 |
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
|
 |
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า |
| |

|
|
|
งบ
(ที่ต้อง) ดุล และสมการบัญชี |
ยุพา กาญจนดุล |
| |
๑๔ มี.ค. ๔๔ |
|
| |
ด้านซ้ายมือและ ด้านขวามือ ของงบดุล
มียอดรวมเท่ากันเสมอ ด้านซ้ายมือ คือสินทรัพย์ที่กิจการมีอยู่
ส่วนด้านขวามือบอกว่า สินทรัพย์เหล่านั้น ได้มาจากใคร ในที่นี้
คือได้มาจากเจ้าหนี้ และ จากการลงทุน หรือ ทุนของเจ้าของกิจการ
และนี่คือสมการบัญชี ที่ว่า สินทรัพย์ = หนี้สิน + ทุน
|
 |

คราวก่อนๆ เราได้รู้จักงบดุลกันบ้างแล้ว
ว่าเป็นงบการเงินที่แสดงให้ทราบถึงฐานะความมั่งคั่งขององค์กรว่าเป็นแค่ไหน
มาคราวนี้เราจะได้เห็นหน้าตาที่แท้จริงของงบดุลกันเสียที มาตั้งต้นกันที่งบดุล
อย่างย่อกันก่อนดีกว่านะคะ  |

ส่วนแรกหรือส่วนบนของงบดุล จะต้องมีคำว่า งบดุล เพื่อบอกว่า
งบนี้เป็นงบดุลนะคะ อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นงบอะไรอื่นๆ ไปเสีย ถัดมาก็จะต้องบอกว่า
เป็นงบดุลขององค์กรใด (สอดคล้องกับหลักความเป็นหน่วยงานของกิจการ คือเราทำบัญชีสำหรับองค์กรใด
กิจการใด งบดุลก็เป็นขององค์กรหรือกิจการนั้น) และสุดท้าย ก็จะต้องมีระบุว่า
ณ วันที่เท่าไร

