 |
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
|
 |
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า |
| |

|
|
|
การรับรู้รายได้ (1) |
วิโรจน์ เฉลิมรัตนา |
| |
๘ ต.ค. ๔๕ |
|
| |
บริษัทที่จะจดทะเบียนจัดตั้งตั้งแต่วันที่
๑๕ พฤษภาคม ๒๕๔๕ เป็นต้นไป จะต้องแสดงเอกสาร หรือหลักฐานเพื่อแสดงต่อกรมทะเบียนการค้าว่า
ได้มีการเรียกชำระจริง และเรียกชำระเป็นจำนวนเงินเท่าไร
 |
สืบเนื่องจากเรื่องทุนจดทะเบียน
และทุนชำระแล้ว สำหรับบริษัทที่ตั้งใหม่ ที่ผมเคยเขียนลงไว้ในคราวก่อน
โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับการแจ้งข้อมูลแก่กรมทะเบียนการค้า
ในขั้นตอนการจัดตั้งบริษัท ว่า บริษัทมีทุนจดทะเบียนเท่าไร
|
และเรียกชำระค่าหุ้นไว้เท่าไร ผมยกตัวอย่างเช่น ระบุว่า บริษัทมีทุนจดทะเบียน
1 ล้านบาท (โดยแบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 100,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ
10 บาท) ในขณะที่เงินทุนที่มีการชำระเข้าบัญชีบริษัทจริง เข้าเพียง
250,000 บาท (หรือ 2.5 บาท ต่อหุ้น) ทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามที่ได้เคยเล่าให้ฟังไปแล้วนั้น
บัดนี้ ได้มีความคืบหน้าบางประการเกิดขึ้น กล่าวคือ บริษัทที่จะจดทะเบียนจัดตั้งตั้งแต่วันที่
๑๕ พฤษภาคม ๒๕๔๕ เป็นต้นไป จะต้องแสดงเอกสาร หรือหลักฐานเพื่อแสดงต่อกรมทะเบียนการค้าว่า
ได้มีการเรียกชำระจริง และเรียกชำระเป็นจำนวนเงินเท่าไร ภายหลังจากที่จดทะเบียนบริษัทไปแล้ว
โดยขั้นตอนการปฏิบัติจริงนั้น บริษัทต้องให้ธนาคารพาณิชย์ออกหนังสือรับรองเกี่ยวกับการโอนเงินเข้าบัญชีของบริษัทดังกล่าว
และบริษัทต้องนำหนังสือรับรองนั้นแสดงต่อกรมทะเบียนการค้า
จากกฎเกณฑ์ที่ว่านี้ ทำให้ตัดปัญหาการพิสูจน์เรื่องทุนจดทะเบียนที่เคยเป็นปัญหาหนักอกหนักใจแก่ผู้สอบบัญชี
ที่ต้องให้ความเห็นรับรองงบการเงินสำหรับบริษัทที่ไม่ยอมดำเนินการให้ผู้ถือหุ้นชำระค่าหุ้นจริง
และชำระด้วยจำนวนเงินตรงตามที่ได้แจ้งไว้แก่นายทะเบียน
อันที่จริงกฎเกณฑ์ทำนองนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในอดีตนั้น กรมทะเบียนการค้าก็บังคับให้บริษัทต้องแสดงเอกสารในลักษณะนี้มาก่อน
ต่อมาเมื่อมีบริษัทจดทะเบียนจัดตั้งเพิ่มจำนวนขึ้น การมีขั้นตอนนี้อาจทำให้เกิดความยุ่งยากต่อการทำงานและเป็นภาระต่อบริษัทเอง
กรมทะเบียนการค้า ก็เลยยกเลิกขั้นตอนนี้ออกไป โดยเชื่อว่าบริษัทจะบันทึกบัญชีตามเอกสารหลักฐานทางบัญชีอย่างถูกต้อง
แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า บริษัทจำนวนมากละเลยที่จะดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องทุนชำระแล้วให้ถูกต้อง
ทั้งที่เรื่องดังกล่าวเป็นรายการที่มีสาระสำคัญอย่างมาก
ผลของการนำระเบียบกฎเกณฑ์นี้มาบังคับใช้ใหม่ น่าจะทำให้บริษัทดำเนินการอย่างถูกต้องไปโดยปริยาย
และคงจะทำให้บริษัทเพิ่มความระมัด |
 |
ระวังในเรื่องเกี่ยวกับการแสดงจำนวนเงินทุนของบริษัทมากยิ่งขึ้น
(เพราะต้องหาเงินมาชำระค่าหุ้นของบริษัทที่เราจัดตั้งจริงๆ)
และเท่ากับเป็นการตอกย้ำให้ผู้ประกอบการตระหนักว่า เรื่องของทุนชำระแล้วไม่ใช่เรื่องเล็กๆที่เราจะละเลยไม่ดำเนินการที่จะนำเงินทุนเข้าบริษัทจริง
นอกจากนี้ผมอยากจะเน้นย้ำว่า ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติต่อเรื่องนี้อย่างถูกต้อง
คงไม่ใช่เพียงเพื่อแสดงต่อกรมทะเบียนการค้าเท่านั้น แต่เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ
ที่ควรจะมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอสำหรับการดำเนินงานของบริษัทในช่วงเริ่มต้นอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ การคำนึงถึงขนาดของทุนที่จะจดทะเบียนที่สอดคล้องกับเงินลงทุนที่เรามีความสามารถจะลงได้จริงนั้น
จะทำให้ผู้ประกอบการหยุดคิดก่อนจะเริ่มดำเนินการในโครงการใดๆก็ตาม
ว่า แท้ที่จริงแล้ว เรามีเงินลงทุนขนาดเท่าไร เหมาะสมกับขนาดของกิจกรรม
และทรัพยากรที่เราจะต้องจัดหาเพื่อให้เราบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจของเรามากน้อยแค่ไหน
|
|
|
|
|