บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา


 
ทำบัญชีอย่างง่าย
Front Office & Back Office
เกร็ดเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีของกิจการ SMEs
การแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ใบกำกับภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
 
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า
 


Download ตัวอย่างงบการเงิน

  งบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548
  งบการเงิน บมจ. ยงไทย
 

   
ผู้สอบบัญชี วิโรจน์ เฉลิมรัตนา
  ๑๐ มี.ค. ๔๙ viroj@vas.co.th

 
“ การจัดทำบัญชี เริ่มจากเอกสารทางการค้า นำไปบันทึกรายการ และสรุปยอดไปเป็นงบการเงิน แต่ การสอบบัญชี เป็นการดำเนินการที่เริ่มต้นจากงบการเงิน วิ่งไปที่รายละเอียดประกอบรายการบัญชี และย้อนไปหาว่ารายการธุรกิจนั้นมีที่มาจากอะไร ไม่ว่าจะเป็นเอกสารประกอบรายการบัญชี รายการรับ-จ่าย หรือจากเอกสารสัญญาต่างๆ”
 

 
สำหรับกิจการที่ปิดรอบบัญชีตามปีปฏิทิน ในช่วงหลังจากวันที่ ๓๑ ธันวาคม กิจการจะมีเวลาอยู่ ๕ เดือนที่จะต้องส่งงบการเงินที่ตรวจสอบแล้วแก่หน่วยงานอย่างน้อย ๒ แห่ง ได้แก่ กรมสรรพากร (กระทรวงการคลัง) และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (กระทรวงพาณิชย์)

ตามขั้นตอนแล้ว กิจการต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชี ไม่ว่าจะในรูปพนักงานบัญชี หรือว่าจ้างสำนักงานบัญชีจัดทำให้ จากนั้นจะเสนองบการเงินที่เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ให้แก่ผู้สอบบัญชีของบริษัทเพื่อตรวจสอบ การตรวจสอบบัญชีนั้น เป็นกระบวนการที่ย้อนกลับกับการจัดทำบัญชี กล่าวคือ การจัดทำบัญชี เริ่มจากเอกสารทางการค้า นำไปบันทึกรายการ และสรุปยอดไปเป็นงบการเงิน แต่ การสอบบัญชี เป็นการดำเนินการที่เริ่มต้นจากงบการเงิน วิ่งไปที่รายละเอียดประกอบรายการบัญชี และย้อนไปหาว่ารายการธุรกิจนั้นมีที่มาจากอะไร ไม่ว่าจะเป็นเอกสารประกอบรายการบัญชี รายการรับ-จ่าย หรือจากเอกสารสัญญาต่างๆ

ผู้สอบบัญชี เป็นบุคคลซึ่งโดยสถานะแล้ว อิสระจากผู้ถือหุ้นทุกคน อิสระจากคณะกรรมการบริหาร และพึงถือได้ว่า ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในกิจการที่ผู้สอบบัญชีลงลายมือชื่อเพื่อรับรองความเห็นของตนต่องบการเงินของกิจการนั้น โดยการปฏิบัติงานสอบบัญชีนั้น ผู้สอบบัญชีจะได้รับค่าตอบแทนจากการปฏิบัติงานสอบบัญชี หรือ “ค่าสอบบัญชี” ซึ่งไม่ถือว่าเป็นสิ่งที่จะทำให้ขาดความเป็นอิสระและเป็นกลางของผู้สอบบัญชี

ในมรรยาทของผู้สอบบัญชี จะมีการระบุไว้ว่า จะกำหนดค่าสอบบัญชีเป็นอัตราร้อยละของตัวเลขในงบการเงิน เช่น ร้อยละของกำไร หรือรายได้ หรือสินทรัพย์ หรือรายการอื่นใด ของกิจการที่ตนสอบบัญชีไม่ได้

ผู้สอบบัญชีนั้นจะได้รับแต่งตั้งจากผู้ถือหุ้นของบริษัท (ไม่ใช่จากคณะกรรมการ หรือจากกรรมการ) โดยผ่านที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยหลักการแล้ว เพื่อให้ผู้ถือหุ้นซึ่งอาจไม่ได้มีส่วนในการบริหารงาน มีสิทธิกำหนดบุคคลซึ่งตนไว้วางใจ และเชื่อมั่นในความเป็นกลางเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบบัญชีเพื่อเสนอต่อผู้ถือหุ้นได้

ในทางปฏิบัติ กรรมการบริหารอาจเสนอให้ผู้สอบบัญชีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท แต่การรับรองทางกฎหมายนั้น เมื่อเสนอแล้ว จะต้องมีการลงมติของผู้ถือหุ้นเพื่อรับรอง จึงจะถือว่ามีการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีอย่างเป็นทางการ