งบดุล เป็นงบแสดงฐานะการเงินของกิจการ ณ วันใดวันหนึ่ง
การวัดฐานะการเงินต้องมีการระบุให้แน่ชัดว่าเป็นการวัด ณ วันใดหรือขณะใด
เนื่องจากฐานะการเงินขององค์กร หรือแม้แต่ของบุคคลธรรมดา ย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
เมื่อวาน ก่อนราคาหุ้นตกต่ำเราอาจเป็นเศรษฐีน้อยๆ แต่วันนี้ราคาหุ้น |
 |
ด่ำดิ่งเราก็เลยกลายเป็น คนเคยรวยไปเสียแล้ว
ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องระบุให้ชัดเจนว่า เป็นงบดุล ณ วันที่เท่าไร
เพื่อให้เกิดความเข้าใจได้ถูกต้องว่าเป็นฐานะของกิจการ ณ วันใด
งบดุล ตามตัวอย่าง แบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือ ด้านซ้าย และ ด้านขวา
ด้านซ้ายแสดงรายละเอียดรายการของสินทรัพย์ต่างๆ ซึ่งในที่นี้ยังแบ่ง
ออกเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ส่วนทางด้านขวา
แสดงรายการของหนี้สินและทุน โดยหนี้สินยังแบ่งออกเป็นหนี้สินหมุนเวียน
และหนี้สินไม่หมุนเวียน ในลักษณะเดียวกับสินทรัพย์ด้วย  |
สินทรัพย์ ในความหมายของนักบัญชี มักไม่แตกต่างจากความหมายที่ใช้กันทั่วไปในชีวิตประจำวัน
คืออะไรที่เป็นของของเรา ที่เรามีสิทธิ์ สินทรัพย์บางอย่างมีไว้ใช้งาน
เช่นอาคาร รถยนต์ เครื่องจักร โต๊ะ เก้าอี้ สินทรัพย์บางอย่างมีไว้ขาย
เช่น สินค้าคงเหลือ ซึ่งจะเป็นอะไร ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราค้าขายสินค้าใด
สินทรัพย์บางอย่าง ไม่ใช่ทั้งมีไว้ใช้งาน หรือมีไว้ขาย แต่สามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์อื่นๆ
ได้ เช่น เงินสด เงินฝากธนาคาร สินทรัพย์บางอย่าง เป็นสิทธิ์เรียกร้องที่จะได้รับชำระเป็นเงินสด
เช่น ลูกหนี้
สินทรัพย์หมุนเวียน คือสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง ได้แก่ เงินสด
หรือสินทรัพย์อื่นที่สามารถเปลี่ยนมาเป็นเงินสดได้โดยเร็ว ลูกหนี้
และสินค้าคงเหลือ ถือเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน เพราะถือว่าสามารถเปลี่ยนมาเป็นเงินสดได้
ในเวลาไม่นานนัก ซึ่งส่วนใหญ่มักใช้เกณฑ์ 1 ปี เป็นตัวตัดสินว่า หมุนเวียน
หรือ ไม่หมุนเวียน
สินทรัพย์บางอย่างมีไว้ขาย เช่น สินค้าคงเหลือ ซึ่งจะเป็นอะไร ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราค้าขายสินค้าใด
สินทรัพย์บางอย่าง ไม่ใช่ทั้งมีไว้ใช้งาน หรือมีไว้ขาย แต่สามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์อื่นๆ
ได้ เช่น เงินสด เงินฝากธนาคาร สินทรัพย์บางอย่าง เป็นสิทธิ์เรียกร้องที่จะได้รับชำระเป็นเงินสด
เช่น ลูกหนี้
สินทรัพย์หมุนเวียน คือสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง ได้แก่ เงินสด
หรือสินทรัพย์อื่นที่สามารถเปลี่ยนมาเป็นเงินสดได้โดยเร็ว ลูกหนี้
และสินค้าคงเหลือ ถือเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน เพราะถือว่าสามารถเปลี่ยนมาเป็นเงินสดได้
ในเวลาไม่นานนัก ซึ่งส่วนใหญ่มักใช้เกณฑ์ 1 ปี เป็นตัวตัดสินว่า หมุนเวียน
หรือ ไม่หมุนเวียน
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน คือสินทรัพย์ที่ไม่สามารถเปลี่ยนมาเป็นเงินสดได้โดยเร็ว
หรือ เป็นสินทรัพย์ที่กิจการมีไว้ใช้งาน และมีอายุการใช้งานนานเกินกว่า
1 ปี
หนี้สิน คือภาระ หรือข้อผูกพัน ที่กิจการจะต้องชำระ เช่นเดียวกับด้านลูกหนี้
ที่ถือเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน เจ้าหนี้การค้า ก็ถือเป็นหนี้สินหมุนเวียน
เพราะโดยปกติของการค้า การชำระหนี้สินมักครบกำหนดสั้นกว่า 1 ปี ส่วนเงินกู้ที่ครบกำหนดชำระเกินกว่า
1 ปี ก็จะถือเป็นหนี้สินไม่หมุนเวียน
ทุน คือมูลค่าของกิจการ ในส่วนที่เป็นของเจ้าของกิจการ แต่คำว่ามูลค่าของกิจการในที่นี้จำเป็นต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก
เพราะในความหมายที่เราใช้กันตามปกติ คำว่ามูลค่ามักหมายถึงความสามารถในการแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
แต่คำว่ามูลค่าในที่นี้มีความหมายเฉพาะพิเศษ เพราะต้องมีการวัดตามหลักเกณฑ์
และ ข้อกำหนดของหลักการบัญชี เท่านั้น ซึ่งเราคงได้พูดถึงต่อไป
มูลค่าของกิจการ เกิดขึ้นได้อย่างไร? ในระยะเริ่มต้น ย่อมจะเกิดจากการที่เจ้าของกิจการนำสินทรัพย์ส่วนตัว
หรือโอนสินทรัพย์ส่วนตัว มาเป็นสินทรัพย์ของกิจการ เพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจของกิจการ
ฉะนั้น เมื่อเริ่มต้นตั้งกิจการใหม่ๆ รายการบัญชี รายการแรกสุด ที่เกิดขึ้นสำหรับธุรกิจประเภทที่มีบุคคลคนเดียวเป็นเจ้าของ
อาจวิเคราะห์ได้ดังนี้
1. กิจการมีสินทรัพย์ เท่ากับ จำนวน สินทรัพย์ที่เจ้าของนำมาลงทุน
หรือนำเงินสดส่วนตัว โอนมาเป็นเงินสดของกิจการ เช่น 700,000.00 บาท
2. มูลค่าของกิจการ ในขณะนี้ ย่อมจะต้องเท่ากับ จำนวนสินทรัพย์ที่กิจการมีอยู่
คือ 700,000.00 และทั้ง 700,000.00 บาท นี้เป็นส่วนที่เป็นของเจ้าของกิจการ
งบดุล ที่จัดทำขึ้น จะเป็นดังนี้คือ
หากเงิน 700,000.00 บาท ไม่เพียงพอสำหรับการประกอบธุรกิจ
กิจการอาจทำเรื่องขอกู้ยืมจากธนาคาร 300,000 บาท รายการนี้อาจวิเคราะห์ได้ดังนี้
- กิจการมีเงินสดเพิ่มขึ้น 300,000.00 บาท จากเดิมที่มีอยู่
700,000.00 บาท
- กิจการมีภาระผูกพันเพิ่มขึ้น 300,000.00 บาท ที่จะต้องจ่ายชำระคืนให้กับธนาคาร
ฉะนั้น 300,000 บาท นี้จึงเป็นหนี้สินของกิจการ งบดุล ของกิจการ
ก็จะเป็นดังนี้
จะเห็นว่า ด้านซ้ายมือและ ด้านขวามือ ของงบดุล มียอดรวมเท่ากันเสมอ
ด้านซ้ายมือ คือสินทรัพย์ที่กิจการมีอยู่ ส่วนด้านขวามือบอกว่า สินทรัพย์เหล่านั้น
ได้มาจากใคร ในที่นี้ คือได้มาจากเจ้าหนี้ และ จากการลงทุน หรือ
ทุนของเจ้าของกิจการ และนี่คือสมการบัญชี ที่ว่า
| สินทรัพย์ = |
หนี้สิน |
+ |
ทุน |
|
|
|