บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา
บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา
accounting
Accounting
บัญชี
หลักการบัญชี
ความรู้ทางบัญชี
ทำบัญชีอย่างง่าย
Front Office & Back Office
เกร็ดเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีของกิจการ SMEs
การแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ใบกำกับภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า
Download ตัวอย่างงบการเงิน
งบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548
งบการเงิน บมจ. ยงไทย
งบกำไรขาดทุน ง่ายๆ
ยุพา กาญจนดุล
๑๔ ม.ค. ๔๕
รายได้คือผลที่เกิดจากการสร้างคุณค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์หรือบริการขององค์กร ที่ผู้ซื้อเห็นว่ามีคุณค่าจริงด้วยความเต็มใจซื้อ ส่วนค่าใช้จ่ายได้แก่สิ่งที่องค์กรต้องใช้หรือเสียไปในการจัดหา และ/หรือสร้างผลิตภัณฑ์และบริการให้มีคุณค่าเพิ่มขึ้น ผลต่างระหว่างการได้มาและการเสียไปนี้คือฝีมือขององค์กร หรือผลการดำเนินงานนั่นเอง
งบกำไรขาดทุน เป็นงบการเงินที่มีความสำคัญมากงบหนึ่ง มักถูกกล่าวขานควบคู่ไปกับงบดุล เสมอ เพราะทั้ง 2 งบนี้จะต้องใช้ร่วมกัน จึงจะมีประโยชน์อย่างเต็มที่ โดย
งบดุล เป็นงบแสดงฐานะขององค์กร ณ วันใดวันหนึ่ง ส่วนงบกำไรขาดทุน เป็นผลการดำเนินงานขององค์กร หรือฝีมือขององค์กร สำหรับช่วงเวลาหนึ่ง
ซึ่งอาจเป็น 1 ปี หรือสั้นกว่านั้นเช่น 6 เดือน 3 เดือน หรือ 1 เดือน เป็นต้น
การมีฐานะการเงินดี (ดูจากงบดุล) คือมีสินทรัพย์มากมีหนี้สินน้อย อาจไม่เพียงพอ สำหรับให้เจ้าหนี้รู้สึกมั่นใจในการปล่อยกู้ หรือให้สินเชื่อกับธุรกิจนั้นจำนวนมากๆ ถ้าหากว่าธุรกิจนั้นมีความสามารถในการดำเนินงาน (ดูจากงบกำไรขาดทุน) ไม่ถึงระดับ ที่จะแข่งขันกับธุรกิจอื่นๆ ได้อย่างเข้มแข็งในโลกปัจจุบัน ทั้งความสามารถในการดำเนินงาน และสถานะการเงินขององค์กร จึงต้องได้รับการพิจารณาควบคู่กันไป งบกำไรขาดทุน และงบดุลจึงมักใช้ไปด้วยกัน
เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ในงบกำไรขาดทุนได้อย่างถูกต้อง เราลองมาดูแนวคิดต่างๆ ที่อยู่เบื้องหลังของการจัดทำงบกำไรขาดทุนกันก่อนดีกว่า ว่ามีอะไรบ้าง ก็เหมือนกับฟังนักการเมืองพูดนั่นแหละค่ะ ถ้าจะให้ดีต้องรู้จักภูมิหลังของเขาก่อน แล้วก็จะเข้าใจสิ่งที่เขาพูดได้แจ่มแจ้งยิ่งขึ้น
แนวความคิดเบื้องหลังการจัดทำงบกำไรขาดทุน
เรารู้จักข้อสมมติฐานเบื้องต้นทางการบัญชีมาบ้างแล้ว ในคราวนี้เราจะได้รู้จักเพิ่มขึ้นอีก ในส่วนที่เป็นแนวความคิด ที่มีผลกระทบต่อการจัดทำงบกำไรขาดทุนโดยตรง ซึ่งได้แก่
- หลักงวดบัญชี
- เกณฑ์เงินสด และ เกณฑ์คงค้าง
- หลักการจับคู่
หลักงวดบัญชี
ที่จริงแล้วการวัดผลการดำเนินงานขององค์กรที่ง่าย และถูกต้องที่สุดก็คือวัดตอนเลิกกิจการ โดยเปรียบเทียบระหว่างเงินทองที่เจ้าของกิจการลงทุนไปในธุรกิจนั้น กับเงินทองที่ได้รับกลับคืนมาในตอนเลิกกิจการ ผลต่างก็จะเป็นกำไรและขาดทุนที่แท้จริง แต่การรอวัดผลการดำเนินงานแบบนี้ชักช้าไม่ทันการ นักบัญชีจำเป็นต้องวัดผลการดำเนินงานขององค์กรตามกำหนดเวลาที่สั้นกว่านั้น เพื่อให้สามารถนำผลจากการวัดนั้นไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อไป รวมทั้งเพื่อให้สามารถแก้ไข ปรับปรุงผลการดำเนินงานได้โดยเร็ว ก่อนที่จะสายเกินไป