นอกจากนี้ ผู้สอบบัญชีจะมีเวลาปฏิบัติงานตรวจสอบในช่วงตั้งแต่มกราคม ไปจนถึงเมษายนเป็นอย่างน้อย ผู้สอบบัญชีจะมีแนวทางการตรวจสอบ ที่เรียกว่า “มาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองทั่วไป” มาตรฐานที่ว่านี้ใช้เป็นแนวทางขั้นพื้นฐานเพื่อให้ผลการสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีแต่ละคนเป็นไปในแนวทางเดียวกัน และเป็นไปอย่างมีมาตรฐานของวิชาชีพ

เมื่อผู้สอบบัญชีสรุปผลการทำงานเรียบร้อยแล้ว ผู้สอบบัญชีมักจะส่งร่างรายงานการสอบบัญชี คู่มากับตัวเลขในงบการเงิน มาให้บริษัท เพื่ออนุมัติและเห็นชอบ จึงจะออกรายงานการสอบบัญชีและงบการเงินที่ตรวจสอบแล้วแก่บริษัท เพื่อให้นำไปเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และรับรองงบการเงิน โดยกฎหมายระบุว่าจะต้องมีการรับรองภายใน ๔ เดือน ซึ่งก็คือ ภายในเดือนเมษายนนั่นเอง

กำหนดเวลานำส่งงบการเงินต่อหน่วยงานของรัฐทั้งสองหน่วยงานที่กล่าวในตอนต้นนั้น มีกำหนดเวลาคล้ายกัน แต่เนื่องจากกฎหมายใช้วิธีการนับต่างกัน ทำให้กำหนดการนำส่งงบการเงินต่อกรมสรรพากรนั้นต้องนำส่งภายใน ๑๕๐ วันนับจากวันที่สิ้นงวดบัญชี ซึ่งก็คือภายในวันที่ ๓๐ พฤษภาคม (ในปีอธิกสุรทิน คือเดือนกุมภาพันธ์มี ๒๙ วัน จะกลายเป็นวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ไม่คำนึงถึงกรณีติดวันหยุดราชการ) ในขณะที่กำหนดนำส่งงบการเงินของกรมพัฒนาธุรกิจการค้านั้นกำหนดว่า ต้องนำส่งภายใน ๕ เดือน ซึ่งก็คือภายในวันที่ ๓๑ พฤษภาคม

อย่างไรก็ตาม กฎหมายทางการบัญชีที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยึดถืออยู่นั้น มีรายละเอียดบางประการที่ทำให้ กำหนดเวลาส่งมีเงื่อนไขเพิ่มเติม กล่าวคือ บริษัทต้องนำส่งงบการเงินภายใน ๑ เดือนนับจากวันที่มีการประชุมใหญ่สามัญเพื่อรับรองงบการเงินที่ตรวจสอบแล้ว ดังนั้น หากบริษัทมีการประชุมในวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๔๙ แล้ว บริษัทต้องนำส่งงบการเงินภายในวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๔๙ (ไม่ใช่สิ้นเดือนพฤษภาคม)

ในการนำส่งงบการเงินต่อกรมสรรพากรนั้น บริษัทต้องนำส่งพร้อมกับแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่เรียกว่า แบบ ภ.ง.ด. ๕๐ โดยข้อมูลที่จะกรอกลงในแบบนั้นจะมีพื้นฐานตัวเลขมาจากงบการเงินที่ตรวจสอบแล้วนั่นเอง แต่จะมีรายการปรับปรุงจากฐานตัวเลขตามบัญชี มาเป็นตามเกณฑ์เพื่อเสียภาษีเงินได้ หมายความว่า เกณฑ์การคำนวณภาษีเงินได้นั้นระบุไว้ว่า ให้ใช้ตัวเลขกำไรสุทธิที่ได้จากทางบัญชีมาเป็นฐานในการคำนวณภาษีเงินได้ หากแต่มีเงื่อนไขบางประการที่กฎเกณฑ์ทางภาษีไม่อนุญาตให้บริษัทนำมาใช้ในการเสียภาษีเงินได้ เช่น ค่าใช้จ่ายบางประเภทแม้จะถือเป็นค่าใช้จ่ายในทางบัญชีได้ แต่ต้องนำมาปรับตัวเลขในทางภาษี ความแตกต่างด้านภาษีกับด้านบัญชีที่ว่านี้ จะบันทึกไว้ในแบบภ.ง.ด. ๕๐ โดยไม่ได้มีการปรับปรุงรายการบัญชีในสมุดบัญชีแต่อย่างใด

