บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา


 
ทำบัญชีอย่างง่าย
Front Office & Back Office
เกร็ดเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีของกิจการ SMEs
การแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ใบกำกับภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
 
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า
 


Download ตัวอย่างงบการเงิน

  งบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548
  งบการเงิน บมจ. ยงไทย
 

   
มีรายได้และค่าใช้จ่ายลงบัญชีกันอย่างไร ยุพา กาญจนดุล
  ๑๔ ม.ค. ๔๕  

 
      บัญชีรายได้ และ บัญชีค่าใช้จ่าย เป็นบัญชีที่เปิดขึ้นชั่วคราว เพื่อแยกประเภทรายการให้เป็นหมวดหมู่ ก่อนที่จะโอนปิดไปบัญชีทุน หรือส่วนของเจ้าของ แทนการที่จะบันทึกไว้ในบัญชีทุน หรือส่วนของเจ้าของโดยตรง ฉะนั้นทั้งบัญชีรายได้ และบัญชีค่าใช้จ่าย จึงมีธรรมชาติเหมือนบัญชีทุน หรือส่วนของเจ้าของ
คราวที่แล้วเราได้ลงบัญชีกันมาแล้วถึง 7 รายการด้วยกัน คราวนี้เราจะนำหัวข้อ รายการบัญชี (2) มาลงบัญชีกันต่อให้ครบ แต่บางท่านอาจลืมๆ เนื้อหาตอนต้นๆ ไปบ้างแล้ว จึงขอนำข้อสรุปจากตอนก่อนๆ มาไว้ด้วยดังนี้

การที่สินทรัพย์เพิ่มแล้วเดบิต พอที่จะเข้าใจได้ง่าย เพราะสินทรัพย์อยู่ทางด้านซ้ายมือของงบดุล ซึ่งเป็นด้านเดียวกับการเดบิต และการที่หนี้สิน หรือส่วนของเจ้าของเพิ่ม แล้วเครดิต ก็ทำนองเดียวกัน คือหนี้สินและส่วนของเจ้าของ
อยู่ทางด้านขวามือของงบดุล ซึ่งเป็นด้านเดียวกับการเครดิต แต่การที่รายได้เพิ่ม แล้วเครดิต และค่าใช้จ่ายเพิ่มแล้วเดบิต มีแนวคิดเพื่อสร้างความเข้าใจได้อย่างไร ที่จริงเรื่องนี้ไม่มีอะไรมาก หากเพียงเข้าใจว่า บัญชีรายได้ และ บัญชีค่าใช้จ่าย เป็นบัญชีที่เปิดขึ้นชั่วคราว เพื่อแยกประเภทรายการให้เป็นหมวดหมู่ ก่อนที่จะโอนปิดไปบัญชีทุน หรือส่วนของเจ้าของ แทนการที่จะบันทึกไว้ในบัญชีทุน หรือส่วนของเจ้าของโดยตรง ฉะนั้นทั้งบัญชีรายได้ และบัญชีค่าใช้จ่าย จึงมีธรรมชาติเหมือนบัญชีทุน หรือส่วนของเจ้าของ คือเครดิตเมื่อเป็นรายการที่ทำให้ทุน หรือส่วนของเจ้าของเพิ่ม และเดบิตเมื่อเป็นรายการที่ทำให้ทุนหรือส่วนของเจ้าของลด
ฉะนั้นบัญชีรายได้ และ บัญชีค่าใช้จ่าย ควรจะมียอดด้านใด จึงขึ้นอยู่ที่รายการใดทำให้ทุน หรือส่วนของเจ้าของเพิ่ม และรายการใดทำให้ลด เพียงแค่นี้เราก็สามารถตอบได้โดยง่ายว่า บัญชีรายได้น่าจะอยู่ทางด้านขวามือ หรือเครดิต เพราะการมีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นหนทางทำให้เกิดผลกำไร และผลกำไรย่อมตกแก่ผู้เป็นเจ้าของหรือส่วนของเจ้าของ ทำให้ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น การมีรายได้จึงบันทึกรายการด้วยการเครดิตบัญชีรายได้ และเดบิตบัญชีสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นจากการมีรายได้นี้
สำหรับค่าใช้จ่ายนั้นเป็นรายการตรงกันข้ามกับรายได้ เป็นช่องทางที่นำไปสู่การลดลงของส่วนของเจ้าของ รวมทั้งการขาดทุน บัญชีค่าใช้จ่ายจึงมียอดทางด้านเดบิต และการมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นจึงบันทึกรายการด้วยการเดบิต บัญชีค่าใช้จ่าย และเครดิตบัญชีสินทรัพย์ที่ลดลง จากการมีค่าใช้จ่ายนี้

