 |
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
|
 |
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า |
| |

|
|
|
มาลงบัญชีกันดีกว่า |
ยุพา กาญจนดุล |
| |
๑๒ ม.ค. ๔๕ |
|
| |
บัญชีเงินสด (รวมทั้งบัญชีสินทรัพย์อื่นๆ
ด้วย) นั้นต้อง รับซ้าย จ่ายขวา คือถ้ารับเงินสด ต้องลงทางด้านซ้ายมือ
คือด้านเดบิต และถ้าจ่ายเงินสด ก็ต้องลงทางด้านขวามือ หรือ
ด้าน เครดิต จำได้เพียงแค่นี้โอกาสลงบัญชีผิดก็เกือบจะไม่มีเลย
เพราะเมื่อเริ่มต้นลงบัญชีเงินสด หรือบัญชีสินทรัพย์อื่นๆ
ถูกเสียแล้ว อีกบัญชีที่ต้องลง ก็ต้องเป็นไปในทางตรงกันข้าม
เพราะทุกครั้งที่ลงบัญชี จะต้องลงสองด้าน คือด้าน เดบิต
และด้านเครดิต ด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันเสมอ
เราได้ทำความรู้จักรายการบัญชีมาแล้วถึง 2 ตอน ในหัวข้อรายการบัญชี
(1) และ (2) และเราได้รู้จักบัญชีแยกประเภททั้ง 5 จากฉบับที่แล้ว
รวมทั้งเข้าใจความหมายของการเดบิตและเครดิตมาแล้ว ซึ่งนำมาสรุปไว้ที่นี้อีกครั้ง
เพื่อความสะดวกต่อการทำความเข้าใจในการลงบัญชีต่อไป


 |
คราวนี้ลองนำรายการบัญชีจากที่เคยกล่าวถึงในหัวข้อ รายการบัญชี
(1) มาลงบัญชีกันก่อนดีกว่า ส่วนหัวข้อ รายการบัญชี (2)
จะได้นำมาลงบัญชีในคราวถัดไป ทั้งนี้เป็นรายการบัญชีของ
ร้านชนะไซเบอร์ ที่มีคุณชนะ เป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว โดยเริ่มต้นตั้งแต่การลงทุนเปิดกิจการ
เป็นครั้งแรก ดังนี้ |
รายการที่ 1. คุณชนะ นำเงินสดส่วนตัวมาลงทุนเปิดกิจการ
ร้านชนะไซเบอร์ 500,000 บาท วิเคราะห์ ก่อนอื่นต้องไม่ลืมว่า
เราจะเราลงบัญชีให้ร้านชนะไซเบอร์ ไม่ได้ลงบัญชีให้คุณชนะ
รายการนี้จึงเป็นรายการรับเงินสดของร้านชนะไซเบอร์ จึงต้อง
เดบิต บัญชี เงินสด (สินทรัพย์ เพิ่มต้องเดบิต บัญชีสินทรัพย์)
หากจะจำไว้นิดๆ ว่า บัญชีเงินสด (รวมทั้งบัญชีสินทรัพย์อื่นๆ
ด้วย) นั้นต้อง รับซ้าย จ่ายขวา คือถ้ารับเงินสด
ต้องลงทางด้านซ้ายมือ คือ ด้านเดบิต และถ้าจ่ายเงินสด ก็ต้องลงทางด้านขวามือ
หรือ ด้าน เครดิต เพียงแค่นี้โอกาสลงบัญชีผิดก็เกือบจะไม่มีเลย
เพราะเมื่อเริ่มต้นลงบัญชีเงินสด หรือบัญชีสินทรัพย์อื่นๆ
ถูกเสียแล้ว อีกบัญชีที่ต้องลง ก็ต้องเป็นไปในทางตรงกันข้าม
เพราะทุกครั้งที่ลงบัญชี จะต้องลงสองด้าน คือด้าน เดบิต
และ ด้านเครดิต ด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันเสมอ |
เมื่อ เดบิต บัญชีเงินสด แล้ว อีกบัญชีที่ต้องลง ก็หนีไม่พ้นต้อง
เครดิต แน่นอน แต่ควรจะเป็นบัญชีอะไรดี เมื่อเงินสดที่กิจการชนะไซเบอร์ได้รับมานี้
รับมาจากคุณชนะ เจ้าของกิจการที่นำเงินมาลงทุน รายการนี้จึงควรบันทึกแหล่งที่มาของเงินสด
เป็นส่วนของเจ้าของ หรือ ทุน - คุณชนะ ไม่น่าจะเป็นอื่นไปได้ เพราะแหล่งที่มาของสินทรัพย์
มีเพียง เจ้าหนี้ และเจ้าของ แต่คุณชนะไม่ใช่เจ้าหนี้ แต่เป็นเจ้าของ
รายการบัญชีอีกข้างหนึ่งที่ต้องลง จึงเป็น เครดิต ทุน - คุณชนะ

