรือเงินลงทุนในความต้องการของตลาด หมายถึง หลักทรัพย์หรือเงินลงทุนอื่นที่มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายคล่อง ดังนั้น ตราสารทุนในความต้องการของตลาด ได้แก่ หุ้นทุนที่มีการซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์

ณ วันที่กิจการได้เงินลงทุนมา ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ คือ
     ๑. จัดประเภทตราสารหนี้ทุกชนิด และตราสารทุนในความต้องการของตลาดออกเป็น
         ๑.๑ หลักทรัพย์เพื่อค้า (เงินลงทุนชั่วคราว)
         ๑.๒ หลักทรัพย์เผื่อขาย (เงินลงทุนชั่วคราว หรือ เงินลงทุนระยะยาว)
         ๑.๓ ตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด (เงินลงทุนระยะยาว)
     ๒. จัดประเภทตราสารทุนที่ไม่อยู่ในความต้องการของตลาดเป็นเงินลงทุนทั่วไป (เงินลงทุนชั่วคราว หรือ เงินลงทุนระยะยาว)

เมื่อแจกแจงประเภทของเงินลงทุนได้แล้ว ณ วันที่ในงบดุล กิจการต้องทบทวนความเหมาะสมในการจัดประเภทเงินลงทุนที่แยกแสดงไว้แต่เดิม หากความตั้งใจในการถือเงินลงทุนนั้นเปลี่ยนแปลงไป กิจการต้องจัดประเภทเงินลงทุนข้างต้นใหม่


ตารางสรุปการจัดประแภทเงินลงทุน (เพื่อความสะดวกในการทำความเข้าใจเท่านั้น)

ประเภท/ลักษณะ ของเงินลงทุน
เงินลงทุนชั่วคราว มูลค่า เงินลงทุนระยะยาว มูลค่า
1. หลักทรัพย์เพื่อค้า / ยุติธรรม - -
2. หลักทรัพย์เผื่อขาย
/ ยุติธรรม / ยุติธรรม
3. เงินลงทุนทั่วไป (เป็นได้ทั้งตราสารทุนที่อยู่ในความต้องการของตลาด และตราสารทุนที่ไม่อยู่ในความต้องการของตลาด) /   /  
3.1 ตราสารทุนที่อยู่ในความต้องการของตลาด /   /  
     - หลักทรัพย์เพื่อค้า / ยุติธรรม - -
     - หลักทรัพย์เผื่อขาย / ยุติธรรม / ยุติธรรม
3.2 ตราสารทุนที่ไม่อยู่ในความต้องการของตลาด / ราคาทุน / ราคาทุน
4. ตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด - ราคาทุนตัดจำหน่าย / ราคาทุนตัดจำหน่าย

คำอธิบาย

  1. เงินลงทุนประเภทหลักทรัพย์เพื่อค้าถือเป็นเงินลงทุนชั่วคราว
  2. เงินลงทุนประเภทหลักทรัพย์เผื่อขายหรือเงินลงทุนทั่วไปสามารถจัดประเภทได้ทั้งเป็น เงินลงทุนชั่วคราวหรือเงินลงทุนระยะยาว ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของเวลาที่กิจการตั้งใจจะถือเงินลงทุนไว้หรืออายุตามสัญญาของเงินลงทุนเองตามปกติ
  3. ตราสารทุนที่อยู่ในความต้องการของตลาด สามารถจัดประเภทเป็น “เงินลงทุนชั่วคราว” หรือ “เงินลงทุนระยะยาว”
  4. ตราสารทุนที่ไม่อยู่ในความต้องการของตลาด จัดประเภทเป็น “เงินทุนทั่วไป” ที่เป็นเงินลงทุนชั่วคราว หรือ เงินลงทุนระยะยาว
  5. ตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด ถือเป็นเงินลงทุนระยะยาว (ตราสารหนี้ส่วนใหญ่กำหนดระยะเวลาไว้มากกว่า ๑ ปี)
ยังมีประเด็นเกี่ยวกับ ราคาตามบัญชี ของเงินลงทุน ที่ต้องแสดงไว้แตกต่างกัน ตามประเภทของเงินลงทุนที่ได้จัดประเภทไว้ และการโอนเปลี่ยนการจัดประเภทเงินลงทุน ที่จะกล่าวในคราวต่อไป

ห้องสนทนา   เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home : Fan Zone
เกมส์   Games Flash : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
รักและคิดถึง   พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : Emotion : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง   ฟังเพลงออนไลน์ : ภาพยนตร์ : VDO Clip : ซุบซิบดารา : สัมภาษณ์-เบื้องหลัง : เรื่องย่อละคร : ข่าวบันเทิง : ข่าวประจำวัน : ดวงประจำเดือน : ดวงประจำสัปดาห์ : มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้   บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน   Everyday English : New Nanny : E-Dialog with Voice : รู้จักญี่ปุ่น : ท่องแดนอาทิตย์อุทัย :พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK   Business Letter : Song of the Week : On Khao San Road : เพลินภาษาน่ารู้ : E-Diary : ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก : ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone : เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York! : Did you know? : E-Dialog : เสวนาธุรกิจ
BKK Center   Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline : BKK Design : Site Map

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................

Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961