คราวนี้เรามาลงบัญชีกันต่อจากคราวที่แล้วกันดีกว่า

รายการที่ 8 ร้านชนะไซเบอร์ มีรายได้จากการให้บริการใช้คอมพิวเตอร์ จำนวน 2,500 ช.ม. ในราคาชั่วโมงละ 20 บาท เป็นเงินรวม 50,000 บาท ได้รับเป็นเงินสดทั้งหมด
วิเคราะห์ รายการนี้มีผลทำให้เงินสดเพิ่ม จึงต้องเดบิตบัญชีเงินสด แน่ๆ (คงยังไม่ลืมนะคะ เงินสดนั้นรับซ้ายจ่ายขวา) แต่บัญชีที่จะต้องไปเครดิตนี่ซี ควรจะเป็นบัญชีอะไรดี ก็บัญชีรายได้ค่าบริการ ที่เราเพิ่งกล่าวถึงมาหยกๆ นั่นเอง บัญชีรายได้ค่าบริการ เป็นบัญชีใหม่ เพิ่งเปิดขึ้นเดี๋ยวนี้ รายการนี้จึงเป็นรายการแรก แต่บัญชีเงินสด เราได้บันทึกมาหลายรายการแล้วตั้งแต่คราวก่อนและมียอดคงเหลือยกมา 50,000 บาท บัญชีทั้งสองจะเป็นดังนี้



อย่าลืมนะคะ เวลาบันทึกรายการในบัญชีหนึ่ง เราจะอ้างถึงชื่อของอีกบัญชีหนึ่งที่เกี่ยวข้องกัน ในที่นี้ บัญชีเงินสด ก็จะอ้างถึง บัญชีรายได้ค่าบริการ และ ตรงกันข้าม ในบัญชีรายได้ค่าบริการก็จะอ้างถึงบัญชีเงินสด
เมื่อดูบัญชีเงินสด จะทราบในทันทีว่า จำนวนเงินสดที่ได้รับ 50,000 บาทมานี้ เป็นการรับจากการให้บริการ และในทำนองเดียวกัน เมื่อดูจากบัญชีรายได้ค่าบริการ ก็จะทราบทันทีว่ารายได้ค่าบริการนี้รับมาเป็นเงินสดเรียบร้อยแล้ว

รายการที่ 9 ร้านชนะไซเบอร์ จ่ายเงินเดือนพนักงาน 8,000 บาท
วิเคราะห์ รายการนี้จ่ายเงินสดออกจากร้าน ที่แน่ๆ เครดิตบัญชีเงินสด (เงินสดนั้น รับซ้ายจ่ายขวา) เพราะสินทรัพย์ลดลง ต้องเครดิต แล้วคราวนี้อีกบัญชีก็ไปไหนไม่รอดต้อง เดบิต แน่นอน แล้วจะเป็นบัญชีอะไรดี คงไม่มีอะไรดีไปกว่าบัญชีค่าใช้จ่ายนะคะ เพราะเงินเดือน เป็นค่าใช้จ่ายของร้านค้า



รายการที่ 10 ร้านชนะไซเบอร์ จ่ายค่าเช่าร้าน 10,000 บาท
วิเคราะห์ รายการนี้เหมือนกับรายการที่แล้วทุกประการ ยกเว้นเป็นค่าใช้จ่ายคนละประเภทเท่านั้นเอง คือเปลี่ยนจาก ค่าใช้จ่ายประเภทเงินเดือน เป็นประเภทค่าเช่า การจ่ายเงินสด จึง เครดิตบัญชีเงินสด เหมือนเดิม ส่วนด้าน เดบิต ก็เดบิตบัญชีค่าใช้จ่ายค่าเช่า หรือ ค่าเช่าจ่าย



รายการที่ 11 มีการนำวัสดุเครื่องเขียนที่ซื้อมา จำนวน 20,000 บาท ออกไปใช้ 1,000 บาท
วิเคราะห์ รายการนี้ดูเหมือนจะคิดยาก แต่ก็ไม่ยากอย่างที่คิดนะคะ เพราะที่จริงแล้วก็เหมือนกับรายการก่อน คือสินทรัพย์ลดลง เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น แต่คราวนี้แทนที่จะเป็นเงินสดที่ลดลง กลับเป็นสินทรัพย์ประเภท วัสดุเครื่องเขียนที่ลดลง จึงเครดิต บัญชีสินทรัพย์ประเภทวัสดุเครื่องเขียน และเดบิตบัญชีค่าใช้จ่ายประเภทวัสดุเครื่องเขียนใช้ไป หรือค่าวัสดุเครื่องเขียน ดังนี้