ที่นิยมกันทั่วไป นักบัญชีจะวัดผลการดำเนินงานตามงวดเวลา ซึ่งเรียกว่า งวดบัญชี โดยปกติมักกำหนดให้งวดบัญชีเท่ากับ 1 ปี ซึ่งสามารถกำหนดให้งวดบัญชีเริ่มต้นเมื่อใด และสิ้นสุดเมื่อใด ก็ได้ แต่ที่นิยมกันคือ กำหนดให้งวดบัญชี เริ่มต้น วันที่ 1 มกราคม และสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม แต่สำหรับงวดบัญชีของส่วนราชการไทย งวดบัญชี จะเริ่มต้นวันที่ 1 ตุลาคมของปีหนึ่ง และไปสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน ของอีกปีหนึ่ง
ปัจจุบันการวัดผลการดำเนินงานปีละครั้ง อาจไม่เพียงพอสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ จึงให้มีการวัดผลการดำเนินงานเร็วกว่านั้นด้วย คือ นอกจากจะวัดทุก 1 ปี เมื่อสิ้นงวดบัญชีแล้ว ในระหว่างปีนั้นอาจกำหนดให้วัดเป็นรายเดือน หรือ รายไตรมาส หรือ ราย 6 เดือน อีกด้วย
เกณฑ์เงินสด และเกณฑ์คงค้าง
การวัดผลการดำเนินงาน อาจใช้
การรับ (เงินสด) จริง จ่าย (เงินสด) จริง
เป็นหลักเกณฑ์ในการตัดสิน คือเมื่อได้รับเงินสดแล้วจริงๆ จึงจะถือเป็นรายได้ และเช่นเดียวกัน ต้องมีการจ่ายเงินไปแล้วจริงๆ จึงจะถือเป็นค่าใช้จ่าย หรือสรุปว่ารับเงินในงวดใด ก็ถือเป็นรายรับของงวดนั้น และจ่ายเงินในงวดใด ก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายของงวดนั้น เกณฑ์นี้ฟังดูง่ายในการปฎิบัติ แต่มีปัญหาตามมาหลายประการ ที่สำคัญก็คือ การวัดผลโดยถือเกณฑ์เงินสด ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในระหว่างงวดบัญชีได้มาก มาตรฐานการบัญชีทั่วไปจึงกำหนดให้ใช้
เกณฑ์คงค้าง ที่ไม่ให้ความสำคัญกับการรับ / จ่ายเงินสดเลย
เพราะแม้ว่าจะยังไม่ได้รับชำระ แต่หากเป็นการขายสินค้าหรือบริการออกไปแล้ว ก็จะถือเป็นรายได้ และแม้ว่าจะยังไม่ได้จ่ายชำระ แต่หากมีการใช้แรงงานหรือทรัพยากรต่างๆ ไปแล้ว ก็จะถือเป็นค่าใช้จ่ายได้ทันที เช่นค่าเช่าร้าน เมื่อมีการใช้งานร้านนั้นผ่านไปจนครบเดือนแล้ว แม้ว่าจะยังคงค้างชำระค่าเช่ายังไม่ได้จ่ายค่าเช่าก็ตาม ย่อมถือว่ามีค่าใช้จ่ายประเภทค่าเช่าจ่ายเกิดขึ้นแล้ว และจำเป็นต้องมีการบันทึกค่าเช่าค้างจ่ายไว้ด้วย
หลักการจับคู่
ผลการดำเนินงานขององค์กร เกิดจากการเปรียบเทียบระหว่างรายได้กับค่าใช้จ่าย รายได้คือผลที่เกิดจากการสร้างคุณค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์หรือบริการขององค์กร ที่ผู้ซื้อเห็นว่ามีคุณค่าจริงด้วยความเต็มใจซื้อ ส่วนค่าใช้จ่ายได้แก่สิ่งที่องค์กรต้องใช้หรือเสียไปในการ
จัดหา และ/หรือสร้างผลิตภัณฑ์ และบริการให้มีคุณค่าเพิ่มขึ้น ผลต่างระหว่างการได้มาและการเสียไปนี้คือฝีมือขององค์กร หรือผลการดำเนินงานนั่นเอง หากผลได้มีมากกว่าส่วนที่เสียหรือใช้ไปก็เป็นผลกำไร แต่หากตรงกันข้ามกลับเสียไป หรือใช้ไปมากกว่าส่วนที่ได้รับเข้ามา ก็เป็นผลขาดทุน