จะสังเกตเห็นว่า การบันทึกรายการในบัญชีแยกประเภท จะไม่เขียนคำอธิบายในลักษณะบรรยายรายการ
ว่ารับเงินสดจากคุณชนะ แต่จะเขียนเพียงชื่อบัญชีแยกประเภทที่เกี่ยวข้องกัน
คือเมื่อบันทึกในบัญชีเงินสด ก็อ้างถึงอีกบัญชีหนึ่งที่คู่กัน
คือ บัญชีทุน - คุณชนะ |
 |
| ทำให้ ทราบว่า การบันทึกรายการในบัญชีเงินสดนี้
อีกด้านหนึ่งได้นำไปลงไว้ในบัญชี ทุน - คุณชนะ และเช่นเดียวกันเมื่อบันทึกรายการในบัญชีทุน
- คุณชนะ ก็อ้างถึงบัญชีเงินสด ฉะนั้นเพียงแค่เห็นรายการบัญชีที่บันทึกไว้เพียงบัญชีเดียว
ก็สามารถทราบลักษณะของรายการนั้น ได้ทั้งหมดอย่างถูกต้องในทันที
โดยไม่จำเป็นต้องเห็นการบันทึกบัญชีทั้งสองบัญชีอย่างครบถ้วน |
รายการที่ 2. ร้านชนะไซเบอร์ นำเงินสดของกิจการไปฝากธนาคาร
400,000 บาท วิเคราะห์ ร้านชนะไซเบอร์จ่ายเงินสดออกจากร้าน
การจ่ายเงินสดต้องลงบัญชีทางด้านขวามือ หรือ เครดิต ฉะนั้นจึงต้อง
เครดิต บัญชีเงินสด อีกบัญชีหนึ่งจึงต้องเดบิต แน่นอน
เดบิตบัญชีอะไรไม่ได้ นอกจากบัญชีเงินฝากธนาคาร
ซึ่งเป็นบัญชีสินทรัพย์ใหม่ที่เพิ่มขึ้น

รายการข้างต้นทำให้สินทรัพย์เงินสดลดลง แต่สินทรัพย์เงินฝากธนาคารเพิ่มขึ้น
ด้วยยอดที่เท่ากัน ยอดรวมของสินทรัพย์ทั้งหมดจึงยังคงเท่าเดิม
คือ 500,000 บาท เป็นเงินสด 100,000 บาท (500,000 - 400,000) และเป็นเงินฝากธนาคาร
400,000 บาท สินทรัพย์ทั้งหมดนี้ได้มาจากเจ้าของกิจการคือคุณชนะ
ซึ่งมียอดให้เห็นในบัญชีทุน จำนวน 500,000 บาท
รายการที่ 3. ร้านชนะไซเบอร์ จ่ายเช็คซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์
10 เครื่อง ราคาเครื่องละ 30,000 บาท วิเคราะห์ รายการนี้มีลักษณะทำนองเดียวกับรายการที่
2 คือสินทรัพย์เงินฝากธนาคารลดลง แต่สินทรัพย์ประเภทคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้น
รายการนี้จึงลงบัญชี เดบิต บัญชีคอมพิวเตอร์ (สินทรัพย์เพิ่มหรือรับ)
และเครดิต บัญชีเงินฝากธนาคาร (สินทรัพย์ลดหรือจ่าย)