งบการเงินที่ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้านั้น จะแนบไปพร้อมกับแบบนำส่งงบการเงิน ที่เรียกว่า แบบ ส.บช.๓ ซึ่งในแบบก็จะมีรายละเอียดพื้นฐานของบริษัท และต้องลงลายมือชื่อ ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี (กรรมการ) และผู้ทำบัญชี (พนักงานบัญชี) ไว้ และต้องกรอกตัวเลขบางรายการในงบการเงินไว้ในแบบ และนำส่งไปพร้อมกับบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุด

ความยุ่งยากในการตรวจสอบบัญชีของแต่ละบริษัทนั้น ขึ้นอยู่กับว่า บริษัทนั้นมีกิจกรรมทางธุรกิจ และลักษณะของกิจการเป็นอย่างไร โดยพื้นฐานแล้ว ผู้สอบบัญชีจะขอให้กิจการส่งหนังสือยืนยันยอดบัญชีเงินฝากธนาคาร ส่งหนังสือยืนยันยอดลูกหนี้การค้า หรือเจ้าหนี้การค้า สำหรับกิจการที่มีสินค้าคงเหลือ ผู้สอบบัญชีจะขอเข้าสังเกตการณ์การตรวจนับสินค้าคงเหลือ ในช่วงใดช่วงหนึ่งของปีด้วย

เกณฑ์การเลือกผู้สอบบัญชีของกิจการนั้น เป็นเรื่องที่มีความเห็นและมุมมองได้หลากหลาย แล้วแต่ทัศนะของแต่ละกิจการ กิจการที่มีผู้ถือหุ้นหลายฝ่ายอาจต้องการผู้สอบบัญชีที่มีชื่อเสียง จัดอยู่ในชั้นแนวหน้า เพื่อให้มั่นใจว่าจะตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกฝ่าย บริษัทข้ามชาติมักจะกำหนดผู้สอบบัญชีเป็นสำนักงานสอบบัญชีข้ามชาติที่มีสาขาอยู่ในประเทศไทย กิจการเล็กๆที่มีเจ้าของคนเดียวหรือครอบครัวเดียว มักไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการเลือกคุณภาพของผู้สอบบัญชีเท่าใดนัก โดยมากมักจะดูที่ปัจจัยเรื่องค่าสอบบัญชีเป็นหลัก

ความแตกต่างของผู้สอบบัญชีในบ้านเรา ต้องยอมรับว่า ยังมีอยู่มาก แม้ว่าในการปฏิบัติงานตามมาตรฐานการสอบบัญชีนั้น มีข้อกำหนดอย่างแน่ชัดว่าอย่างน้อยต้องทำอะไรบ้าง ยิ่งช่องว่างความแตกต่างในคุณภาพและค่าสอบบัญชี ของผู้สอบบัญชีรายต่างๆ มีน้อยลงมากเท่าใด ก็เท่ากับเป็นการยกระดับวิชาชีพได้มากขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้ หากกิจการติดต่อไปยังผู้สอบบัญชีหลายๆราย แล้วพบว่า แต่ละรายจะปฏิบัติงานคล้ายคลึงกัน มีช่องว่างให้กิจการหลบเลี่ยงได้น้อยไม่แตกต่างกัน กิจการก็จะต้องปรับตัวให้บันทึกบัญชีอย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่า หากผู้สอบบัญชีรายใด เคร่งครัดกับกิจการมาก ก็มีโอกาสที่กิจการจะเลิกใช้บริการแล้วหันไปหาผู้สอบบัญชีที่หย่อนความเข้มงวดในการปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชี ซึ่งโดยมากเมื่อปฏิบัติงานย่อหย่อนก็สามารถกำหนดค่าสอบบัญชีได้ถูกกว่าอีกด้วย


 

ห้องสนทนา   เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home : Fan Zone
เกมส์   Games Flash : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
รักและคิดถึง   พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : Emotion : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง   ฟังเพลงออนไลน์ : ภาพยนตร์ : VDO Clip : ซุบซิบดารา : สัมภาษณ์-เบื้องหลัง : เรื่องย่อละคร : ข่าวบันเทิง : ข่าวประจำวัน : ดวงประจำเดือน : ดวงประจำสัปดาห์ : มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้   บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน   Everyday English : New Nanny : E-Dialog with Voice : รู้จักญี่ปุ่น : ท่องแดนอาทิตย์อุทัย :พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK   Business Letter : Song of the Week : On Khao San Road : เพลินภาษาน่ารู้ : E-Diary : ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก : ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone : เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York! : Did you know? : E-Dialog : เสวนาธุรกิจ
BKK Center   Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline : BKK Design : Site Map

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................

Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961