ผลกำไรหรือขาดทุนจะมีความหมายดังกล่าวข้างต้นได้ก็ต่อเมื่อ รายได้และค่าใช้จ่ายที่นำมาเปรียบเทียบกันนั้นเกี่ยวข้องกัน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกันโดยตรง หรือเกี่ยวข้องกับงวดเวลาเดียวกัน เช่นเมื่อขายสินค้าส่วนใดไปและบันทึกเป็นรายได้ในงวดบัญชีใด ก็นำแต่เฉพาะต้นทุนของสินค้าส่วนนั้นเท่านั้น มาบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในงวดบัญชีนั้น หรือเมื่อต้องการวัดผลการดำเนินงานของเดือนใด ก็จะต้องนำแต่เฉพาะรายได้ และ ค่าใช้จ่าย ที่เกิดขึ้นในเดือนนั้นเท่านั้นมาเปรียบเทียบกัน
เราจะเริ่มทำงบกำไรขาดทุน ด้วยการนำงบทดลองที่เคยทำไว้แล้วในคราวก่อนๆ มาเป็นจุดตั้งต้น เพื่อให้ทราบตัวเลขยอดคงเหลือของบัญชีต่างๆ ทั้งหมดของร้านชนะไซเบอร์ ผู้ให้บริการเช่าใช้คอมพิวเตอร์หรืออินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ดังนี้
จะเห็นว่างบทดลองข้างต้นเรียงลำดับตามประเภทของบัญชี แยกได้เป็น 2 ส่วนคือ
ส่วนแรกเริ่มจากบัญชีประเภท สินทรัพย์ ตามด้วย หนี้สิน และ ทุน ซึ่งเป็นบัญชีประเภทที่จะไปปรากฏในงบดุล และส่วนที่ 2 เป็นบัญชีที่จะไปปรากฏในงบกำไรขาดทุน ได้แก่บัญชีประเภทรายได้ และ บัญชีค่าใช้จ่าย งบกำไรขาดทุนที่จัดทำจากตัวเลขข้างต้นจะเป็นดังนี้
มาบัดนี้เราก็ได้รู้จักหลักเบื้องต้นทางการบัญชีส่วนที่เป็นพื้นฐานจริงๆ มาแล้วอย่างครบถ้วน แม้จะไม่ได้ฝึกลงบัญชีกันจริงๆ จังๆ แต่ก็ได้รู้จักวิธีการลงบัญชีที่มากพอจะก้าวกระโดดไปรู้จักอีกด้านหนึ่งของหลักการบัญชีได้แล้ว ซึ่งดูจะน่าสนุกกว่าที่ผ่านๆ มา เพราะจะเป็นส่วนที่เป็นการใช้ประโยชน์จากตัวเลขทางการบัญชีสำหรับผู้บริหารเป็นส่วนใหญ่
ห้องสนทนา
เม้าท์ระเบิด
:
โลกกับธรรม
:
English Corner
:
ข่าวประชาสัมพันธ์
:
BKK Blog
:
Work at Home
:
Fan Zone
เกมส์
Games Flash
:
Jigsaw
:
Hang Man
:
Tetris
:
Slider
:
จับคู่
รักและคิดถึง
พบเพื่อนใหม่
:
E-Cards
:
Emotion
:
กลอนแทนใจ
:
ศาลาพักใจ
:
เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง
ฟังเพลงออนไลน์
:
ภาพยนตร์
:
VDO Clip
:
ซุบซิบดารา
:
สัมภาษณ์-เบื้องหลัง
:
เรื่องย่อละคร
:
ข่าวบันเทิง
:
ข่าวประจำวัน
:
ดวงประจำเดือน
:
ดวงประจำสัปดาห์
:
มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้
บัญชีทีเบรค
:
กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน
Everyday English
:
New Nanny
:
E-Dialog with Voice
:
รู้จักญี่ปุ่น
:
ท่องแดนอาทิตย์อุทัย
:
พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK
Business Letter
:
Song of the Week
:
On Khao San Road
:
เพลินภาษาน่ารู้
:
E-Diary
:
ศัพท์ทันโลก
:
สืบสายนิยายดัง
:
Alphabetize
:
SEX
:
วัยรุ่น วัยดึก
:
นางาซากิ
:
นานานก
:
ชีวิตหลากสี
:
ยายวันวาน
:
พาชิมริมครัว
:
IT Audit
:
Chic & Trendy
:
Indy Zone
:
เกร็ดความรู้ไอที
:
Star Corner
:
New York! New York!
:
Did you know?
:
E-Dialog
:
เสวนาธุรกิจ
BKK Center
Hot Links
:
เบอร์โทรศัพท์ฉับไว
:
About us
:
ติดต่อ BKKonline
:
BKK Design
:
Site Map
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................
Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961