บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา
บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา
accounting
Accounting
บัญชี
หลักการบัญชี
ความรู้ทางบัญชี
ทำบัญชีอย่างง่าย
Front Office & Back Office
เกร็ดเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีของกิจการ SMEs
การแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ใบกำกับภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า
Download ตัวอย่างงบการเงิน
งบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548
งบการเงิน บมจ. ยงไทย
เดบิต และ เครดิต ที่แท้ก็ซ้ายมือ ขวามือ นั่นเอง
ยุพา กาญจนดุล
๑๒ ก.ค. ๔๔
เมื่อบันทึกรายการบัญชีที่เกิดขึ้นทางด้านซ้ายมือของบัญชีใด เรียกว่าเรา เดบิตบัญชีนั้น และถ้าบันทึกรายการในด้านขวามือของบัญชีใด เรียกว่าเราเครดิตบัญชีนั้น
เราได้รู้จักรายการบัญชีกันมาแล้ว และได้เห็นแล้วว่า รายการบัญชีแต่ละรายการมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่งบดุลอย่างไร ซึ่งจะเห็นว่าหากเราต้องบันทึกรายการบัญชีที่เกิดขึ้นทั้งหมดไปยังงบดุลโดยตรง คงจะยุ่งยากและวุ่นวาย แถมยังทำให้ไม่สามารถวิเคราะห์ภาพรวมของธุรกิจได้โดยง่าย จึงให้มีบัญชีต่างๆ เปิดขึ้นมา เพื่อใช้บันทึกรายการบัญชีประเภทเดียวกันไว้ด้วยกัน แล้วจึงนำยอดสรุปของบัญชีแต่ละบัญชีมาแสดงในงบดุลอีกทีหนึ่ง ซึ่งช่วยให้สามารถมองภาพกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น เพราะรวบรวมรายการประเภทเดียวกัน ให้มารวมอยู่ด้วยกัน เป็นประเภทๆ ไป หรือเป็นบัญชีๆ ไป เราจึงเรียกบัญชีพวกนี้ว่าบัญชีแยกประเภท
ลักษณะเบื้องต้นของบัญชี ที่ง่ายที่สุดเรียกว่าบัญชีรูปตัวที ด้านบนของตัวที ต้องมีชื่อบัญชี กำกับอยู่ เพื่อให้รู้ว่าบัญชีนี้มีไว้สำหรับบันทึกรายการประเภทใด ส่วนพื้นที่สำหรับบันทึกรายการแบ่งออกเป็นสองด้าน ด้านซ้ายมือเรียกว่าเดบิต และด้านขวามือเรียกว่าเครดิต เมื่อบันทึกรายการบัญชีที่เกิดขึ้นทางด้านซ้ายมือของบัญชีใด เรียกว่าเราเดบิตบัญชีนั้น และถ้าบันทึกรายการในด้านขวามือของบัญชีใด เรียกว่าเราเครดิตบัญชีนั้น
คราวนี้มาถึงคำถามที่ว่าแล้วเราควรจะเปิดบัญชีอะไรบ้าง คำตอบก็ไม่ยากนัก คือเราต้องการจะแสดงงบดุลให้มีรายการอะไรบ้าง ก็เปิดบัญชีตามลักษณะรายการนั้นๆ ขึ้นมา เพื่อจะได้นำมาแสดงในงบดุลได้ ซึ่งในงบดุลจะมีบัญชีหลักๆ อยู่ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ บัญชีที่เราจะเปิดขึ้นเพื่อเตรียมนำไปแสดงในงบดุลจึงแยกออกเป็น 3 ประเภทด้วยเช่นกัน เราจึงมีบัญชีประเภทสินทรัพย์ ประเภทหนี้สิน และประเภทส่วนของเจ้าของ
สินทรัพย์
ในงบดุลที่เราได้นำมาแสดงในฉบับก่อนๆ ประกอบด้วย
เงินสด
เงินฝากธนาคาร
วัสดุเครื่องเขียน
ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า
อุปกรณ์ตกแต่ง และ
คอมพิวเตอร์
เราจึงมีบัญชีแยกประเภทสินทรัพย์ ทั้ง บัญชีเงินสด บัญชีเงินฝากธนาคาร บัญชีวัสดุเครื่องเขียน บัญชีค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า บัญชีอุปกรณ์ตกแต่ง และบัญชีคอมพิวเตอร์ ไว้สำหรับบันทึกรายการต่างๆ ที่เกิดขึ้น หากเป็นเรื่องเกี่ยวกับเงินสด ก็บันทึกในบัญชีเงินสด หากเกี่ยวกับเงินฝากธนาคารก็บันทึกในบัญชีเงินฝากธนาคาร หากเกี่ยวกับวัสดุเครื่องเขียน ก็บันทึกไว้ในบัญชีวัสดุเครื่องเขียน เกี่ยวข้องกับหลายบัญชีก็บันทึกในทุกบัญชีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ส่วน
หนี้สิน
ในงบดุล จากตัวอย่างก่อน มีเพียงเจ้าหนี้ อย่างเดียว เราก็มีบัญชีเจ้าหนี้
