บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา


 
ทำบัญชีอย่างง่าย
Front Office & Back Office
เกร็ดเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีของกิจการ SMEs
การแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ใบกำกับภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
 
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า
 


Download ตัวอย่างงบการเงิน

  งบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548
  งบการเงิน บมจ. ยงไทย
 

   
การคำนวณต้นทุน วิโรจน์ เฉลิมรัตนา
  ๑๐ พ.ย. ๒๕๔๗  

 
“ในปัจจุบันโปรแกรมสำเร็จรูปทางบัญชีส่วนใหญ่รองรับการคำนวณด้วยวิธีถัวเฉลี่ย และวิธีเข้าก่อน-ออกก่อน ส่วนวิธีเข้าหลัง-ออกก่อนนั้นส่วนใหญ่ไม่รองรับ จึงทำให้กิจการส่วนใหญ่ไม่นิยมใช้กัน”
 

 
เราคงเคยได้ยินที่นักบัญชีกล่าวว่า “ราคาทุนหรือราคาตลาดที่ต่ำกว่า” (Lower of Cost or Market) และบางคนชอบเรียกสั้นๆว่า LCM โดยตามหลักการบัญชีนั้น การคำนวณต้นทุนสินค้าคงเหลือจะแสดงยอดด้วยราคาทุนของสินค้านั้น แต่ในภาวะที่สินค้าชนิดนั้นมีราคาตกต่ำลงในท้องตลาดจนราคาที่ซื้อขายกันจริง อาจต่ำกว่าราคาทุนที่กิจการเคยซื้อมาเพื่อรอขาย ในสถานการณ์เช่นนี้ การแสดงรายการสินค้าคงเหลือต้องยึดหลักความระมัดระวัง กล่าวคือ ต้องแสดงให้เห็นว่า กิจการมีสินทรัพย์ประเภทสินค้าคงเหลือ อยู่กับกิจการด้วยมูลค่าที่แสดงยอดต่ำไว้ก่อน วิธีการเช่นนี้เรียกว่า “ราคาทุนหรือราคาตลาดที่ต่ำกว่า” นั่นเอง

ตัวอย่าง กิจการเคยซื้อสินค้ามา 20 ชิ้นในราคาทุนชิ้นละ 100 บาท ต่อมาเกิดภาวะราคาตลาดของสินค้าชนิดนี้ตกต่ำเหลือราคาที่ซื้อขายกันเพียงชิ้นละ 80 บาท กิจการต้องปรับราคาตามบัญชีของสินค้าให้ลดลงเหลือเพียง 1,600 บาท (แทนที่จะแสดงด้วยราคาทุนที่ซื้อมา 2,000 บาท) แต่หากราคาตลาดสูงกว่าชิ้นละ 100 บาท เช่น ราคา 120 บาท กิจการก็จะแสดงยอดสินค้าด้วยราคาทุน 2,000 บาท ดังแสดงในตารางข้างล่างนี้

  ราคาตลาด ราคาทุน ที่ซื้อมา
ราคาที่กิจการต้องแสดง
กรณีที่ 1 1,600 บาท 2,000 บาท 1,600 บาท
กรณีที่ 2 2,400 บาท 2,000 บาท 2,000 บาท

นอกจากประเด็นข้างต้นแล้ว การคำนวณราคาทุนของสินค้านั้น ยังมีอีกประเด็นคือ การระบุต้นทุนในการคำนวณสินค้าที่เข้าและออกนั้น มีวิธีหลักๆให้เลือกอยู่ 3 วิธี ดังต่อไปนี้
1. วิธีเข้าก่อน-ออกก่อน (First-in, first-out)
2. วิธีเข้าหลัง-ออกก่อน (Last-in, first-out)
3. วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (Weighted Average)

วิธีเข้าก่อน-ออกก่อน มักเรียกสั้นๆว่า FIFO (ไฟ-โฟ) ด้วยวิธีนี้จะคำนวณราคาทุนของสินค้าที่ขายออกไปด้วยราคาทุนของสินค้าที่ซื้อเข้ามาก่อน วิธีนี้จะสอดคล้องกับตัวสินค้าที่เรามักนำสินค้าเก่าออกไปขายก่อน เพื่อป้องกันสินค้านั้นเก่าหรือล้าสมัย หรือหมดอายุ

วิธีเข้าหลัง-ออกก่อน มักเรียกสั้นๆว่า LIFO (ไล-โฟ) วิธีนี้จะคำนวณราคาทุนของสินค้าที่ขายออกไปด้วยราคาทุนของสินค้าที่ซื้อเข้ามาล่าสุดย้อนกลับไปยังสินค้าที่ซื้อเข้ามาครั้งก่อน แม้ว่าใน ความเป็นจริงกิจการจะนำสินค้าที่ซื้อมาก่อนขายออกไปก็ตาม วิธีนี้อาจจะเหมาะกับกรณีที่สินค้ามีราคาในปัจจุบันสูงกว่าราคาในอดีตมาก การใช้ราคา LIFO ในภาวะดังกล่าว จะทำให้ตัวเลขกำไรจากการขายสินค้านั้นสะท้อนภาวะในปัจจุบันได้ดีกว่าวิธีเข้าก่อน-ออกก่อน (กล่าวคือต่ำกว่าวิธีเข้าก่อน-ออกก่อน นั่นเอง) เนื่องจากราคาทุนปัจจุบันที่กิจการจะซื้อมาเพื่อขายนั้นสูงกว่าราคาทุนเดิมของสินค้าที่ซื้อมาช่วงแรกๆมาก

วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก มักเรียกสั้นๆว่า วิธี Average วิธีนี้อาจดูเหมือนเป็นวิธีทางสายกลางที่พยายามจะปรับราคาสินค้าที่ซื้อเข้ามาใหม่กับสินค้าเดิม ให้อยู่ในราคาเฉลี่ย และใกล้เคียงกับราคาในปัจจุบัน แต่ก็ถ่วงน้ำหนักด้วยราคาทุนของสินค้าเดิมไว้ด้วย

ตัวอย่างนี้อาจทำให้เข้าใจได้ดีขึ้นครับ

กิจการซื้อสินค้ามาทั้งหมด 4 ครั้งๆละ 1 ชิ้น ในระยะเวลาต่างๆกัน ด้วยราคาดังต่อไปนี้
ครั้งที่ 1 ซื้อเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2547, ราคา 40 บาท
ครั้งที่ 2 ซื้อเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2547, ราคา 42 บาท
ครั้งที่ 3 ซื้อเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2547, ราคา 45 บาท
ครั้งที่ 4 ซื้อเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2547, ราคา 43 บาท

เมื่อกิจการขายสินค้าจำนวน 2 ชิ้น ราคาขายชิ้นละ 60 บาท
หากใช้วิธี FIFO กิจการจะมีกำไรจากการขายเท่ากับ 120 - 82 (40+42) = 38 บาท
หากใช้วิธี LIFO กิจการจะมีกำไรจากการขายเท่ากับ 120 - 88 (43+45) = 32 บาท
หากใช้วิธี Average กิจการจะมีกำไรจากการขายเท่ากับ 120 - 85 (42.50 x 2) = 35 บาท

ราคาถัวเฉลี่ยทุกครั้งที่ซื้อคำนวณดังนี้

ครั้งที่ ราคาที่ซื้อมา ราคาถัวเฉลี่ย
1 40 40
2 42 (40+42) หาร 2 เท่ากับ 41 บาท
3 45 (40+42+45) หาร 3 เท่ากับ 42.33 บาท
4 43 (40+42+45+43) หาร 4 เท่ากับ 42.50 บาท

ชนิดของสินค้าที่เป็นหน่วยย่อยมากๆ เช่น สินค้าเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย มีจำนวนสินค้ามากชิ้น ขายจำนวนมากๆ ในแต่ละครั้ง อาจไม่ควรใช้วิธีเข้าก่อน-ออกก่อน หรือ วิธีเข้าหลัง-ออกก่อน เพราะบันทึกรายการยาก เนื่องจากต้องทราบราคาของสินค้าที่ซื้อแต่ละครั้ง วิธีถัวเฉลี่ยอาจเหมาะกับสินค้าในลักษณะนี้มากกว่า

ในปัจจุบันโปรแกรมสำเร็จรูปทางบัญชีส่วนใหญ่รองรับการคำนวณด้วยวิธีถัวเฉลี่ย และวิธีเข้าก่อน-ออกก่อน ส่วนวิธีเข้าหลัง-ออกก่อนนั้นส่วนใหญ่ไม่รองรับ จึงทำให้กิจการส่วนใหญ่ไม่นิยมใช้กัน นอกจากลักษณะสินค้าของกิจการนั้นเหมาะกับวิธีเข้าหลัง-ออกก่อน ก็อาจต้องเลือกพัฒนาโปรแกรมขึ้นมาโดยเฉพาะ

ประเด็นสำคัญคือ เราต้องเข้าใจว่าแต่ละวิธีเหมาะที่จะใช้กับสถานการณ์ใด เหมาะกับสินค้าของกิจการหรือไม่ และช่วยให้การคำนวณต้นทุนสินค้านั้นทำได้สะดวก และสะท้อนต้นทุนของกิจการได้อย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับข้อเท็จจริงมากที่สุด





 

ห้องสนทนา   เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home : Fan Zone
เกมส์   Games Flash : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
รักและคิดถึง   พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : Emotion : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง   ฟังเพลงออนไลน์ : ภาพยนตร์ : VDO Clip : ซุบซิบดารา : สัมภาษณ์-เบื้องหลัง : เรื่องย่อละคร : ข่าวบันเทิง : ข่าวประจำวัน : ดวงประจำเดือน : ดวงประจำสัปดาห์ : มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้   บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน   Everyday English : New Nanny : E-Dialog with Voice : รู้จักญี่ปุ่น : ท่องแดนอาทิตย์อุทัย :พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK   Business Letter : Song of the Week : On Khao San Road : เพลินภาษาน่ารู้ : E-Diary : ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก : ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone : เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York! : Did you know? : E-Dialog : เสวนาธุรกิจ
BKK Center   Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline : BKK Design : Site Map

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................

Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961