โปรดระวังนะคะ บัญชีทั้งสองมีชื่อใกล้เคียงกันมาก แต่เป็นบัญชีคนละประเภทเลยทีเดียวค่ะ บัญชีวัสดุเครื่องเขียน เป็นบัญชีประเภทสินทรัพย์ ส่วนอีกบัญชีเพียงเพิ่มคำว่า "ค่า" เข้ามาเท่านั้นเองทำให้กลายเป็นบัญชีประเภทค่าใช้จ่ายไปเลย บัญชีค่าใช้จ่ายจำนวนมากขึ้นต้นชื่อบัญชีด้วยคำว่า "ค่า" เช่น ค่าโฆษณา ค่าพาหนะ ค่าจ้าง และเงินเดือน ค่าสาธารณูปโภค เป็นต้น

รายการที่ 12 เป็นรายการแถมท้ายที่ไม่เกี่ยวกับ รายได้และค่าใช้จ่าย แต่เป็นการชำระหนี้ คือร้านชนะไซเบอร์นำเงินสดไปชำระให้เจ้าหนี้ จำนวน 20,000 บาท ซึ่งเดิมมียอดค้างอยู่ 80,000 บาท
วิเคราะห์ รายการนี้เป็นผลทำให้ สินทรัพย์ลดลง (เพราะนำไปให้เจ้าหนี้) และในขณะเดียวกันก็ทำให้หนี้สินลดลงด้วย จึงเครดิตบัญชีสินทรัพย์ที่ลดลง และ เดบิตบัญชีหนี้สินที่ลดลง ดังนี้



หากนำยอดคงเหลือของทุกบัญชี ทั้งที่บันทึกรายการในคราวนี้ และคราวก่อนมาแสดงไว้รวมกัน ก็จะมีรายละเอียดดังนี้ (บัญชีที่ไม่มีการบันทึกในคราวนี้เลย แต่ยกมาจากคราวก่อนได้แก่บัญชี ที่มีเครื่องหมาย * ต่อท้ายชื่อบัญชี)



ตารางข้างบนนี้มีชื่อเฉพาะว่า "งบทดลอง" ทำขึ้นเพื่อสรุปยอดบัญชีแยกประเภททั้งหมดที่มีอยู่ว่ามี บัญชีใดบ้าง และแต่ละบัญชีมียอดคงเหลือเท่าไร แน่นอนยอดรวมของบัญชีด้านเดบิต ต้องเท่ากับยอดรวมของบัญชีด้านเครดิตเสมอ
เมื่อมีรายได้เกิดขึ้น จะมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นด้วย จึงต้องเดบิตบัญชีสินทรัพย์ และเครดิตบัญชีรายได้ เนื่องจากสินทรัพย์ที่เพิ่มจากการทำมาหารายได้นี้ในที่สุดจะตกเป็นของผู้เป็นเจ้าของกิจการ ฉะนั้นบัญชีรายได้จึงมียอดอยู่ทางด้านเครดิตเช่นเดียวกับบัญชีส่วนของเจ้าของ ในทางตรงกันข้าม เมื่อมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น จะมีสินทรัพย์ลดลง จึงต้องเครดิตบัญชีสินทรัพย์ และ เดบิตบัญชีค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นด้านเดียวกับการลดลงของส่วนของเจ้าของ


 

ห้องสนทนา   เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home : Fan Zone
เกมส์   Games Flash : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
รักและคิดถึง   พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : Emotion : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง   ฟังเพลงออนไลน์ : ภาพยนตร์ : VDO Clip : ซุบซิบดารา : สัมภาษณ์-เบื้องหลัง : เรื่องย่อละคร : ข่าวบันเทิง : ข่าวประจำวัน : ดวงประจำเดือน : ดวงประจำสัปดาห์ : มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้   บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน   Everyday English : New Nanny : E-Dialog with Voice : รู้จักญี่ปุ่น : ท่องแดนอาทิตย์อุทัย :พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK   Business Letter : Song of the Week : On Khao San Road : เพลินภาษาน่ารู้ : E-Diary : ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก : ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone : เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York! : Did you know? : E-Dialog : เสวนาธุรกิจ
BKK Center   Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline : BKK Design : Site Map

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................

Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961