รายการที่ 4. ร้านชนะไซเบอร์ ทำสัญญาเช่าร้าน ในอัตราเดือนละ
10,000 บาท ต้องจ่ายเงินสดล่วงหน้า 3 เดือน 30,000 บาท วิเคราะห์
รายการนี้เป็นการจ่ายเงินสด ทำให้สินทรัพย์เงินสดลดลง แต่ได้สินทรัพย์ใหม่เพิ่มเข้ามา
คือ เงินจ่ายล่วงหน้า หรือ ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า จึงต้องลงบัญชีทางด้านขวามือ
หรือเครดิต บัญชีเงินสด (สินทรัพย์ลด) และเดบิต บัญชีค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า
(สินทรัพย์เพิ่ม)
รายการที่ 5. ร้านชนะไซเบอร์จ่ายเงินสดซื้อวัสดุเครื่องเขียน
20,000 บาท วิเคราะห์ รายการนี้มีลักษณะเดียวกับรายการที่
4 คือมีการจ่ายเงินสดซื้อสินทรัพย์ ทำให้สินทรัพย์ประเภทเงินสดลดลง
และสินทรัพย์ประเภทเครื่องเขียนเพิ่มขึ้น จึงต้องบันทึกรายการ
จ่ายเงินสด ด้วยการ ลงบัญชีด้านขวามือ หรือเครดิต บัญชีเงินสด
และเดบิต บัญชีวัสดุเครื่องเขียน (สินทรัพย์เพิ่ม)

รายการที่ 6. ร้านชนะไซเบอร์จ่ายเช็ค 90,000 บาท เพื่อเป็นค่าตกแต่งร้าน
วิเคราะห์ รายการนี้เป็นรายการที่ทำให้ สินทรัพย์อย่างหนึ่งลด
อีกอย่างเพิ่ม ในทำนองเดียวกับรายการก่อน คือสินทรัพย์ประเภทเงินฝากธนาคารลด
และสินทรัพย์ประเภทเครื่องตกแต่งร้านเพิ่มขึ้น การบันทึกบัญชีจึง
เดบิต บัญชี อุปกรณ์ตกแต่งร้าน (สินทรัพย์เพิ่ม) และเครดิต
บัญชีเงินฝากธนาคาร (สินทรัพย์ลด) |

รายการที่ 7. ร้านชนะไซเบอร์ซื้อคอมพิวเตอร์เพิ่มอีก 3 เครื่องเป็นเงินเชื่อ
ในราคา 80,000 บาท
วิเคราะห์ รายการนี้แตกต่างจากรายการก่อนๆ เพราะการซื้อสินทรัพย์
ไม่ได้จ่ายเงินสด หรือเช็คเลย ทำให้ได้สินทรัพย์ประเภทคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้น
แต่ไม่มีการลดลงของสินทรัพย์ใดๆ ฉะนั้น การบันทึกเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์คอมพิวเตอร์
จึงบันทึกด้วยการ เดบิต บัญชีคอมพิวเตอร์ ส่วนอีกบัญชี จึงต้องเครดิต
แน่นอน และเมื่อสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นนี้ ก่อให้เกิดหนี้สินเพิ่มขึ้น
จึง เครดิต บัญชี เจ้าหนี้ และเมื่อนำบัญชีแยกประเภททั้งหมดมารวมไว้ด้วยกัน
จะเป็นดังนี้




หากนำยอดคงเหลือในบัญชีแยกประเภท
(หาได้จากการนำจำนวนเงินทางด้านเดบิต และด้านเครดิตมาหักกลบลบกัน ด้านใดมีจำนวนเงินสูงกว่า
ก็จะเป็นยอดคงเหลือของบัญชีนั้น) ทุกบัญชีมาสรุปในรูปของงบดุล จะเป็นดังนี้

จะเห็นว่า
ทุกครั้งที่เราเดบิต บัญชีใด จะ เครดิต อีกบัญชีหนึ่ง ด้วยจำนวนเงินที่เท่ากัน
ยอดรวมบัญชีทางด้าน เดบิต จึงเท่ากับยอดรวมบัญชีทางด้านเครดิต เสมอ นั่นคือ
สินทรัพย์
= หนี้สิน
+ ส่วนของเจ้าของ ตลอดเวลา
เพราะสินทรัพย์ มียอดทางด้านเดบิต ส่วน หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ มียอดทางด้านเครดิต
|
|
|