สำหรับ
ส่วนของเจ้าของ
ในงบดุลก็จะมีบัญชีทุน ที่เจ้าของนำมาลงทุนครั้งแรก และเปลี่ยนแปลงด้วยผลกระทบอันเกิดจากการดำเนินงาน (กำไร หรือขาดทุน) ที่ทำให้ทุนของเจ้าของกิจการเพิ่มหรือลดลงจากเดิม
คราวนี้มาถึงคำถามที่ว่า แล้วเมื่อไรเราจะลงบัญชีด้านซ้ายมือ หรือ เดบิต แล้วเมื่อไรจะลงบัญชีด้านขวามือ หรือเครดิต
สินทรัพย์อยู่ด้านซ้ายมือของงบดุล ฉะนั้น เวลาได้สินทรัพย์มา หรือ มีสินทรัพย์เพิ่ม ก็บันทึกไว้ด้านซ้ายมือของบัญชีตัวที (เดบิต) หากเป็นตรงกันข้ามก็บันทึกไว้ด้านขวามือ (เครดิต)
ทำนองเดียวกัน หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ (ทุน) อยู่ด้านขวามือของงบดุล เวลามีหนี้สินเพิ่ม หรือมีทุนเพิ่ม ก็บันทึกไว้ทางด้านขวามือ (เครดิต) แต่ถ้าเป็นตรงกันข้ามก็บันทึกไว้ด้านซ้ายมือ (เดบิต)ซึ่งสรุปได้ดังนี้
บัญชีแต่ละบัญชีที่เปิดขึ้นมานี้ จะนำไปแสดงในงบดุล แต่เฉพาะยอดคงเหลือในบัญชี ซึ่งได้มาจากผลต่างระหว่าง รายการที่เดบิต และเครดิตไว้ ลองมาทายกันดูซิว่า แล้วบัญชีแต่ละประเภทจะมียอดคงเหลือในด้านใดกันบ้าง
บัญชีประเภทสินทรัพย์
โดยปกติ ก็ควรจะมียอดด้าน เดบิต หรือ ด้านซ้ายมือ มากกว่ายอดทางด้านเครดิต หรือด้าน ขวามือ (เพราะคงต้องรับสินทรัพย์เข้ามามากกว่าที่จะจ่ายออกไป) ยอดคงเหลือจึงเป็นยอดทางเดบิต เวลานำไปแสดงในงบดุลจึงอยู่ทางด้านซ้ายมือ
บัญชีประเภทหนี้สิน
โดยปกติ ควรมียอดด้านเครดิต หรือ ด้านขวามือ มากกว่ายอดทางด้าน เดบิต หรือ ด้านซ้ายมือ (เพราะเราคงไม่ชำระหนี้สินมากกว่ายอดหนี้สินที่เราค้างอยู่) ยอดคงเหลือ จึงเป็นยอดทางด้านเครดิต เวลานำไปแสดงในงบดุลจึงอยู่ทางด้านขวามือ
บัญชีประเภทส่วนของเจ้าของ
มีลักษณะเช่นเดียวกับ ประเภทหนี้สิน เพราะเป็นแหล่งที่มาของสินทรัพย์ของกิจการเหมือนกัน คือ ควรมียอดด้านเครดิต หรือ ด้านขวามือ มากกว่ายอดทางด้าน เดบิต หรือ ด้านซ้ายมือ ยอดคงเหลือ จึงเป็นยอดทางด้านเครดิต เวลานำไปแสดงในงบดุลจึงอยู่ทางด้านขวามือ
ห้องสนทนา
เม้าท์ระเบิด
:
โลกกับธรรม
:
English Corner
:
ข่าวประชาสัมพันธ์
:
BKK Blog
:
Work at Home
:
Fan Zone
เกมส์
Games Flash
:
Jigsaw
:
Hang Man
:
Tetris
:
Slider
:
จับคู่
รักและคิดถึง
พบเพื่อนใหม่
:
E-Cards
:
Emotion
:
กลอนแทนใจ
:
ศาลาพักใจ
:
เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง
ฟังเพลงออนไลน์
:
ภาพยนตร์
:
VDO Clip
:
ซุบซิบดารา
:
สัมภาษณ์-เบื้องหลัง
:
เรื่องย่อละคร
:
ข่าวบันเทิง
:
ข่าวประจำวัน
:
ดวงประจำเดือน
:
ดวงประจำสัปดาห์
:
มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้
บัญชีทีเบรค
:
กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน
Everyday English
:
New Nanny
:
E-Dialog with Voice
:
รู้จักญี่ปุ่น
:
ท่องแดนอาทิตย์อุทัย
:
พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK
Business Letter
:
Song of the Week
:
On Khao San Road
:
เพลินภาษาน่ารู้
:
E-Diary
:
ศัพท์ทันโลก
:
สืบสายนิยายดัง
:
Alphabetize
:
SEX
:
วัยรุ่น วัยดึก
:
นางาซากิ
:
นานานก
:
ชีวิตหลากสี
:
ยายวันวาน
:
พาชิมริมครัว
:
IT Audit
:
Chic & Trendy
:
Indy Zone
:
เกร็ดความรู้ไอที
:
Star Corner
:
New York! New York!
:
Did you know?
:
E-Dialog
:
เสวนาธุรกิจ
BKK Center
Hot Links
:
เบอร์โทรศัพท์ฉับไว
:
About us
:
ติดต่อ BKKonline
:
BKK Design
:
Site Map
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................
Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961